มากกว่าแค่ธุรกิจร้านอาหาร ต้องพิชิตใจลูกค้าด้วย Emotional Value - Amarin Academy

มากกว่าแค่ธุรกิจร้านอาหาร ต้องพิชิตใจลูกค้าด้วย Emotional Value

ที่ร้านขายอะไรกันเหรอ? …..… ร้านฉันขายอาหารตามสั่งทั่วไป ร้านฉันขายกาแฟ บางคนตอบได้ดีกว่านั้น ก็คือ ร้านฉันขายประสบการณ์การทานอาหารให้กับลูกค้า ลูกค้าจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเมื่อมาทานที่ร้านของเรา แล้วเคยคิดกันไหมคะ ว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับนั้นมาจากอะไร คำตอบคือ “อารมณ์ (Emotional)” ธุรกิจร้านอาหารทุกวันนี้ ใช้กลยุทธ์พิชิตใจลูกค้า โดยให้ความสำคัญสิ่งที่เรียกว่า Emotional Value (คุณค่าทางอารมณ์) เพิ่มมากขึ้น แล้ว Emotional Value แบบไหน ที่ทำให้ลูกค้าเลือกมาร้านของเรา แทนที่จะไปร้านอื่นๆ

 

“ลองปรับเปลี่ยนมุมมองการตลาด และเปิดประสบการณ์ให้กับลูกค้าของคุณ เพื่อพิชิตใจลูกค้าด้วย Emotional Value”

 

Emotion : Caring การดูแล ห่วงใย เอาใจใส่

      มนุษย์เราอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มและชุมชนเพื่อสร้างความผูกพัน การบริการลูกค้าโดยใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า CARE หรือการดูแล การเอาใจใส่ เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมและผูกพันกับร้านของคุณ ถือเป็นกุญแจสำคัญด่านแรก บางครั้งการบริการไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งที่เราอยากจะทำ หรืออยากจะขายในร้านอาหารของเราเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจเริ่มจากสิ่งที่ลูกค้าต้องการจากเรา

      เจ้าของร้านอาหารไม่ควรมองข้ามฐานลูกค้าของตนเอง รวมไปถึงกลุ่มทางสังคมกลุ่มอื่นๆ บางร้านอาจเลือกทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กกับองค์กรเด็ก และเชิญลูกค้าของทางร้านให้เข้ามามีส่วนร่วม หรือ การทำแคมเปญทานอาหารคลีนไม่มีเนื้อสัตว์ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้เห็นถึงการเอาใจใส่ต่อลูกค้าและการไม่เบียดเบียนต่อสัตว์ เป็นต้น ถือเป็นการตลาดที่ดึงอารมณ์ให้ผู้บริโภคเห็นว่าเรามีส่วนช่วยเหลือ ห่วงใย และใส่ใจสังคมอย่างไร  

 

Emotion : Adventure ประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น     

       หากร้านอาหารของคุณเป็นเหมือนกับร้านอาหารทั่วไป รีบสั่ง รีบทาน กินเสร็จจ่ายเงินแล้วแยกย้ายกลับบ้าน ร้านของคุณคงไม่มีความแตกต่าง ลูกค้าอาจมาทานแค่ครั้งเดียวแล้วไม่กลับมาอีกเลย เพราะสามารถหาทานที่ไหนก็ได้  ดังนั้นการขายสิ่งที่มากไปกว่าอาหารที่ร้านอื่นๆไม่มี คือ การขายประสบการณ์ในการมาทานอาหารที่ยุคนี้นิยมเป็นอย่างมาก เช่น การสร้างบรรยากาศร้านให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศการตกแต่งร้านที่สวยงาม หรือการสร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับลูกค้าที่อยากมาสำรวจรสชาติใหม่ และส่วนผสมใหม่ๆ ในเมนูอาหารภายในร้านของคุณ เช่นคุณมีส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่มาจากฟาร์มท้องถิ่นอะไรบ้าง โดยอาจโพสต์เกี่ยวกับเมนูนั้นลงบนโซเชียลมีเดียของร้านเพื่อช่วยให้ร้านของคุณโดดเด่นขึ้น และเมื่อลูกค้าเหล่านั้นกลับไป ก็มักเกิดการบอกปากต่อปาก ซึ่งมีผลกับร้านอย่างมาก อาจมีการแชร์และโพสต์บอกต่อผ่านสื่อโซเชียลอีกช่องทางหนึ่งด้วย

 

Emotion : Certainty ความเชื่อมั่น

        เป็นเรื่องแปลกที่บางครั้งใจหนึ่งลูกค้าก็มองหาร้านอาหารใหม่ๆ เมนูแปลกๆน่าทาน แต่บางครั้งจากอารมณ์หนึ่งก็เปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์หนึ่งได้ในเสี้ยววินาที เพราะความไม่เชื่อมั่นและไม่มั่นใจที่จะลองอาหารใหม่ๆ มักจะเลือกอาหารที่คุ้นเคย (Comfort Food) มากกว่า เชื่อมั่นว่าอร่อย ชัวร์ หรืออาหารที่สื่อถึงความทรงจำและความรู้สึกเกี่ยวกับเมนูนั้นตั้งแต่วัยเด็ก อาหารเหล่านี้มักอยู่ในจิตใต้สำนึกของลูกค้าอยู่แล้ว เพียงแค่ได้รับการกระตุ้นเมื่อเห็นคำพูดบางคำ เช่น ไก่ทอด, พิซซ่า , สุกี้ , ส้มตำ ไก่ย่าง คำเหล่านี้บางคำอาจทำให้เกิดความรู้สึกทางอารมณ์ของการอยู่บ้าน สั่งมาทานที่บ้าน หรือบางคำลูกค้ามักเลือกไปร้านที่อาหารจานนั้นเด็ดอยู่แล้ว เช่น สุกี้ไป MK ส้มตำไก่ย่างไปร้านนิตยาไก่ย่าง เป็นต้น

 

Emotion: Scarcity สิ่งหายาก จำนวนจำกัด

        ปัจจุบันการเลือกไปร้านอาหารร้านหนึ่ง ไม่ใช่แค่เพียงความชอบ ราคา และโปรโมชั่นเท่านั้น แต่การปรับเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อร้านอาหารของเรานั้น คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นเราควรหาจุดกระตุ้นที่จะทำให้ลูกค้าเลือกและตัดสินใจมาทานที่ร้านของเราอย่างรวดเร็ว เทคนิดหนึ่งที่กระตุ้นอารมณ์ของผู้บริโภคได้คือ เทคนิคเล่นกับความกลัว
        ความกลัวในที่นี้เราจะหมายถึง Fear of Missing Out หรือกลัวพลาดนั่นเองค่ะ แน่นอนค่ะว่าในฐานะของผู้บริโภคย่อมกลัวจะพลาดของดีราคาโดนใจ และสิทธิพิเศษต่างๆ หรือใช้เทคนิค จำกัดเวลา เช่น 7 วัน สุดท้าย ราคาเดียวทั้งร้าน หรือ เหลือ 1 ที่นั่งสุดท้าย สำหรับค่ำคืนพิเศษ รีบจอง ด่วน!! หรือ เมนูพิเศษ จำกัดช่วงเวลา เป็นต้น

 

Emotion: Surprise สร้างความประหลาดใจ

        บางครั้งสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทางร้านมอบให้ลูกค้าสามารถส่งผลต่ออารมณ์ลูกค้าได้ไม่น้อย เทคนิคนี้ถือได้ว่าเป็น “การทำการตลาดภายในบ้าน” เช่น sizzler ที่มีการแจกลูกอมหลังการชำระเงินทุกครั้ง  หรือร้านอาหารอิตาเลี่ยน เมื่อลูกค้านั่งที่โต๊ะสั่งอาหารแล้ว ทางร้านมีขนมปังอบกรอบให้ลูกค้าทานระหว่างรออาหารฟรี โดยไม่คิดเงิน หรือ ร้านกาแฟบางร้าน มีการแจกคุกกี้ชิ้นเล็กๆให้ลูกค้านำกลับบ้านได้ สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ลูกค้ามองว่าเป็นสิ่งพิเศษที่ลูกค้าได้รับ และยังส่งผลต่อความรู้สึกของลูกค้า ทำให้เกิดการอยากกลับมาทานที่ร้านอีกครั้งด้วย 

 

Emotion: Connection สร้างความสัมพันธ์

      เทคนิคนี้อาจเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการพิชิตใจลูกค้าด้วยการตลาดที่ใช้ Emotional Value (คุณค่าทางอารมณ์) ทั้งหมด คุณติดต่อกับลูกค้าของคุณอย่างไร? คุณมีส่วนร่วมกับพวกเขามากน้อยขนาดไหน เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพียงแค่โปรโมทร้านของตัวเอง แต่กลับไม่สนใจ Feedback จากลูกค้า เจ้าของร้านอาหารควรเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นในโพสต์ Facebook แบ่งปันทวีตเช่นรูปภาพ Instagram และให้ความสำคัญกับข้อความเหล่านั้น ด้วยการ Like คอมเม้นท์นั้นๆ หรือแชร์รูปภาพของลูกค้าต่อ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มุ่งเน้นให้พวกเขามีส่วนร่วมกับร้านของเรา สื่อสารกับพวกเขาและเชื่อมต่อกับพวกเขา วงดนตรีดัง The Beatles มีเพลงท่อนหนึ่งที่ร้องว่า“ สิ่งที่คุณต้องการคือความรัก” ดังนั้นจงแบ่งปันความรู้สึกนั้นกับคนที่ติดตามร้านของคุณบนโซเชียลมีเดีย

 

       เมื่อผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับร้านอาหารของคุณ ถือได้ว่าร้านของคุณมีบางอย่างที่สามารถซื้อได้ นั่นคือ ความภักดี ความภักดีต่อแบรนด์ คือเหตุผลที่ผู้คนจะขับรถผ่านร้านอาหารอื่น ๆ เป็นสิบๆ ร้าน เพื่อมาทานที่ร้านของคุณ เมื่อคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกเช่นนั้นได้ ร้านอาหารของคุณแทบจะไม่ต้องแข่งขันกับใครอีกต่อไป ร้านคุณจะโดดเด่น แต่ก็ต้องไม่หยุดพัฒนาร้านของคุณเองเช่นเดียวกัน

 

เรื่องแนะนำ

เปิดร้านของตัวเอง

เปิดร้านของตัวเอง VS ซื้อแฟรนไชส์ แบบไหนดีกว่ากัน?

เชื่อว่าหลายคน มีความคิดว่าอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองสักครั้ง แต่การจะเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ โดยเฉพาะมือใหม่ที่อยากเริ่มมีธุรกิจของตัวเอง ที่ต้องคิดทั้งเรื่องสินค้า การตลาด บัญชี การเงิน เยอะแยะไปหมด และมักจะมีคำถามว่าจะลงทุน เปิดร้านของตัวเอง หรือซื้อแฟรนไชส์ จะเลือกแบบไหนดี? มาดูกันว่าข้อดี ข้อเสียของทั้งสองแบบว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยมาตัดสินใจให้เหมาะกับธุรกิจของคุณเองกันค่ะ   เปิดร้านของตัวเอง VS ซื้อแฟรนไชส์ เลือกแบบไหนดี? ข้อดีของการเปิดร้านของตัวเอง มีอิสระในการบริหารจัดการ การตัดสินใจและกำหนดทิศทางธุรกิจของเราเองได้อย่างเต็มที่ สามารถทำตามไอเดียของตัวเอง สร้างแบรนด์ที่เป็นตัวตนของเราเองได้ ถ้าเป็นธุรกิจอาหารก็สามารถที่จะเพิ่ม หรือดัดแปลงสูตรเมนูของร้านได้ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ในการปรับเปลี่ยนพัฒนาธุรกิจ การสร้างแบรนด์เองอาจจะเหมาะกับคนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ อยากทำอะไรใหม่ๆ แบบที่ไม่ต้องตามแบบใครค่ะ การเปิดร้านเอง อาจไม่ต้องลงทุนสูงมาก เพราะบางคนก็มีทุนน้อย หรือมีจำกัด แต่อยากที่จะทำธุรกิจ ก็สามารถทำได้ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านใหญ่จนเกินตัว ค่อยๆเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ แล้วต่อยอดไปเรื่อยๆ จนสามารถขยายกิจการ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักได้ในอนาคต เรื่องส่วนแบ่งกำไร หากคุณเปิดร้านเอง แน่นอนว่า คุณไม่จำเป็นต้องแบ่งกำไร คุณสามารถบริหารกำไรของคุณทั้งหมดได้เอง อย่างที่บอกว่าใครก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แล้วหากคุณทำได้ ข้อดีนี้ก็คือ ความภาคภูมิใจที่คุณทำ และมีความสุขที่ได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ และถ้ายิ่งพัฒนาไปจนแบรนด์ประสบความสำเร็จ […]

Digital Delicious

Digital Delicious เทรนด์ใหม่รูปแบบนำเสนออาหารสุดล้ำ เปิดประสบการณ์ผู้บริโภค

ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทกับทุกๆสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่แวดวงอาหาร ซึ่งปัจจุบันการเลือกรับประทานอาหารของผู้บริโภคไม่ได้หยุดเพียงแค่ รสชาติอร่อย หน้าตาอาหารสวยงาม หรือแม้แต่การบริการที่ดีเท่านั้น แต่สิ่งที่จะดึงดูดผู้บริโภคในยุคนี้ได้ก็คือ ประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและแปลกใหม่ในการรับประทานอาหารนั่นเอง เพื่อให้เกิดการจดจำ สร้างความประทับใจ และเป็นที่พูดถึง เรากำลังพูดถึง Digital Delicious ที่นำอาหารและดิจิทัลอาร์ต มารวมไว้ด้วยกัน กับรูปแบบการนำเสนอสุดล้ำที่ชวนว๊าว   เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคด้วย Digital Delicious  ปัจจุบันนี้แวดวงอาหารบ้านเรา ก็มีวิวัฒนาการที่น่าสนใจมากขึ้นทุกวัน อย่างเช่นล่าสุดที่บอกไปว่ามีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาในการพรีเซ้นท์อาหาร เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค นั่นก็คือโปรเจคDigital Delicious ที่ริเริ่มโดยบริษัท Doozy Digilab ผู้นําด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ ได้นำอาหารและดิจิทัลอาร์ตมารวมไว้ด้วยกัน ในรูปแบบของอาหาร Fine Dining โดยเชฟชื่อดัง เช่น เชฟเอริก ไวด์มันน์ ผู้คว้าตำแหน่งเชฟกระทะเหล็ก Iron Chef Thailand จาก Oriental Residence Bangkok, เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม, เชฟแต-จันทร์ชนก สุนทรญาณกิจ ศิลปินเชฟขนมอบชื่อดัง และเค-อานนท์ ฮุนตระกูล […]

การออกแบบเมนู

เทคนิค การออกแบบเมนู ให้เปรี้ยง

ทำไมบางครั้ง เราใช้เวลาเลือกอาหารเพียงไม่ถึง 1 นาที แต่บางทีเปิดเมนูพลิกไปพลิกมาอยู่นานก็ตัดสินใจไม่ได้ หรือว่า การออกแบบเมนู ส่งผลต่อการตัดสินใจของเราด้วย

เปลี่ยนเรื่องยากของธุรกิจร้านอาหารให้เป็นเรื่องง่ายที่ OfficeMate

การทำธุรกิจร้านอาหารมักมีโจทย์มาให้แก้ทุกวัน หนึ่งในโจทย์ที่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารต้องเจอก็คือเรื่องของ “เวลา” เพราะธุรกิจร้านอาหารประกอบด้วยฟังก์ชั่นงานต่างๆมากมาย เริ่มตั้งแต่ งานตกแต่งร้าน งานครัว งานทำความสะอาด งานบัญชี งานไอที รวมไปถึงงานบริหาร ยิ่งมีงานเหล่านี้มากขึ้น คำถามคือ จะจัดการงานทั้งหมดอย่างไรในเวลาที่มีอยู่เท่าเดิม? แถมยังต้องมาเสียเวลาไปกับการเดินทางไปที่ต่างๆ เพื่อเลือกซื้ออุปกรณ์และของใช้เข้าร้านอีก จะดีกว่าไหมหากเราสามารถลดต้นทุนแฝงส่วนนี้ลงได้? และมีเวลาเหลือไปทำงานอย่างอื่นให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เลือกซื้อสินค้าสำหรับร้านอาหารที่ OfficeMate OfficeMate เป็นผู้ช่วยชั้นเยี่ยมสำหรับเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่มีสินค้าที่ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างครบครัน เรียกได้ว่าครอบคลุมแทบทุกส่วนงาน ตั้งแต่อุปกรณ์สำหรับขั้นตอนการตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างดำเนินกิจการ รวมถึงของใช้เบ็ดเตล็ดอื่นๆ ทำให้การเลือกซื้อสินค้าที่ออฟฟิศเมท ช่วยประหยัดเวลาของเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหาร และเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจในเวลาเดียวกัน ลดต้นทุนเวลา มาที่เดียวจบ เพราะทุกสิ่งมีครบที่ OfficeMate             อย่างที่บอกไปว่าการเลือกซื้ออุปกรณ์และของใช้สำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ OfficeMate ครอบคลุมงานแทบทุกส่วน มาดูกลุ่มสินค้าหลักๆ ที่สามารถเลือกซื้อได้ที่ OfficeMate กันค่ะ   สร้างมุมสวยด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์ มุมสวยๆ เฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ คือ องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของร้านอาหารยุค 4.0 เพราะลูกค้านิยมถ่ายรูปลง Social Media ดังนั้นร้านอาหารที่เลือกเฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งร้านได้สวยและมีเอกลักษณ์ ย่อมสามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรได้ง่ายขึ้น แถมเป็นการโฆษณาร้านอาหารของเราทางอ้อมอีกด้วย แต่การเดินหาเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งร้านก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อยเลย […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-032-9750 ปิยาสวัสดิ์ วิบูลย์ปิ่น (แอม)
E-mail : ampiya23@gmail.com
Tel. 091-739-0941 ดรรชนี จันทร์ฉาย (เปิ้ล)
E-mail : nongdad1@gmail.com , dadchanee_ch@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.