เปิดร้านอาหาร ทำอย่างไรให้ดี และมีกำไร - Amarin Academy

เปิดร้านอาหาร ทำอย่างไรให้ดี และมีกำไร

เปิดร้านอาหาร ทำอย่างไรให้ดี และมีกำไร

หลายคนที่ลงทุนเปิดร้านอาหาร มีทำเลมี ทีมงานแน่น อาหารอร่อย คอนเสปต์เจ๋ง แต่ดันมาตกม้าตายตรงการบริหารจัดการเสียนี้ อย่างนั้นมาดูเคล็ดลับง่ายๆ เปิดร้านอาหาร ทำอย่างไรให้ดี และมีกำไร กันดีกว่า

1.ลูกค้าถูกเสมอ

กฎข้อสำคัญของการทำธุรกิจแทบทุกประเภทคือ ลูกค้าถูกเสมอ แม้ว่าบางทีเราอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับคำตำหนิของลูกค้านัก แต่การที่คุณทะเลาะหรือเถียงกับลูกค้านั้นไม่เกิดประโยชน์ใดเลย นอกจากทำให้เขาอารมณ์เสียและไม่กลับมาใช้บริการร้านคุณแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ร้านอาหารของคุณแย่อีกด้วย ฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจคือ ต้องทำให้ลูกค้าพอใจที่สุด เพื่อกลับมาใช้บริการอีกครั้งให้ได้

2.ระบุหน้าที่ของพนักงานให้ชัดเจน

การระบุขอบเขต และหน้าที่การทำงานของพนักงานแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน จะช่วยให้การทำงานลื่นไหลและมีประสิทธิภาพ พนักงานเองก็จะไม่สับสนว่า หน้าที่นี้เป็นความรับผิดชอบของใคร  ไม่เกิดการเกี่ยงงานหรือการก้าวก่ายในหน้าที่ต่างๆ และหากเกิดปัญหาจะได้แก้ไขได้ตรงจุด

3.ต้องโฆษณาร้าน

สิ่งสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จักและทำกำไรคือ การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ร้านผ่านสื่อต่างๆ โดยทุกวันนี้ โซเชียลมีเดียช่วยให้การโฆษณาทำได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น แถมค่าใช้จ่ายถูกลงมาก โดยสื่อที่ร้านอาหารนิยมใช้คือ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เป็นต้น โดยคุณไม่จำเป็นต้องรอให้ร้านเสร็จ หรือเปิดบริการจึงจะโฆษณา แต่สามารถโฆษณาได้ตั้งแต่ระหว่างเริ่มทำร้านเลย

4.ตรวจสอบกระแสเงินสดอยู่เสมอ

กระแสเงินสด หมายถึง เงินที่ใช้หมุนเวียนภายในร้าน คิดจากรายได้ ลบรายจ่ายในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์และแต่ละเดือน ซึ่งเจ้าของกิจการต้องตรวจสอบว่า แต่ละวันมีรายรับเท่าไร รายรับส่วนใหญ่มาจากช่องทางไหน หากลงลึกว่านั้นก็ควรทราบว่ามาจากเมนูอะไร เพื่อจะได้ทราบว่าควรวางแผนทำการตลาดต่อไปอย่างไร ขณะเดียวกันก็ต้องทราบว่าแต่ละวันมีรายจ่ายเท่าไร รายจ่ายส่วนใหญ่เกิดจากอะไร เราสามารถลดรายจ่ายส่วนนั้นได้หรือไม่ เป็นต้น

5.ทำโปรโมชั่น

การทำโปรโมชั่นกับร้านอาหารถือเป็นของคู่กัน เพราะโปรโมชั่นคือช่องทางสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น โดยการทำโปรโมชั่นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการลดราคา การเสนอของแถม การสะสมแต้ม เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติม: 10 ไอเดียทำโปรโมชั่นร้านอาหารให้ปัง)

6.เพิ่มช่องทางการขาย

เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารมีการแข่งขันที่รุนแรง ฉะนั้นการจำหน่ายอาหารหน้าร้านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เจ้าของร้านควรหาช่องทางใหม่ๆ ในการเพิ่มรายได้ด้วย เช่น การออกบูธตามงานอีเว้นท์ การรับจัดงานนนอกสถานที่ การทำ catering การเพิ่มบริการส่งถึงบ้าน เป็นต้น

7.ตรวจสอบรายการขาย

การตรวจสอบรายการขายคือ การเช็คว่าแต่ละวัน ร้านอาหารจำหน่ายเมนูใดไปบ้าง จำนวนเท่าไร ช่วงเวลาใดจำหน่ายได้มากที่สุด ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการวิเคราะห์และวางแผนว่าควรทำการตลาดอย่างไร เช่น หากสถิติพบว่า วันพุธกลางคืน จำหน่ายอาหารได้น้อยที่สุด ร้านอาหารก็ควรออกโปโมชั่นในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น เป็นต้น

8.นำระบบ POS มาช่วย

ระบบ POS (Point Of Sale) คือระบบที่ช่วยในการเก็บข้อมูลการขาย และบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เมื่อมีการขายสินค้า การบริการ เครื่องมือนี้จะช่วยให้เจ้าของร้านรู้ได้ทันทีว่า แต่ละวันมีรายรับและรายจ่ายเท่าไร โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งจดนั่งจำอีกด้วย

9.ปรับปรุงเมนูอยู่เสมอ

ร้านอาหารต้องพัฒนาเมนู

ราคาอาหารเปลี่ยนแปลงตลอด และเจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบราคาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้อัพเดตเมนูและราคาได้ถูกต้องและเหมาะสม (อ่านต่อ: 3 ปัจจัยที่ทำให้ ร้านอาหารต้องพัฒนาเมนู อยู่เสมอ)

10.อย่าละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ

หากมีหนทางใดที่ช่วยลดต้นทุนได้ เจ้าของกิจการก็ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน การใช้เครื่องล้างจาน ที่ช่วยประหยัดเวลาและกำลังคน การปรับปรุงระบบเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดพลังงาน เปลี่ยนจากการใช้พลาสติกหรือกระดาษเป็นแก้ว เป็นต้น สิ่งเหล่านี้อาจไม่เห็นผลในระยะสั้น (แถมลงทุนสูง) แต่จะช่วยประหยัดเงินของคุณในระยะยาวแน่นอน

10 ข้อนี้เป็นหลักการบริหารจัดการร้านง่ายๆ ที่เจ้าของร้านอาหารหลายคนอาจมองข้าม ลองศึกษาแล้วนำไปใช้ประยุกต์ใช้ดูนะครับ

เรื่องแนะนำ

ร้านอาหาร ประเภท

ร้านอาหาร ประเภท ไหน เหมาะกับเรามากที่สุด

ร้านอาหารแต่ละประเภทมีลักษณะแตกต่างกัน อย่างนั้นลองมาดูลักษณะของร้านอาหารแต่ละประเภทกันดีกว่า จะได้รู้ว่า ร้านอาหาร ประเภท ไหนเหมาะกับเรามากที่สุด

ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร

ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้!

ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอร่อยหรือการตกแต่งร้านเท่านั้น แต่ต้องอาศัย “ทีมงาน” ที่ดีมีคุณภาพ ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา เจ้าของร้านบางท่านอาจจะคิดว่าให้ทีมแบ่งงานกันทำง่ายๆ ใครว่างก็ไปช่วยคนอื่นทำต่อ แต่ถ้าจะบริหารร้านให้เป็นระบบอย่างมืออาชีพแล้ว ควรจะแบ่งงานกันอย่างไร มาศึกษาการแบ่ง  ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้! ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้! ร้านอาหารแต่ละชนิดก็จะต้องการพนักงานที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยเราสามารถแบ่งประเภทพนักงานออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ พนักงานหลังร้าน และพนักงานหน้าร้าน  พนักงานหลังร้าน ความสามารถที่จำเป็นของพนักงานหลังร้านหรือในครัวนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของร้านอาหาร และความซับซ้อนของเมนูในร้าน เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด พนักงานไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในครัวมากนัก ก็สามารถประกอบอาหารได้ตามมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น คงต้องการเชฟที่มีประสบการณ์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบ ความสามารถในการใช้มีด การแล่ปลา การปั้นซูซิและทำอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ  ยิ่งเป็นร้านที่พัฒนามากขึ้น ตำแหน่งก็จะยิ่งละเอียด เพื่อความชัดเจนในหน้าที่ ลดความซ้ำซ้อนของงาน และมีโครงสร้างเหมือนกับบริษัทย่อยๆ ที่พนักงานต้องเรียนรู้ขึ้นไปเรื่อยๆ โดยตำแหน่งในครัวแบ่งย่อยได้เป็น  หัวหน้าเชฟ เป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดเบื้องหลังร้าน แค่ต้องทำอาหารได้ดียังไม่พอ แต่ต้องสามารถบริการจัดการครัวได้ด้วย ทั้งเรื่องการกระจายงานให้พนักงานในครัว ดูแลการจัดการวัตถุดิบ คำนวนต้นทุนอาหาร วางแผนและพัฒนาเมนูในร้าน   ผู้ช่วยเชฟ  มีหน้าที่ช่วยจัดการงานต่างๆ ของหัวหน้าเชฟ และดูแลครัวในกรณีที่หัวหน้าเชฟไม่อยู่ […]

เมนูเยอะ

จิตวิทยาร้านอาหาร เมนูเยอะ ทำให้ลูกค้าพอใจ จริงหรือ?

เชื่อว่าหลายคนที่เคยไปรับประทานอาหารนอกบ้าน น่าจะเคยเจอร้านที่มีเมนูอาหารเยอะมาก บางร้านมีเป็นร้อยเมนู เพราะอาจจะคิดว่า การมีเมนูอาหารเยอะๆ ไว้ก่อน จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า และทำให้ร้านมีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย แต่คำถามก็คือ การที่ร้านอาหารมี เมนูเยอะ ช่วยทำให้ลูกค้าพอใจจริงหรือ?     จิตวิทยาร้านอาหาร เมนูเยอะ ทำให้ลูกค้าพอใจ จริงหรือ? การที่ลูกค้าตัดสินใจเลือกเมนูนาน เมื่ออยู่ในร้านอาหารที่มีเมนูหลากหลายนั้น สามารถอธิบายในทางจิตวิทยาได้จากปรากฏการณ์ The Paradox of Choice คือ เมื่อคนเรามีทางเลือกมากขึ้น เรามักจะพอใจกับสิ่งที่เลือกน้อยลง พูดง่าย ๆ คือการรักพี่เสียดายน้องนั่นเอง และในบางครั้ง ความเสียดายที่ไม่ได้เลือกตัวเลือกอื่นๆ อาจจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจไม่เลือกอะไรเลยก็ได้ เช่น ร้านอาหารที่มีเล่มเมนูอยู่หน้าร้านและมีเมนูให้เลือกเยอะเกินไป อาจทำให้ลูกค้าแค่ดูเฉยๆ เลือกไม่ได้ และเดินผ่านไปก็เป็นได้ ดังนั้น ร้านอาหารที่มีเมนูอาหารมากจนเกินไป นอกจากจะทำให้ลูกค้าสับสน และตัดสินใจเลือกได้ยากแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อร้านอาหารในอีกหลายๆ ด้านด้วย ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ : ร้านจะต้องสต๊อกวัตถุดิบหลายชนิด เพื่อเตรียมสำหรับทำทุกเมนูในร้าน แม้ว่าบางเมนูอาจจะไม่เป็นที่นิยมและไม่มีลูกค้าสั่ง จึงอาจจะทำให้วัตถุดิบที่ไม่ได้ใช้มีคุณภาพลดลงหรือหมดอายุไปก่อน เหล่านั้นล้วนเป็นต้นทุนวัตถุดิบทั้งสิ้น ต้นทุน : ทางร้านจะต้องใช้ต้นทุนในการสต๊อกวัตถุดิบมากขึ้น […]

ลดต้นทุน เพิ่่มกำไร

ลด ต้นทุน อย่างมืออาชีพ เพิ่มกำไรให้ร้านอาหารสูงสุด

หัวใจของการลด ต้นทุน ในร้านอาหาร อยู่ที่การจัดการกับวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อวัตถุดิบ ขั้นตอนการเตรียมและปรุงอาหาร แม้จะเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ แต่เจ้าของร้านไม่ควรละเลย เพราะช่วยลดต้นทุน และเพิ่มกำไรให้กับร้านได้จริง โดยไม่ต้องขึ้นราคาอาหารให้ลูกค้าหนีไปไหน  ลด ต้นทุน อย่างมืออาชีพ เพิ่มกำไรให้ร้านอาหารสูงสุด หากร้านของคุณยังมีปัญหาต้นทุนอาหารสูง วัตถุดิบขาดสต๊อกจนไม่พอขาย หรือมากเกินไปจนใช้ไม่ทัน จัดเก็บวัตถุดิบไม่ดีจนบางส่วนเน่าเสีย หรือลืมใช้วัตถุดิบจนหมดอายุ ทั้งหมดนี้เป็นเงินทุนของเราที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ทั้งนั้น ลองเอาวิธีการลดต้นทุนร้านอาหารเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะครับ ใส่ใจการจัดการวัตถุดิบอาหาร เรียงลำดับการใช้วัตถุดิบ ทำ Tracking number หรือจัดเรียงวัตถุดิบแบบ FIFO (First In First Out) ให้วัตถุดิบที่หมดอายุเร็วกว่าให้ถูกหยิบไปใช้ก่อน ป้องกันไม่ให้วัตถุดิบเสื่อมคุณภาพหรือหมดอายุ สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) เช่น สเต็กหนึ่งจาน จะใช้เนื้อปริมาณกี่กรัม เพื่อเตรียมแบ่งวัตถุดิบเนื้อเป็นไซส์เท่าที่ต้องการเท่า ๆ กันไว้ให้พร้อมใช้งาน ช่วยควบคุมต้นทุนอาหาร และมาตรฐานของอาหารแต่ละจานให้คงที่ ทำให้เจ้าของร้านวางแผนได้คร่าวๆ ว่าควรสต๊อกวัตถุดิบไว้เท่าไหร่ และคำนวณต้นทุนได้ง่ายขึ้น   ปรับปริมาณอาหารให้เหมาะสม อาหารในแต่ละเมนูควรจะเสิร์ฟในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งสังเกตจากปริมาณอาหารที่เหลือกลับมาในแต่ละเมนู ถ้าจานไหนมีอาหารเหลือบ่อยๆ อาจจะปรับปริมาณให้เหมาะกับการทานมากขึ้น หลักการปรุงแบบ […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 089-208-1511 คุณ อรนิภา พรหมหิตาทร (ปาล์มมี่)
E-mail : suwichak_su@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2021 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.