Creamery ทำอย่างไร ในวันที่กลุ่มลูกค้าเดิมเปลี่ยนไป? - Amarin Academy

Creamery boutique ice creams ทำอย่างไร ในวันที่กลุ่มลูกค้าเดิมเปลี่ยนไป?

Creamery boutique ice creams ร้านไอศกรีมโฮมเมด และคุกกี้ลาวา เป็นอีกหนึ่งร้าน ที่เจ้าของเริ่มต้นเปิดร้านจากความรักและความชื่นชอบในการทำขนมมากๆ และกล้าพูดได้ว่าเป็นร้านแรกๆ ที่เริ่มคิดค้นเมนูลาวาจากไข่เค็ม ที่ยังคงเป็นเมนูยอดฮิตจนถึงทุกวันนี้ คุณชมพูนุช จอมสง่าวงษ์ เจ้าของร้านจะมาเผยถึงวิธีคิดเมนูให้เป็นจุดเด่นของร้าน รวมถึงความท้าทายที่ร้านต้องเจอ เมื่อกลุ่มลูกค้าเดิมเปลี่ยนไป จะมีวิธีอย่างไร มาดูกันครับ

 

Creamery boutique ice creams

ร้านที่เริ่มต้นจากความรักในการทำขนม

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว เดิมเราทำงานประจำอยู่ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ทำขนมอยู่ที่นั่น เราชอบทำขนมอยู่แล้ว เลยอยากเปิดร้านขนมทำเป็นงานเสริมก่อน ก็เลยเปิดร้าน Creamery boutique ice creams สาขาแรกแถวสามย่าน ซึ่งก่อนจะเปิดร้านเคยไปกินร้านที่สเปน แล้วชอบช็อกโกแลตที่นั่นมาก อยากกินอีก เลยคิดว่าทำเองดีกว่า เลยลองทำช็อกโกแลตมาใส่คุกกี้ สินค้าตัวแรกของร้านเลยออกมาเป็นช็อกโกแลตลาวา ตัวนี้ทำให้เราเป็นที่น่าจดจำมากขึ้น เพราะความแปลกใหม่ ที่ยังไม่มีใครทำคุกกี้ที่เป็นลาวา รวมถึงพลังของโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้คนเห็นเมนูเรามากขึ้น พอเอาไอศกรีมมาวางบนคุกกี้ ลาวาในคุกกี้ก็จะไหลออกมา ลูกค้าก็ว๊าวมาก คนก็ถ่ายแล้วแชร์ ซึ่งเราคิดว่า เราจับเทรนด์นี้ได้ทันพอดี

คุกกี้ลาวาไข่เค็มชาโคล

 

สร้างจุดเด่นให้ร้าน ด้วยการคิดเมนูให้แปลกไม่เหมือนใคร

เมื่อเมนูช็อกโกแลตลาวากระแสดี เราก็คิดว่าเราควรพัฒนาเมนูใหม่ๆ ขึ้นมาอีก ต่อมาก็เริ่มมีไอศกรีมในร้าน เราชอบไอศกรีม แต่ไม่ชอบหวานมาก เลยลองทำเป็นดาร์กช็อกโลว์แฟต และเน้นใส่วัตถุดิบที่ดีและโฮมเมดหมด ถ้าจะมากินไอศกรีมที่แปลกๆ ก็ต้องมากินที่เรา กระแสตอบรับดี ต่อมารู้สึกว่าแค่ไอศกรีมไม่พอ

เราอยากทำอะไรที่ทานคู่กับไอศกรีมได้ด้วยไม่ใช่แค่ขายไอศกรีมอย่างเดียว ก็เริ่มคิดเมนูที่เป็นลาวาออกมา ซึ่งค่อนข้างแปลกใหม่มากสำหรับ 7 ปีที่แล้ว โดยเราเสิร์ฟต่อหน้าลูกค้า สดๆ ร้อนๆ คุกกี้ลาวาทานกับไอศกรีมเย็นๆ ให้มันดูมีมิติมากขึ้น

ต่อมามีรายการทีวีมาติดต่อ เห็นว่าร้านเรามีเมนูแปลกๆ ไม่เหมือนใคร เขาก็ให้ไปท้าชิงให้ทำเมนูแปลกๆ แข่งขันในรายการ และ ก็เลยตัดสินใจลองเข้าร่วมแข่งขัน ตอนนั้นเราคิดค้นเมนู คุกกี้ลาวาไข่เค็มชาโคล  เนื่องจากตอนนั้นยังไม่มีลาวาแนวเอเชีย ส่วนใหญ่จะเป็นช็อกโกแลต ชาเขียว ไวท์ช็อกโกเลต คือเป็นแนวยุโรปหมดเลย เราเลยมาคิดว่าแล้วอะไรที่เป็นของเอเชีย เราก็เลยคิดว่าไข่เค็มสิ ไข่เค็มก็เป็นวัตถุดิบเอเชียของเรา เรารู้สึกว่าทุกคนกินไข่เค็มเยอะ เช่น ปลาหมึกไข่เค็ม รสชาติมันก็จะแปลกไปเลย เมนูนี้เหมาะสำหรับคนไม่ชอบกินหวานมาก ก็เลยเอาตัวนี้ไปลองเข้าชิงในรายการ The Dish เมนูทอง แล้วก็ตอบโจทย์รายการเพราะตอนนั้นยังไม่มีที่ไหนทำเป็นคุกกี้ลาวา กรรมการก็เลยชอบ จนเป็นเมนูที่ได้รับรางวัลแชมป์ของรายการ

เรามั่นใจว่าเราเป็นรุ่นแรกๆเลย ที่ทำคุกกี้ไข่เค็มลาวา หลังจากนั้นเทรนด์ก็มาเริ่มมีคนทำเยอะขึ้น

 

Creamery boutique ice creams สาขา 2 ท่ามหาราช ทำอย่างไรเมื่อกลุ่มลูกค้าเดิมเปลี่ยนไป

ต่อมาเราก็มาเปิดสาขาที่สอง คือ สาขาท่ามหาราช ซึ่งเปดมาได้ 4 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้สาขาท่ามหาราช กลุ่มลูกค้าจะเป็นนักเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัยส่วนมาก พอช่วงที่มหาวิทยาลัยย้ายไป กลุ่มนักเรียน นักศึกษาก็หายไปด้วย ก็จะเหลือนักท่องเที่ยว พนักงานออฟฟิตที่ยังอยู่ เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่าเราต้องจับลูกค้ากลุ่มนี้ เลยตัดสินใจรีโนเวทร้าน เพราะก่อนหน้านี้ร้านตกแต่งบรรยากาศดูเด็กไป เพราะเมื่อก่อนลูกค้านักศึกษาเยอะ ก็จะเป็นสไตล์ลอฟท์ ดิบๆ เท่ๆ ไฟระโยง เป็นที่สังสรรค์ของเด็กๆ ไม่เน้นหรูหรา ดูแพงมาก

พอกลุ่มลูกค้าเปลี่ยน เรารีโนเวทร้านให้ดูดีขึ้น สวยขึ้นในระดับที่ผู้ใหญ่สามารถเข้าถึงได้ เราก็จะได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย ก็ดีขึ้นอีกแบบ

ช่วงแรกที่กลุ่มลูกค้าวัยเรียนเริ่มหายไป เราก็สังเกตว่ากลุ่มผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยกล้าเข้าร้านเรา มันดูวัยรุ่น เป็นปูนเปลือย ซึ่งบางครั้งผู้ใหญ่จะเลือกร้านที่สามารถเข้ามาคุยงาน เขาก็จะรู้สึกว่าไม่น่าเข้า ก็เลยเปลี่ยนสไตล์ดีกว่า ให้ดูเข้าถึงกลุ่มลุกค้าผู้ใหญ่ วัยทำงานมากขึ้น เรียกว่าแนวอบอุ่น สบายๆ โคซี่ ก็มีกลุ่มผู้ใหญ่เป็นลูกค้าเรามากขึ้น แต่เด็กๆก็ยังมีอยู่บ้าง

Creamery

อยากไปต่อ ต้องไม่หยุดพัฒนา

สเต็ปต่อไปของเราคือ อยากคิดเมนูใหม่ๆ อีก เมนูที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า อยากทำเป็น smoke เล่นความเป็นควันกับขนม ได้ทั้งกลิ่นและรสชาติด้วย ตอนนี้อยูในขั้นตอนการการเตรียมพัฒนาและทดลองสูตรอยู่

และวางแผนว่า อยากจะมีอีกสาขาที่เปิดครัวโชว์ให้ลูกค้าได้เห็นขั้นตอนการทำด้วย เหมือนตอนสมัยเปิดสาขาแรก โชว์ครัวเล็กๆ ให้ลูกค้าเห็น เป็นประสบการณ์ให้ลูกค้าประทับใจด้วย ว่าเราทำสดใหม่จริงๆ

 

 

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ

ถอดเคล็ดลับ “เสวย” จากรุ่นสู่รุ่น รีแบรนด์ใหม่อย่างไร ให้ปัง!

ถอดเคล็ดลับ nice two Meat u ทำอย่างไรให้ลูกค้ายอมรอ

เพราะกล้าที่จะเปลี่ยน สูตรความสำเร็จของเชฟกิ๊ก ทายาทรุ่นที่ 3 ร้าน เลิศทิพย์

เรื่องแนะนำ

Class café

ถอดบทเรียน Class Cafe แบรนด์กาแฟที่ “เกิด” จาก “สื่อออนไลน์”

เมื่อนักการตลาดจากองค์กรยักษ์ใหญ่ ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ชื่อว่า Class cafe โดยตั้งเป้ายอดขายปีละ 50 ล้าน! เขามีมุมมองการทำธุรกิจอย่างไร ไปติดตามกัน

The Yard Hostel

The Yard Hostel โฮสเทลกลางอารีย์ อบอุ่นเหมือนนอนบ้านญาติ

หลักในการเป็นเจ้าของกิจการที่ดี คือเราให้ความสำคัญกับทุกๆ คน ไม่ใช่เพียงแค่แขกที่เข้าพัก แต่ยังรวมไปถึงพนักงานที่ทำงานร่วมกับเรา

ปรับตัววิกฤติโควิด-19 สู่การช้อปสินค้าเกษตรอินทรีย์ ผ่านแอปพลิเคชั่น Thai Organic Platform

“เราอยู่ในสังคมเดียวกัน เราก็ต้องช่วยเหลือกันเท่าที่เราทำได้” ไม่มีใครไม่ได้รับผลกระทบในช่วงนี้ เพราะวิกฤติการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้ใครหลายคนต้องอยู่บ้าน พฤติกรรมการบริโภคจึงเปลี่ยนไป ความต้องการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กลายมาเป็นช่องทางหลัก หลายๆ คนต่างต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ให้ได้ เช่นเดียวกับเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้เช่นกัน จากการที่ลูกค้าประจำที่มีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร จำเป็นต้องยกเลิกออเดอร์ ทางสามพรานโมเดลจึงได้ริเริ่มนำเครื่องมือ Thai Organic Platform ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  (สนช.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มาใช้เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเชื่อมโยงและซื้อขายสินค้าอินทรีย์ตรงจากกลุ่มเกษตรกรได้ผ่านช่องทางออนไลน์ และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างเปิดเผย โปร่งใส โดยเริ่มเปิดรับพรีออเดอร์ครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ตัวอย่างหน้าตาแอปพลิเคชั่น   ทางเราไม่รอช้า เมื่อสบโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารสวนสามพราน และผู้ริเริ่มสามพรานโมเดล จึงอยากจะมาเล่าถึงการปรับตัววิกฤติโควิด-19  และความคืบหน้าการเปิดใช้แอปพลิเคชัน Thai Organic Platform ให้เพื่อนๆ อ่านกันครับ แพลตฟอร์มขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ร่วมกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 “สังคมอินทรีย์เราเน้นเรื่องการเชื่อมโยงห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ผลิตคือเกษตรกรอินทรีย์ ผู้ประกอบการอย่างโรงแรม ร้านอาหาร และผู้บริโภคคือลูกค้า เหมือนเราเป็นตัวกลางเชื่อมให้ห่วงโซ่ทั้งหมดมาเจอกัน พอมีวิกฤติอย่างนี้เกิดขึ้น เราเป็นสังคมเดียวกัน […]

เลิศทิพย์

เพราะกล้าที่จะเปลี่ยน สูตรความสำเร็จของเชฟกิ๊ก ทายาทรุ่นที่ 3 ร้าน เลิศทิพย์

ถ้าพูดถึงร้านอาหารจีนรสเด็ด ในสไตล์รสชาติแบบไทยๆ เชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึงร้าน เลิศทิพย์ เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่ได้รับความนิยม ในเรื่องของวัตถุดิบที่ดี และรสชาติที่ถึงใจ ซึ่งปัจจุบัน ร้านเลิศทิพย์ ดูแลและบริหารงานโดย เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม ทายาทรุ่นที่ 3 ที่มีดีกรีถึงแชมป์รายการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศถึง 2 รายการ อะไรที่ทำให้เลิศทิพย์เป็นที่รู้จักมากขึ้นใน Generation ที่3 เชฟกิ๊กจะมาเผยให้ฟังกัน   “เวลาผมทำอะไรอยากทำให้มันสนุก มีความสุขกับสิ่งที่เราชอบ ถ้าทำแล้วน่าเบื่อก็ไม่อยากทำ เราต้องทำร้านอาหารให้สนุกในสไตล์เรา”   จุดเริ่มต้นจากร้านกาแฟ กลายมาเป็นร้านอาหาร เริ่มตั้งแต่รุ่นแรกสมัยอากงเปิดเป็นร้านกาแฟก่อนครับ หลังจากนั้นพอรุ่นที่สอง รุ่นคุณพ่อก็เริ่มทำร้านอาหาร ร้านแรกที่ทำจริงๆจังๆ อยู่ที่ลำปาง ทำได้เกือบ 20 ปี แล้วย้ายมากรุงเทพ ร้านเลิศทิพย์สาขาแรกในกรุงเทพที่วังหิน เปิดมาได้ 35 ปี ถ้ารวมตั้งแต่ที่ลำปางก็ประมาณ 60 ปีแล้ว ผมมาดูแลต่อจากคุณพ่อก็ 15 ปีแล้ว สิ่งที่ทำให้เลิศทิพย์เป็นที่รู้จัก น่าจะเป็นเรื่องรสชาติที่ถูกปากคนไทย ทานง่าย ทานได้ทุกวัน อาหารเราเป็นอาหารจีนที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 099-149-4254 สุวิจักขณ์ ทรัพย์ทองแสง (เบน)
E-mail : suwichak_su@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2020 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.