10 ขั้นตอน ขายอาหารในศูนย์การค้า ต้องเริ่มอย่างไร? - Amarin Academy

10 ขั้นตอน ขายอาหารในศูนย์การค้า ต้องเริ่มอย่างไร?

เชื่อว่ามีร้านอาหารมากมาย ที่เคยคิดอยากจะเปิดร้านอาหารภายในศูนย์การค้า รวมถึงร้านที่ไม่ใช่แบรนด์ดัง ก็อยากจะพาร้านตัวเองเข้าสู่ศูนย์การค้า เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ก็มีหลายคำถามมากๆว่า ขายอาหารในศูนย์การค้า ต้องเริ่มอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ยุ่งยากหรือไม่ คุณประภา จิตวิวัฒน์พร Leasing Manager Business Development Group ศูนย์การค้า Seacon Square มาให้คำตอบแบบ Step by Step ให้เจ้าของร้านให้ทราบกันเลย

 

10 ขั้นตอน ขายอาหารในศูนย์การค้า

Step by Step

  1. ขั้นตอนแรก เจ้าของร้านต้องโทรเข้ามาที่ศูนย์การค้าเพื่อ ติดต่อฝ่ายขาย ว่ามีความประสงค์ต้องการจะเปิดร้านอาหาร ทีมฝ่ายขายจะมีการสอบถามเบื้องต้นว่า ต้องการเปิดร้านอะไร พื้นที่เท่าไหร่ จากนั้นก็จะให้ทางร้านส่ง Brand Profile มาให้พิจารณาเป็นลำดับถัดไป
  2. เจ้าของร้านส่ง Brand Profile ให้ศูนย์การค้าพิจารณา จุดนี้สำคัญมาก เจ้าของร้านต้องทำโปรไฟล์ร้านของตัวเองก่อน เพื่อให้รู้ว่าร้านของคุณเป็นอย่างไร ขายอาหาร หรือเครื่องดื่มประเภทใด หรือแม้กระทั่งมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจ ยิ่งหากไม่ใช่ร้านดัง Brand Profile ของร้านคุณต้องน่าสนใจ เพื่อให้ทางศูนย์การค้าพิจารณา โดยอาจจะมีการไปทดสอบรสชาติอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้านก่อน
  3. หลังจากส่ง Brand Profile แล้ว ซึ่งในนั้นจะมีการระบุพื้นที่ที่ต้องการด้วย ทางศูนย์การค้าจะทำการพิจารณาหาพื้นที่ที่เหมาะสมกับร้าน ประเภทของร้าน และทำเลที่เหมาะ เมื่อได้พื้นที่แล้วก็จะเสนอกลับไปยังเจ้าของร้านให้ทราบ
  4. นัดเจ้าของร้านเพื่อเข้ามาดูพื้นที่จริงที่เสนอไป ว่าตรงกับความต้องการหรือไม่ ถ้าพอใจกับพื้นที่นั้น ก็จะพูดคุยถึงรายละเอียดกันต่อไป เช่น อายุสัญญา เงินประกันการเช่าที่ และค่าใช้จ่ายต่างๆ กับศูนย์การค้า
  5. เมื่อเจ้าของร้านพอใจกับพื้นที่ที่นำเสนอไป ลำดับถัดมาศูนย์การค้าจะส่งใบจองพื้นที่ไปให้ จากนั้นลูกค้าทำการเซ็นใบจองกลับมา
  6. ศูนย์การค้าเริ่มขั้นตอนของการทำสัญญา โดยเริ่มมีการเก็บเงินประกันการเช่าที่ได้ชี้แจงไว้ (ข้อ 4) ค่าใช้จ่ายการทำสัญญา เช่น สัญญา 1 ปี คิดเงินประกัน 3 เดือนของค่าเช่า // สัญญา 3 ปี คิดเงินประกัน  6 เดือนของค่าเช่า ซึ่งเงินประกันทางศูนย์การค้าเก็บไว้ เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงทางศูนย์การค้าจะคืนให้
  7. เจ้าของร้านเริ่มออกแบบร้านตามขนาดพื้นที่ที่ได้ แต่ต้องส่งให้ทางศูนย์พิจารณา Approve ด้วย
  8. เมื่อ Approve แล้ว จะมีการนัดประชุมกันระหว่างเจ้าของร้าน ทีมผู้รับเหมาก่อสร้าง และศูนย์การค้า ก่อนเริ่มเข้าตกแต่งร้านในพื้นที่จริง
  9. เจ้าของร้านเริ่มเข้าตกแต่งร้านได้ ระยะเวลาในการก่อสร้างขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ด้วย โดยมาตรฐานจะอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 30 วัน (ในระหว่างการก่อสร้าง ยังไม่มีการเก็บค่าเช่า) และสามารถเข้าก่อสร้างได้ในช่วงศูนย์การค้าปิดทำการ แต่ถ้าก่อสร้างในระหว่างทำการจะต้องไม่มีเสียง หรือกลิ่น ที่ส่งผลกระทบกับร้านอื่นๆ

(*ข้อจำกัดการก่อสร้างในการ ขายอาหารในศูนย์การค้า ⇒ ร้านอาหารจะต้องทำตัวกันซึมสำหรับพื้นที่ครัว / มีการขังน้ำทิ้งไว้ก่อน 1 วัน เพื่อดูว่าน้ำรั่วหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับร้านอื่นๆ)

  1. งานก่อสร้างร้านเสร็จ ตรวจความเรียบร้อย หากไม่มีความบกพร่องใดๆ ก็สามารถเริ่มเปิดร้านได้ตามช่วงเวลาที่วางไว้

ขายอาหารในศูนย์การค้า

** ข้อมูลที่นำเสนอดังกล่าว เป็นตัวอย่างขั้นตอนของทางศูนย์การค้า Seacon  Square ซึ่งขั้นตอนการ ขายอาหารในศูนย์การค้า หรือเงื่อนไขการทำสัญญา รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละศูนย์การค้าเป็นผู้กำหนด อาจมีความแตกต่างกันบ้าง ทั้งนี้แนะนำให้ผู้ประกอบการ สอบถามรายละเอียดกับแต่ละศูนย์การค้าโดยตรงอีกครั้ง

 

ขอบคุณข้อมูล / ภาพ : ศูนย์การค้า Seacon  Square

 

อ่านต่อบทความที่น่า

สำรวจตัวเองให้พร้อม ก่อนตัดสินใจ เปิดร้านอาหารในศูนย์การค้า

รวม ข้อดีของการเปิดร้านอาหารในศูนย์การค้า ที่คุณคาดไม่ถึง!

 

เรื่องแนะนำ

ร้าน สวนผัก โอ้กะจู๋ ร้านอาหาร 100 คิว ธุรกิจดังแห่งปี

นั่งรอ ยืนรอ ช็อปปิ้งรอ เดินกลับมาที่ร้านก็ยังไม่ถึงคิว! เดินวนแล้วววว วนอีก  แต่คิวก็ไม่มีทีท่าจะลดลงเลย! ภาพคนยืนรอต่อคิวหน้าร้าน โอ้กะจู๋  ยังติดตาแอดมินมาจนถึงทุกวันนี้ วันธรรมดา หรือวันหยุดสุดสัปดาห์เสาร์อาทิตย์ โอ้กะจู๋ก็ยังคงแน่นด้วยคิวเป็นร้อยๆ ประวัติและข้อมูลเบื้องต้นเพื่อน ๆ คงพอหาอ่านได้จากพี่กู๋ (Google) อยู่บ้างแล้ว จากที่แอดมินคือหนึ่งในคนที่ไปรอคิวนานมาก บทความนี้จึงอยากวิเคราะห์จุดแข็งว่าเพราะเหตุใดที่ทำให้ผู้คนชื่นชอบและยอมมายืนต่อคิว “โอ้กะจู๋ ร้านอาหาร 100 คิว” นานขนาดนี้ได้ วันนี้ต้องยอมรับเลยว่า ‘โอ้กะจู๋’ คือร้านอาหารออร์แกนิกที่มาแรงสุดๆ เพราะเดินผ่านกี่ครั้งคนก็เต็มร้านจนต้องรอคิวกันนานสองนาน ความสำเร็จที่มัดใจคนได้แบบนี้ คงตามรอยสโลแกนร้านที่ว่า “ปลูกผักเพราะรักแม่” การให้ความใส่ใจกับลูกค้า เปรียบเสมือนว่าเขาคือคนในครอบครัว การทำอาหารจากใจ ปรุงด้วยวัตถุดิบที่สด สะอาด เสิร์ฟจานโตๆ จนกลายเป็นที่จดจำของลูกค้าไปแล้ว การทำอาหารทุกจานให้ออกมาดูดี มีคุณภาพ เหมือนกับทำให้แม่ทาน จนเกิดเป็นสโลแกน “โอ้กะจู๋ ปลูกผักเพราะรักแม่” ที่เปรียบลูกค้าเหมือนเป็นคนในครอบครัว ควรได้ทานอาหารดีๆ สด สะอาด และปรุงด้วยใจ แต่คงไม่ใช่แค่การเลือกดำเนินธุรกิจตามสโลแกนร้านอย่างเดียว ที่ทำให้ “โอ้กะจู๋” ประสบความสำเร็จ จนถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอย่างเช่นทุกวันนี้ โอ้กะจู๋ ร้านอาหาร 100 […]

MAJI Curry

MAJI Curry ข้าวแกงกะหรีี่จากญี่ปุ่น ดึงจุดแข็งดีกรีแชมป์เรียกลูกค้าคนไทย

ถ้าพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิต คงจะมีหลายเมนูในใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องมีเมนู ข้าวแกงกะหรี่แน่นอน ซึ่งข้าวแกงหรี่น้องใหม่จากประเทศญี่ปุ่น MAJI Curry ที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น เลือกประเทศไทย เป็นสาขาแรกในต่างประเทศ   MAJI Curry ข้าวแกงกะหรี่ดีกรีแชมป์ แม้จะเป็นแบรนด์ข้าวแกงกะหรี่น้องใหม่ในประเทศไทย ที่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นหูมากนัก แต่MAJI Curry มีดีกรีถึงแชมป์ข้าวแกงกะหรี่อันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ในปี 2018 และเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น ที่ลูกค้าต้องมาต่อคิวรอเป็นจำนวนมาก และยอดขายเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ถึง 200% และMAJI Curry เลือกที่จะขยายสาขาในต่างประเทศ และประเทศไทยก็เป็นที่แรก เลือกประเทศไทยเป็นสาขาแรก ในต่างประเทศ? คุณซาโตชิ ยามาโมโต ผู้บริหารบริษัท ซันปาร์ค กรุงเทพ จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของMAJI Curry เผยว่า เคยทำธุรกิจราเมงในประเทศไทยอยู่แล้ว และเห็นว่าตลาดในประเทศไทยใหญ่มาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น บางประเทศ เลยทำให้สนใจที่จะมาเปิดธุรกิจร้านแกงกะหรี่ในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ก็มีการสำรวจด้วยว่าคนไทยชอบทานแกงกะหรี่ จากร้านแกงกะหรี่ชื่อดังที่เปิดอยู่ในไทยอย่าง CoCoICHIBANYA และเห็นกว่าคนไทยชอบกินแกงกะหรี่ อยากประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน และข้าวแกงกะหรี่ก็เป็นที่รู้จักของคนไทยอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะทำตลาดได้ง่าย   […]

4 fingers

4 Fingers ขั้นตอนนำแฟรนไชส์ต่างชาติ สร้างตลาดในเมืองไทย

กระแสการซื้อแฟรนไชส์ต่างชาติมาตีตลาดในเมืองไทยกำลังมาแรง และล่าสุด 4 Fingers จะมาเปิดเผยขั้นตอน และเทคนิคดีๆ ของการซื้อแบรนด์แฟรนไชส์จากต่างประเทศให้ทราบกัน

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2024 Amarin Corporations Public Company Limited.