7 เทคนิคการขยายสาขา จาก 7 ร้านดัง - Amarin Academy

7 เทคนิคการขยายสาขา จาก 7 ร้านดัง

7 เทคนิคขยายสาขา จาก 7 ร้านดัง

เป้าหมายของร้านอาหารหลายๆ ร้าน คือการขยายสาขา เพิ่มยอดขายและผลกำไร แต่หลายๆ ร้านอาหารกังวลว่าหากขยายไป สาขาสองอาจไม่เปรี้ยงเท่าสาขาแรก เราจึงรวบรวม เทคนิคการขยายสาขา จากร้านดังที่ประสบความสำเร็จมาฝากกัน

1.ขยายใกล้ๆ กับร้านเดิม

เจ้าของร้านอาหารหลายๆ คนอาจเลือกทำเลเปิดสาขา 2 ให้ไกลจากสาขาแรก ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวจะแย่งลูกค้ากันเอง แต่รู้ไหมว่าการเปิดสาขาใกล้ๆ กันนั้น ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่ง เพราะการที่สาขาแรกประสบความสำเร็จในทำเลนั้น แสดงว่าที่ตั้งของร้านตรงกับความต้องการของลูกค้า เขาจึงเลือกมาใช้บริการร้านของเรา ดังนั้นการเลือกเปิดสาขาไกลจากที่เดิม เราอาจจะต้องทำการตลาดใหม่ สร้างฐานลูกค้าใหม่ กลับกันหากเราเลือกเปิดสาขาใกล้ๆ กับที่เดิม อาจจะไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่ๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะเลือกขยายสาขาใกล้ๆ กับร้านเดิม ก็มีข้อจำกัดคือ เราต้องมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการร้านเราในสาขาแรก มีปริมาณมาก พอที่จะโยกย้ายไปใช้บริการสาขาใหม่ได้ โดยร้านอาหารที่ใช้เทคนิคการขยายสาขาเช่นนี้มีหลายร้าน เช่น ร้านสเต็ก Eat am are ย่านอนุสาวรีย์ (ถ้าใครเคยผ่านไปแถวนั้น ต้องเคยเห็นแน่นอน เพราะผมลองนับคร่าวๆ น่าจะมีเกิน 5 ร้าน ในทำเล อนุสาวรีย์เพียงแห่งเดียว) อีกร้านคือ เฝอ 54 ที่เจ้าของร้านกล่าวไว้ว่า

“เราเป็นคน conservative จึงกลัวว่าถ้าทำสองร้านทำเลที่ต่างกันมาก จะบริหารจัดการไม่ได้ เรายังมีความสุขในการอยู่ต้อนรับลูกค้า ดูแลจัดการร้านด้วยตัวเองอยู่ อีกอย่างเรามั่นใจว่าสาขาสองจะไม่กระทบสาขาแรก เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีวันไหนที่เราไม่เต็ม หลายๆ ครั้งที่ลูกค้ามาแล้วไม่ได้กิน จึงคิดว่าถ้าเปิดอีกที่ใกล้ๆ กันแล้วใหญ่ขึ้น ลูกค้าสาขาแรกคงสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องนั่งรอคิวนาน ซึ่งโชคดีที่เราคิดถูก สาขานี้กลายเป็นสาขาที่ทำรายได้ให้เรามากที่สุด โดยที่ยอดสาขาแรกก็ไม่ได้ลดลง สุดท้ายมันเลยลามมาเป็นสาขา 3 และ 4 ในทำเลที่ไม่ไกลกันมาก”

เลือกทำเลที่เหมาะ

2.เลือกทำเลให้เหมาะกับแบรนด์

ทุกวันนี้การสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับร้านอาหาร เพราะจะทำให้ลูกค้าจดจำได้และนึกถึงเราเป็นอันดับแรกๆ โดยองค์ประกอบของการสร้างแบรนด์มีหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการเลือกทำเล หากเราวางตัวเป็นร้านอาหารระดับพรีเมี่ยม คุณภาพดี ราคาค่อนข้างสูงกว่าคู่แข่ง ที่ตั้งร้านของเราก็ควรสะท้อนภาพลักษณ์เหล่านั้นออกมาเช่นกัน โดยร้านที่เลือกใช้วิธีการขยายสาขาเช่นนี้คือ House of crepe

“จริงๆ ก่อนจะเปิดที่เอ็มควอเทียร์ มีห้างอื่นๆ ที่อยู่แถบชานเมืองมาติดต่อมาบ้าง แต่ปฏิเสธไป เนื่องจากเราตั้งใจจะเข้าห้างระดับ High End อยู่แล้ว เพราะเราคิดว่า ถ้าสาขาแรกเปิดแล้วไม่ปัง มันมีผลต่อภาพลักษณ์ทั้งหมด และกระทบระยะยาว ฉะนั้นต้องคิดให้ดี”

3.ไม่ว่าสาขาไหนก็เดินทางสะดวก

หนึ่งในปัจจัยที่ลูกค้าจะเดินทางไปใช้บริการร้านอาหารคือ การเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย เพราะหากร้านนั้นไปยาก ไกล ต้องต่อรถหลายต่อ อร่อยแค่ไหนเราก็คงถอดใจเหมือนกันจริงไหม ฉะนั้นการจะขยายสาขาต่อไป ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยนี้เช่นกัน โดยร้านนำปัจจัยด้านการเดินทางสพดวกมาเป็นปัจจัยในการขยายสาขาคือ penguin eat shabu

“สี่แยกสะพานควาย ถือเป็นจุดตัดของถนนสองเส้นหลักคือ อินทมะระ-ประดิพัทธ์ ที่มีบ้านพักอาศัยหนาแน่น และพหลโยธินที่มีอาคารสำนักงานอยู่เยอะ และไม่ว่าจะอยู่รัชดา พระรามหก วิภาวดี หรือมาทางรถไฟฟ้าก็สามารถมาร้านได้ในระยะเวลาครึ่งชม. เราเลยตัดสินใจเอาที่ตรงนี้ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีร้านอาหารที่ขายหัวละ 400-500 บาท อยู่ในสะพานควายเลย”

นอกจากนี้ทำเลอื่นๆ ที่ร้านนี้เลือกขยายสาขา ก็อยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าแทบทั้งหมดด้วยเช่นกัน

4.ดึงลูกค้าเดิมให้ไปสาขาใหม่

การที่ลูกค้ามาใช้บริการร้านเราแบบแน่นเอียด ต่อคิวยาวเหยียด หลายๆ ร้านคงดีใจ แต่จริงๆ แล้วการที่ลูกค้าต่อคิวยาวก็เป็นค่าเสียโอกาสของเราเช่นกัน เพราะไม่ว่าคนจะต่อแถวยาวแค่ไหน หากร้านเรามีแค่ 10 โต๊ะ ก็จะขายได้แค่ 10 โต๊ะเท่านั้น ดังนั้นการขยายสาขาเพื่อดึงลูกค้าไปใช้บริการสาขา 2 ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี โดยการดึงลูกค้าไปใช้สาขาใหม่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลูกค้าหลายคนอาจเดินทางไปสาขา 2 ได้ไม่สะดวก ดังนั้นจึงมีวิธีง่ายๆ ที่ไม่ว่าอย่างไร ลูกค้าต้องไปใช้บริการสาขานั้นแน่นอน โดย Class cafe ก็ใช้วิธีนี้

“เทคนิคการขยายสาขาคือ ดึงลูกค้ากลุ่มเดิมให้ออกไปใช้บริการสาขาอื่น อย่างสาขาแรก ผมเห็นว่าลูกค้าในสาขาเยอะจนไปต่อไม่ได้แล้ว ผมก็สังเกตว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มไหน กลุ่มหมอใช่ไหม อย่างนั้นสาขา 2 เราเปิดข้างโรงพยาบาลเลย หมอก็จะไปใช้บริการที่สาขานั้น สาขาแรกก็เบาลง พอคนในสาขาไหนเริ่มเยอะอีก ก็ทำอย่างนี้อีก ทำไปเรื่อยๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและเดินไปข้างหน้าได้

5.สร้างทีมให้พร้อมก่อนค่อยขยาย

ก่อนที่ร้านอาหารจะขยายสาขา ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือ ทีมงาน เพราะหากขยายสาขาไปแล้ว ทำเลดีก็จริง แต่ทีมงานยังไม่พร้อม รสชาติอาหารไม่คงที่ การบริการไม่ได้มาตรฐาน ก็จะกลายเป็นการฆ่าตัวตามทางอ้อม ดังนั้นก่อนจะขยายสาขาต้องสร้างทีมเพื่อให้พร้อมไปทำงานในสาขานั้นด้วย ซึ่ง Mo-Mo-Paradise คือร้านชาบูชื่อดังที่คำนึงถึงปัจจัยข้อนี้เป็นหลัก

“ไม่ใช่ว่าเราเห็นพื้นที่ไหนดี มีคนมาเสนอให้ก็ไปทันที การขยายสาขาต้องคำนึงถึงความพร้อมของทีมงานเป็นหลัก ต้องสร้างคนที่เป็นตัวแทนเราให้ได้ก่อนถึงจะขยาย เพราะถ้าพวกเขายังแข็งแรงไม่พอ ขยายสาขาไปเราเสียชื่อแน่นอน”

6.ขยายให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกค้าคือคนสำคัญที่ช่วยทำให้ร้านอาหารของเราอยู่รอดได้ ดังนั้นการเปิดสาขาใหม่ ให้อยู่ที่ทำเลที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เขาไม่ต้องดั้นด้นเดินทางมาใช้บริการร้านของเรา แต่เราไปเสิร์ฟถึงที่ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่ง โดยร้าน วัวนู้ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อกรอบ ก็เลือกใช้วิธีนี้

“เราวางจุดยืนตัวเองเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อระดับพรีเมี่ยม ฉะนั้นร้านเราต้องอยู่ในย่านธุรกิจ มีออฟฟิศเยอะๆ มีชาวต่างชาติที่มาทำงานในเมืองไทย เพราะคิดว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง”

สาขาแรกของวัวนู้ดอยู่ที่มหาทุนพลาซ่า (เพลินจิต) และ สาขาเอ็มไพร์ทาวเวอร์ (สาทร)

7.เปิดตลาดใหม่ที่คู่แข่งน้อย

หนึ่งในคุณสมบัติที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรมี คือสายตาที่มองเห็นโอกาสในธุรกิจอยู่เสมอ เพราะการที่เราเห็นโอกาสในธุรกิจก่อนผู้อื่น ก็จะทำให้เราได้เปรียบในการแข่งขัน มีโอกาสเป็นผู้นำในตลาดใหม่ได้ไม่ยาก

หากเจ้าของธุรกิจเริ่มเห็นว่าตลาดเดิมที่มีเริ่มอิ่มตัว มีคู่แข่งมากเหลือเกิน การเลือกออกไปเปิดตลาดใหม่ แม้จะเป็นงานท้าทาย เพราะต้องเริ่มสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่จากศูนย์ แต่ถ้าทำได้ ก็ถือว่าคุณได้ก้าวนำคู่แข่งไปไกลแล้ว โดย Sushi Shin ก็เลือกเดินวิธีนี้ ซึ่งพิสูจน์แล้ววาประสบความสำเร็จมากๆ

“ช่วงที่วางแผนขยายสาขา เรามองว่าตลาดซูชิในเมืองค่อนข้างอิ่มตัว ผมจึงคิดว่าเราน่าจะเลือกเก็บตลาดนอกเมืองแทน โดยขยายไปที่ Index living mall ที่พระราม 2 เมื่อขยายไปปรากฎว่าผลตอบรับดีเกินคาด ตอนนี้ยอดของพระราม 2 แซงหน้ายอดทองหล่อที่เป็นสาขาแรกไปแล้ว”

เทคนิคการขยายสาขานั้นมีมากมาย เจ้าของร้านอาหารคนไหนเห็นว่าวิธีใดเหมาะกับร้านของตัวเอง ก็เลือกใช้ได้เลยครับ

เรื่องแนะนำ

5 บริการสุดห่วย ที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากมาร้านของคุณ

1.การบริการที่ทำให้รู้สึกเหมือน ‘ไม่มีตัวตน’ หนึ่งในประสบการณ์ที่ลูกค้าร้านอาหารยอมรับว่าทำให้รู้สึกแย่ ก็คือ การที่พนักงานของร้านไม่ให้ความสนใจในการบริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกล่าวต้อนรับ ลองจินตนาการระหว่างร้าน A : ซึ่งมีพนักงานต้อนรับกล่าวคำทักทาย และจัดการที่นั่งอย่างรวดเร็ว กับร้าน B: ที่ปล่อยให้ลูกค้ายืนรอ ไม่กล่าวคำทักทาย จนคุณต้องเดินเข้าไปหาที่นั่งเอง ร้านไหนที่คุณอยากเดินเข้าไปกินมากกว่ากัน การทักทายนั้นมีความสำคัญมากและเป็นด่านแรกในการสร้างความประทับใจ ซึ่งถ้าหากลูกค้ารู้สึกไม่ดีตั้งแต่เริ่มต้นก็มีแนวโน้มที่จะไม่พอใจในเรื่องอื่น ๆ ด้วย   2.พนักงานดูแลเหมือนเพื่อนสนิท…… จนเกินไป           บริการดุจญาติมิตรนั้นอาจดีสำหรับธุรกิจบางประเภท แต่การบริการสำหรับธุรกิจร้านอาหารนั้นลูกค้าส่วนใหญ่มักต้องการเวลาส่วนตัว การที่พนักงานคุยเล่นกันข้ามหัวลูกค้า หรือใช้คำพูดในการบริการที่แสดงความเป็นกันเองกับลูกค้ามากจนเกินไป นอกจากจะทำให้ลูกค้ารู้สึกตะขิดตะขวงใจ ยังแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการให้บริการอีกด้วย     3.พนักงานไม่แม่นข้อมูลอาหาร และการบริการ           ร้านอาหารอร่อยขายได้ แต่ร้านอาหารอร่อยที่ขายดีอยู่ที่พนักงานให้บริการและให้คำแนะนำเมนูต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ ลองจินตนการว่า การที่ลูกค้ามีคำถามแล้วพนักงานเสิร์ฟต้องวิ่งไปถามพ่อครัว ถามผู้จัดการ นอกจากจะทำให้การบริการสะดุดแล้ว ลูกค้าย่อมรู้สึกถึงความไม่พร้อมในการให้บริการ หากพนักงานบริการได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน รู้จังหวะในการเข้าถึงลูกค้า การแนะนำเมนูที่เหมาะสมได้อย่างลื่นไหล สิ่งเหล่านี้จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน   4.การบริการที่สร้างความลำบากให้แก่ลูกค้า           ในยุคนี้การอำนวยความสะดวกสำคัญไม่แพ้รสชาติอาหาร เพราะเมื่อไหร่ที่ลูกค้ารู้สึกถึงความยุ่งยากในการบริการจากร้านของคุณ เขาจะตัดสินใจไปร้านอื่นทันที ยกตัวอย่างเช่น […]

5 ขั้นตอน พัฒนาทีมงานแบบง่ายๆ ใช้ได้ทุกร้าน

เพราะปัญหาเรื่องทีมงาน เป็นปัญหาคลาสสิคของร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านทุกคนพอเปิดไปสักพัก ก็ต้องเจอไม่ว่าจะเป็น พนักงานทำออเดอร์ผิด รสชาติหน้าตาอาหารผิดเพี้ยน เสริฟผิดโต๊ะ รับออเดอร์ตกหล่น ความสะอาดภายในร้านและในครัว จนถึงปัญหาการลาออกบ่อยของพนักงาน   ผมเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกแก้ และกลับมาหาเราซ้ำๆ ไม่ใช่เพราะเราไม่สอน……… แต่ปัญหาคือ เราไม่มี Flow Chart หรือ SOP ของการพัฒนาความสามารถให้พนักงาน   เมื่อเราไม่ได้วางลำดับขั้นตอนของการสอนเพื่อประเมินพนักงานว่าเขาอยู่จุดไหนแล้ว  และจากนี้เขาควรจะไปไหนต่อ มันก็เลยทำให้เขาอยู่จุดเดิม พอเกิดปัญหา ก็เลยเป็นภาระของ เจ้าของร้านที่ต้องเข้ามาแก้อยู่เสมอ   ยกตัวอย่างปัญหาในครัว เช่น พนักงาน A หั่นผัก มาหลายเดือน ก็หั่นผักอยู่แบบนั้น ไม่เคยได้จับกระทะทำอะไรเลย ยิ่งกว่านั้นพอพนักงานรุ่นพี่ลาหยุด กลายเป็นว่าคนที่อยู่ คือพนักงาน A ที่ทำหน้าที่หั่นผัก จำเป็นต้องมาจับกระทะทำอาหาร แต่ทำไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้มีการพัฒนาให้พนักงาน A ได้จับกระทะทำอาหารมาก่อน ทำงานครัวในวันนั้นไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น   แสดงว่าเจ้าของร้านไม่เคยตรวจสอบความสามารถของเขาเลยว่าเขาสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองไหม อยู่ขั้นไหนแล้ว ดังนั้นเราควรจะตั้งเป้าพัฒนาศักยภาพอย่างไร ต่อพนักงานหนึ่งคนเพื่อให้เขาเกิดผลสูงสุด   วันนี้ผมมี SOP […]

เปลี่ยนเรื่องยากของธุรกิจร้านอาหารให้เป็นเรื่องง่ายที่ OfficeMate

การทำธุรกิจร้านอาหารมักมีโจทย์มาให้แก้ทุกวัน หนึ่งในโจทย์ที่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารต้องเจอก็คือเรื่องของ “เวลา” เพราะธุรกิจร้านอาหารประกอบด้วยฟังก์ชั่นงานต่างๆมากมาย เริ่มตั้งแต่ งานตกแต่งร้าน งานครัว งานทำความสะอาด งานบัญชี งานไอที รวมไปถึงงานบริหาร ยิ่งมีงานเหล่านี้มากขึ้น คำถามคือ จะจัดการงานทั้งหมดอย่างไรในเวลาที่มีอยู่เท่าเดิม? แถมยังต้องมาเสียเวลาไปกับการเดินทางไปที่ต่างๆ เพื่อเลือกซื้ออุปกรณ์และของใช้เข้าร้านอีก จะดีกว่าไหมหากเราสามารถลดต้นทุนแฝงส่วนนี้ลงได้? และมีเวลาเหลือไปทำงานอย่างอื่นให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เลือกซื้อสินค้าสำหรับร้านอาหารที่ OfficeMate OfficeMate เป็นผู้ช่วยชั้นเยี่ยมสำหรับเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่มีสินค้าที่ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างครบครัน เรียกได้ว่าครอบคลุมแทบทุกส่วนงาน ตั้งแต่อุปกรณ์สำหรับขั้นตอนการตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างดำเนินกิจการ รวมถึงของใช้เบ็ดเตล็ดอื่นๆ ทำให้การเลือกซื้อสินค้าที่ออฟฟิศเมท ช่วยประหยัดเวลาของเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหาร และเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจในเวลาเดียวกัน ลดต้นทุนเวลา มาที่เดียวจบ เพราะทุกสิ่งมีครบที่ OfficeMate             อย่างที่บอกไปว่าการเลือกซื้ออุปกรณ์และของใช้สำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ OfficeMate ครอบคลุมงานแทบทุกส่วน มาดูกลุ่มสินค้าหลักๆ ที่สามารถเลือกซื้อได้ที่ OfficeMate กันค่ะ   สร้างมุมสวยด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากหลายสไตล์ มุมสวยๆ เฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ คือ องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของร้านอาหารยุค 4.0 เพราะลูกค้านิยมถ่ายรูปลง Social Media ดังนั้นร้านอาหารที่เลือกเฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งร้านได้สวยและมีเอกลักษณ์ ย่อมสามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรได้ง่ายขึ้น แถมเป็นการโฆษณาร้านอาหารของเราทางอ้อมอีกด้วย แต่การเดินหาเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งร้านก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อยเลย […]

วัดความสำเร็จของร้านอาหาร……ที่ไม่ใช่แค่ยอดขาย

วิเคราะห์ตัวเลข ตัวเลขรายได้รวม ความสำเร็จของร้านอาหารไม่สามารถวัดได้ด้วยยอดขายปัจจุบันเสมอไป ร้านอาหารจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ตัวเลขรายได้จริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยนำรายได้ปีที่ผ่านมา และปีปัจจุบัน มาเปรียบเทียบ เพื่อให้สามารถคาดการณ์ถึงรายได้ในอนาคต การขยายสาขาใหม่แสดงถึงการสามารถทำรายได้ที่มากขึ้นก็จริง แต่รายได้นั้นมีอัตราการเติบโตที่เหมาะสมในการลงทุนหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น   ตัวเลขยอดขายต่อบิล ร้านมีกลยุทธ์การขายที่สามารถเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อบิลได้ สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายไม่ว่าจะด้วยเมนู หรือการจัดการส่งเสริมการขาย แสดงถึงความสำเร็จ และแนวโน้มของการสร้างรายได้ในอนาคต   ตัวเลขอัตราส่วนกำไรขั้นต้น  (Gross Profit Margin) การที่จะวัดว่าร้านอาหารประสบความสำเร็จ หรือมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งหรือไม่ ร้านจะต้องมีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นต่อหน่วยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งแสดงถึงความสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี ตัวเลขที่บอกอัตราส่วนกำไรขั้นต้น ต้องนำไปเปรียบเทียบกับกิจการคู่แข่ง หรือตัวเลขเฉลี่ยจากร้านอาหารในตลาดเดียวกัน    ระบบร้านอาหารที่ดี ระบบร้านอาหารที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการบริการ การจัดการด้านครัวและวัตถุดิบ พนักงาน  โดยมีตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพเกิดข้อผิดพลาดด้านการจัดการน้อย แสดงถึงความสามารถในการควบคุมการจัดการร้านอาหารได้เป็นอย่างดี มีส่วนสำคัญอย่างมากกับการทำร้านอาหาร โดยเฉพาะในสภาพการแข่งขันปัจจุบัน หากร้านอาหารของคุณขายดีมาก ๆ แต่ไม่มีระบบจัดการร้านอาหารที่ดี ต้องแก้ปัญหารายวัน ย่อมส่งผลต่อตัวเลขรายได้   Brand Royalty ของลูกค้า             เนื่องจากลูกค้าร้านอาหารมีตัวเลือกเยอะ และหลากหลาย ทำให้เป็นธุรกิจที่ลูกค้ามี […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-685-7066
E-mail : waraporn_tu@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2021 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.