7 เทคนิคการขยายสาขา จาก 7 ร้านดัง - Amarin Academy

7 เทคนิคการขยายสาขา จาก 7 ร้านดัง

7 เทคนิคขยายสาขา จาก 7 ร้านดัง

เป้าหมายของร้านอาหารหลายๆ ร้าน คือการขยายสาขา เพิ่มยอดขายและผลกำไร แต่หลายๆ ร้านอาหารกังวลว่าหากขยายไป สาขาสองอาจไม่เปรี้ยงเท่าสาขาแรก เราจึงรวบรวม เทคนิคการขยายสาขา จากร้านดังที่ประสบความสำเร็จมาฝากกัน

1.ขยายใกล้ๆ กับร้านเดิม

เจ้าของร้านอาหารหลายๆ คนอาจเลือกทำเลเปิดสาขา 2 ให้ไกลจากสาขาแรก ด้วยเหตุผลที่ว่า กลัวจะแย่งลูกค้ากันเอง แต่รู้ไหมว่าการเปิดสาขาใกล้ๆ กันนั้น ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่ง เพราะการที่สาขาแรกประสบความสำเร็จในทำเลนั้น แสดงว่าที่ตั้งของร้านตรงกับความต้องการของลูกค้า เขาจึงเลือกมาใช้บริการร้านของเรา ดังนั้นการเลือกเปิดสาขาไกลจากที่เดิม เราอาจจะต้องทำการตลาดใหม่ สร้างฐานลูกค้าใหม่ กลับกันหากเราเลือกเปิดสาขาใกล้ๆ กับที่เดิม อาจจะไม่ต้องเหนื่อยหาลูกค้าใหม่ๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะเลือกขยายสาขาใกล้ๆ กับร้านเดิม ก็มีข้อจำกัดคือ เราต้องมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการร้านเราในสาขาแรก มีปริมาณมาก พอที่จะโยกย้ายไปใช้บริการสาขาใหม่ได้ โดยร้านอาหารที่ใช้เทคนิคการขยายสาขาเช่นนี้มีหลายร้าน เช่น ร้านสเต็ก Eat am are ย่านอนุสาวรีย์ (ถ้าใครเคยผ่านไปแถวนั้น ต้องเคยเห็นแน่นอน เพราะผมลองนับคร่าวๆ น่าจะมีเกิน 5 ร้าน ในทำเล อนุสาวรีย์เพียงแห่งเดียว) อีกร้านคือ เฝอ 54 ที่เจ้าของร้านกล่าวไว้ว่า

“เราเป็นคน conservative จึงกลัวว่าถ้าทำสองร้านทำเลที่ต่างกันมาก จะบริหารจัดการไม่ได้ เรายังมีความสุขในการอยู่ต้อนรับลูกค้า ดูแลจัดการร้านด้วยตัวเองอยู่ อีกอย่างเรามั่นใจว่าสาขาสองจะไม่กระทบสาขาแรก เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีวันไหนที่เราไม่เต็ม หลายๆ ครั้งที่ลูกค้ามาแล้วไม่ได้กิน จึงคิดว่าถ้าเปิดอีกที่ใกล้ๆ กันแล้วใหญ่ขึ้น ลูกค้าสาขาแรกคงสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องนั่งรอคิวนาน ซึ่งโชคดีที่เราคิดถูก สาขานี้กลายเป็นสาขาที่ทำรายได้ให้เรามากที่สุด โดยที่ยอดสาขาแรกก็ไม่ได้ลดลง สุดท้ายมันเลยลามมาเป็นสาขา 3 และ 4 ในทำเลที่ไม่ไกลกันมาก”

เลือกทำเลที่เหมาะ

2.เลือกทำเลให้เหมาะกับแบรนด์

ทุกวันนี้การสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับร้านอาหาร เพราะจะทำให้ลูกค้าจดจำได้และนึกถึงเราเป็นอันดับแรกๆ โดยองค์ประกอบของการสร้างแบรนด์มีหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือการเลือกทำเล หากเราวางตัวเป็นร้านอาหารระดับพรีเมี่ยม คุณภาพดี ราคาค่อนข้างสูงกว่าคู่แข่ง ที่ตั้งร้านของเราก็ควรสะท้อนภาพลักษณ์เหล่านั้นออกมาเช่นกัน โดยร้านที่เลือกใช้วิธีการขยายสาขาเช่นนี้คือ House of crepe

“จริงๆ ก่อนจะเปิดที่เอ็มควอเทียร์ มีห้างอื่นๆ ที่อยู่แถบชานเมืองมาติดต่อมาบ้าง แต่ปฏิเสธไป เนื่องจากเราตั้งใจจะเข้าห้างระดับ High End อยู่แล้ว เพราะเราคิดว่า ถ้าสาขาแรกเปิดแล้วไม่ปัง มันมีผลต่อภาพลักษณ์ทั้งหมด และกระทบระยะยาว ฉะนั้นต้องคิดให้ดี”

3.ไม่ว่าสาขาไหนก็เดินทางสะดวก

หนึ่งในปัจจัยที่ลูกค้าจะเดินทางไปใช้บริการร้านอาหารคือ การเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย เพราะหากร้านนั้นไปยาก ไกล ต้องต่อรถหลายต่อ อร่อยแค่ไหนเราก็คงถอดใจเหมือนกันจริงไหม ฉะนั้นการจะขยายสาขาต่อไป ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยนี้เช่นกัน โดยร้านนำปัจจัยด้านการเดินทางสพดวกมาเป็นปัจจัยในการขยายสาขาคือ penguin eat shabu

“สี่แยกสะพานควาย ถือเป็นจุดตัดของถนนสองเส้นหลักคือ อินทมะระ-ประดิพัทธ์ ที่มีบ้านพักอาศัยหนาแน่น และพหลโยธินที่มีอาคารสำนักงานอยู่เยอะ และไม่ว่าจะอยู่รัชดา พระรามหก วิภาวดี หรือมาทางรถไฟฟ้าก็สามารถมาร้านได้ในระยะเวลาครึ่งชม. เราเลยตัดสินใจเอาที่ตรงนี้ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีร้านอาหารที่ขายหัวละ 400-500 บาท อยู่ในสะพานควายเลย”

นอกจากนี้ทำเลอื่นๆ ที่ร้านนี้เลือกขยายสาขา ก็อยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดตัดของรถไฟฟ้าแทบทั้งหมดด้วยเช่นกัน

4.ดึงลูกค้าเดิมให้ไปสาขาใหม่

การที่ลูกค้ามาใช้บริการร้านเราแบบแน่นเอียด ต่อคิวยาวเหยียด หลายๆ ร้านคงดีใจ แต่จริงๆ แล้วการที่ลูกค้าต่อคิวยาวก็เป็นค่าเสียโอกาสของเราเช่นกัน เพราะไม่ว่าคนจะต่อแถวยาวแค่ไหน หากร้านเรามีแค่ 10 โต๊ะ ก็จะขายได้แค่ 10 โต๊ะเท่านั้น ดังนั้นการขยายสาขาเพื่อดึงลูกค้าไปใช้บริการสาขา 2 ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี โดยการดึงลูกค้าไปใช้สาขาใหม่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะลูกค้าหลายคนอาจเดินทางไปสาขา 2 ได้ไม่สะดวก ดังนั้นจึงมีวิธีง่ายๆ ที่ไม่ว่าอย่างไร ลูกค้าต้องไปใช้บริการสาขานั้นแน่นอน โดย Class cafe ก็ใช้วิธีนี้

“เทคนิคการขยายสาขาคือ ดึงลูกค้ากลุ่มเดิมให้ออกไปใช้บริการสาขาอื่น อย่างสาขาแรก ผมเห็นว่าลูกค้าในสาขาเยอะจนไปต่อไม่ได้แล้ว ผมก็สังเกตว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มไหน กลุ่มหมอใช่ไหม อย่างนั้นสาขา 2 เราเปิดข้างโรงพยาบาลเลย หมอก็จะไปใช้บริการที่สาขานั้น สาขาแรกก็เบาลง พอคนในสาขาไหนเริ่มเยอะอีก ก็ทำอย่างนี้อีก ทำไปเรื่อยๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและเดินไปข้างหน้าได้

5.สร้างทีมให้พร้อมก่อนค่อยขยาย

ก่อนที่ร้านอาหารจะขยายสาขา ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือ ทีมงาน เพราะหากขยายสาขาไปแล้ว ทำเลดีก็จริง แต่ทีมงานยังไม่พร้อม รสชาติอาหารไม่คงที่ การบริการไม่ได้มาตรฐาน ก็จะกลายเป็นการฆ่าตัวตามทางอ้อม ดังนั้นก่อนจะขยายสาขาต้องสร้างทีมเพื่อให้พร้อมไปทำงานในสาขานั้นด้วย ซึ่ง Mo-Mo-Paradise คือร้านชาบูชื่อดังที่คำนึงถึงปัจจัยข้อนี้เป็นหลัก

“ไม่ใช่ว่าเราเห็นพื้นที่ไหนดี มีคนมาเสนอให้ก็ไปทันที การขยายสาขาต้องคำนึงถึงความพร้อมของทีมงานเป็นหลัก ต้องสร้างคนที่เป็นตัวแทนเราให้ได้ก่อนถึงจะขยาย เพราะถ้าพวกเขายังแข็งแรงไม่พอ ขยายสาขาไปเราเสียชื่อแน่นอน”

6.ขยายให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกค้าคือคนสำคัญที่ช่วยทำให้ร้านอาหารของเราอยู่รอดได้ ดังนั้นการเปิดสาขาใหม่ ให้อยู่ที่ทำเลที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เขาไม่ต้องดั้นด้นเดินทางมาใช้บริการร้านของเรา แต่เราไปเสิร์ฟถึงที่ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่ง โดยร้าน วัวนู้ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อกรอบ ก็เลือกใช้วิธีนี้

“เราวางจุดยืนตัวเองเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อระดับพรีเมี่ยม ฉะนั้นร้านเราต้องอยู่ในย่านธุรกิจ มีออฟฟิศเยอะๆ มีชาวต่างชาติที่มาทำงานในเมืองไทย เพราะคิดว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง”

สาขาแรกของวัวนู้ดอยู่ที่มหาทุนพลาซ่า (เพลินจิต) และ สาขาเอ็มไพร์ทาวเวอร์ (สาทร)

7.เปิดตลาดใหม่ที่คู่แข่งน้อย

หนึ่งในคุณสมบัติที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรมี คือสายตาที่มองเห็นโอกาสในธุรกิจอยู่เสมอ เพราะการที่เราเห็นโอกาสในธุรกิจก่อนผู้อื่น ก็จะทำให้เราได้เปรียบในการแข่งขัน มีโอกาสเป็นผู้นำในตลาดใหม่ได้ไม่ยาก

หากเจ้าของธุรกิจเริ่มเห็นว่าตลาดเดิมที่มีเริ่มอิ่มตัว มีคู่แข่งมากเหลือเกิน การเลือกออกไปเปิดตลาดใหม่ แม้จะเป็นงานท้าทาย เพราะต้องเริ่มสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่จากศูนย์ แต่ถ้าทำได้ ก็ถือว่าคุณได้ก้าวนำคู่แข่งไปไกลแล้ว โดย Sushi Shin ก็เลือกเดินวิธีนี้ ซึ่งพิสูจน์แล้ววาประสบความสำเร็จมากๆ

“ช่วงที่วางแผนขยายสาขา เรามองว่าตลาดซูชิในเมืองค่อนข้างอิ่มตัว ผมจึงคิดว่าเราน่าจะเลือกเก็บตลาดนอกเมืองแทน โดยขยายไปที่ Index living mall ที่พระราม 2 เมื่อขยายไปปรากฎว่าผลตอบรับดีเกินคาด ตอนนี้ยอดของพระราม 2 แซงหน้ายอดทองหล่อที่เป็นสาขาแรกไปแล้ว”

เทคนิคการขยายสาขานั้นมีมากมาย เจ้าของร้านอาหารคนไหนเห็นว่าวิธีใดเหมาะกับร้านของตัวเอง ก็เลือกใช้ได้เลยครับ

เรื่องแนะนำ

แชร์สูตร คำนวณทั้งโครงสร้างต้นทุน ก่อนตั้งราคาอาหาร ร้านอาหารมีต้นทุนแฝง ป้องกันอาการ ขายดี…จนเจ๊ง!

แชร์สูตร คำนวณทั้งโครงสร้างต้นทุน ก่อนตั้งราคาอาหาร ร้านอาหารมีต้นทุนแฝง ป้องกันอาการ ขายดี…จนเจ๊ง! ขายดีจนเจ๊ง! เชื่อว่าสิ่งที่เจ้าของร้านอาหารมือใหม่อยากจะเห็นก็คือภาพของลูกค้ามาใช้บริการเต็มร้าน ขายดี ขายหมดทุกวัน แต่ทว่าการที่ลูกค้าเยอะ ก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้กำไรเสมอไป ซึ่งกรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับหลายร้านที่ขายดีแต่ไม่มีกำไร กว่าจะรู้ตัวว่าขาดทุนสะสมมานานก็เกือบเจ๊งแล้ว ซึ่งต้นเหตุของปัญหาเหล่านี้ เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การตั้งราคาอาหารผิด คำนวณต้นทุนผิดหรือตั้งราคาอาหารจากต้นทุนวัตถุดิบอย่างเดียว แล้วถ้าอยากขายดีและมีกำไรต้องทำยังไงลองมาดูวิธีการตั้งราคาที่ถูกต้องกัน! . ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่าต้นทุนของราคาอาหารทุกจานล้วนมีต้นทุนแฝง ไม่ได้มีแค่ค่าวัตถุดิบอย่างเดียว ฉะนั้นจะเอาแค่ค่าวัตถุดิบมาใช้ในการตั้งราคาอาหารไม่ได้ ต้องเอามาทั้งโครงสร้าง โดยโครงสร้างต้นทุนแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ ต้นทุนวัตถุดิบ COG (cost of grocery) ควรอยู่ที่ 35-40% ต้นทุนค่าเช่าที่ COR (cost of rental) ควรอยู่ที่ 10-15% ต้นทุน พนักงาน COL (cost of labor) ควรอยู่ที่ 20% ต้นทุนอื่นๆ ETC (เช่น ค่าน้ำ […]

5 สิ่งอย่าทำ สำหรับร้านอาหารเปิดใหม่

5 สิ่งอย่าทำ สำหรับร้านอาหารเปิดใหม่ การเปิดร้านอาหารเป็นธุรกิจปราบเซียน ที่มีผู้เล่นเกิดใหม่ และดับได้ในทุกวัน จึงไม่แปลกใจว่า หลายร้านสามารถติดตลาดได้อย่างรวดเร็วจนต้องจองคิวล่วงหน้าเป็นเดือน แต่กลับพบว่าต้องปิดตัวลง นี่คือหลุมพราง 5 ข้อ ที่หลายร้านเจอมาแล้วเจ็บจนต้องเจ๊ง ไม่กล้าบอกใคร 1.โปรโมชั่นกระตุ้นยอด… ดีแต่อายุสั้น ร้านค้าเปิดใหม่จำเป็นต้องทำการส่งเสริมการตลาด เพื่อให้ลูกค้ารู้จักและตัดสินใจมาลองกิน เมื่อร้านขายดีหลายร้านเลือกลงทุนเพิ่ม สต็อกของเพิ่ม แต่พบว่าร้านกลับเงียบหลังจากนั้น เพราะยอดขายที่เกิดจากการทำโปรโมชั่นในช่วงแรกนั้นคือภาพลวง และเกิดจากลูกค้าขาจรโดยส่วนใหญ่ การทำโปรโมชั่นบ่อย ๆ อาจทำให้ลูกค้าเคยชินที่จะซื้อแค่ระยะเวลาโปรโมชั่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นควรเลือกทำโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับทิศทางของร้านที่จะช่วยเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้เป็นลูกค้าประจำ เตรียมความพร้อมการจัดการหน้าร้านเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า และโปรโมชั่นที่เลือกทำต้องสามารถวัดพฤติกรรมของลูกค้าได้ เพื่อส่งเสริมร้าน ซึ่งจะทำให้สามารถวางแผนในการทำการตลาดได้ดียิ่งขึ้น    2.ดังแค่ไหน,,,ทะเลาะกับลูกค้าคุณไม่มีวันชนะ ทุกวันนี้ลูกค้าสามารถคอมเพลนร้านอาหารได้โดยตรง และการคอมเพลนของลูกค้านั้นกระจายถึงลูกค้าคนอื่นได้ง่ายและกว้าง ร้านอาหารบางร้านมีชื่อเสียงขายดีย่อมถูกคาดหวังสูงจากลูกค้า การตอบโต้กลับเมื่อถูกคอมเพลนจึงส่งผลเสียมากกว่า ร้านอาหารควรรู้จักการบริหารวิกฤตที่เกิดขึ้น คือ ขอโทษ เยียวยา แก้ไข และพลิกวิกฤตนั้นให้เป็นโอกาส   3.ไม่อยากพลาด…ไล่ตามกระแส การจับกระแสได้เร็ว อาจทำให้คุณเป็นที่สนใจของลูกค้า มียอดเพิ่มมากขึ้นจากสินค้าใหม่ แต่ก่อนจะทำควรตอบให้ได้ว่า จุดยืนของร้านคืออะไร ชัดเจนว่าจะเป็นร้านแบบไหนในใจของลูกค้า ไม่ว่าจะอยู่ในกระแส นำกระแส หรือตามกระแส ก็ประสบความสำเร็จได้ […]

ต้นทุนแฝงร้านอาหาร โฟกัสให้ดี ถ้าไม่อยากผิดพลาด

กำไรที่เกิดขึ้นจากร้านอาหาร จะมากหรือน้อยไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถในการจัดการต้นทุนได้อย่างดีด้วย ต้นทุนที่เรากำหนดไว้อยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ ค่าเช่าสถานที่ ค่าบริหารจัดการ หรือต้นทุนทางการตลาดก็ตาม มักจะมี ต้นทุนแฝงร้านอาหาร ที่เกิดขึ้นด้วย หากไม่โฟกัสให้ดีก็ส่งผลให้ร้านสูญเสียค่าใช้จ่าย สูญเสียโอกาสทางธุรกิจโดยไม่จำเป็น    ต้นทุนแฝงร้านอาหาร โฟกัสให้ดี ถ้าไม่อยากผิดพลาด  ต้นทุนจากการสูญเสียวัตถุดิบ           ต้นทุนวัตถุดิบเป็นต้นทุนที่มากที่สุดของร้านอาหารที่เรียกว่า Prime Cost ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของร้านมากที่สุด ต้นทุนวัตถุดิบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของร้านอาหาร โดยเฉลี่ยร้านอาหารทั่วไปจะควบคุมต้นทุนให้ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรวมกับต้นทุนแรงงานแล้วไม่ควรจะเกิน 45 – 60 % เพื่อควบคุมให้กำไรต่อเดือนเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีและค่าเสื่อมแล้ว ไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์           การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ อาจจะต้องวิเคราะห์ต้นทุนอาหารแต่ละเมนู ปริมาณการจัดเสิร์ฟ จัดการสต๊อกสินค้าให้ดี โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์แต่ละครั้ง ต้องดูความพร้อมในการจัดเก็บวัตถุดิบของร้านด้วย นอกจากวัตถุดิบเสียแล้วการจัดเก็บยังเป็นภาระต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้น ซึ่งร้านอาหารใหม่ ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักพฤติกรรมของลูกค้าเพียงพอจะสามารถคาดเดายอดขายได้   ต้นทุนค่าจ้างแรงงาน  ต้นทุนแรงงานเป็นต้นทุนที่อยู่ใน Prime Cost เช่นเดียวกัน กระทบต่อค่าใช้จ่ายเป็นอันดับรองลงมาจากต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งควรควบคุมให้ไม่เกิน […]

Hai di lao

หมัดเด็ด Hai di lao หม้อไฟสัญชาติจีน สู่การเป็นร้านอาหารระดับโลก

ถ้าพูดถึงร้านอาหารประเภท hot pot หม้อไฟ ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ จนคนต้องยอมต่อแถวรอคิวหลายชั่วโมงคงหนีไม่พ้น ร้านหม้อไฟสัญชาติจีนที่ชื่อว่า Hai di lao (ไห่-ตี้-เหลา) ร้านหม้อไฟที่โด่งดังในประเทศจีน รวมถึงอีกหลายประเทศ และเพิ่งมาเปิดสาขาในประเทศไทยได้ไม่นาน จนเกิดความสงสัยว่า ร้านนี้มีดีอะไร และทำไมลูกค้าถึงยอมที่จะรอคิวเพื่อให้ได้ทาน   ” Hai di lao “ จากความสงสัยก็ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมของร้าน Hai di lao ก็พบว่าธุรกิจนี้ไม่ธรรมดาเลย เพราะแบรนด์นี้มีต้นกำเนิดจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน และก่อตั้งโดย Zhang Yong (จาง หย่ง) ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่การเริ่มต้นจากเชน Hotpot ในประเทศจีน แต่สามารถก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นเชนร้านอาหารระดับโลก ซึ่งปัจจุบันขยายไปแล้ว 400 กว่าสาขาทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น และมียอดขายในปี 2018 กว่า 17,000 ล้านหยวน ซึ่งถ้าเทียบกับร้านอาหารประเภทที่คล้ายกันในบ้านเราอย่าง MK Restaurant ที่คิดว่าใหญ่แล้ว มีทั้งร้านสุกี้และร้านอาหารญี่ปุ่น กว่า 600 สาขา […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.