จุดเปลี่ยน “เสวย” จากรุ่นสู่รุ่น รีแบรนด์ใหม่อย่างไร ให้ปัง! - Amarin Academy

ถอดเคล็ดลับ “เสวย” จากรุ่นสู่รุ่น รีแบรนด์ใหม่อย่างไร ให้ปัง!

” เสวย ” ร้านอาหารไทยที่เปิดมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ปี 1972 เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ร้านอาหารไทยที่เก่าแก่ร้านหนึ่ง และยังเป็นร้านอาหารที่ได้รับ ตราสัญลักษณ์ Thai Select จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมอบให้แก่ร้านอาหารที่มีคุณภาพดีเยี่ยม และเป็นร้านที่ขายอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดี เป็นการบ่งชี้ว่าได้มาตรฐานอาหารไทย ตามแบบวิธีการปรุงอาหารไทย ใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารไทย 

ซึ่งร้านเสวย เปิดมายาวนานกว่าสี่สิบปี แบรนด์ที่เก่าแก่นี้ได้ถูกส่งไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง คุณตาม พีรพงศ์ ดาวพิเศษ ด้วยอายุของแบรนด์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าเดิมที่อายุเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลาที่ต้องจับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และรีแบรนด์ใหม่ เสวย จะมีวิธีอย่างไร ที่ทำให้ร้านปังยิ่งขึ้น

 

“ เสวย ” จากรุ่นสู่รุ่น

รีแบรนด์ใหม่อย่างไร ให้ปัง!

คุณตาม พีรพงศ์ เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว นับจากวันที่เริ่มเข้ามาบริหารร้านเสวย การรับช่วงต่อจากรุ่นคุณพ่อ ที่ร้านเป็นที่รู้จักแล้ว ไม่ได้หมายความว่าการเข้ามาบริหารในรุ่นที่ 2 นี้ เส้นทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป

“ช่วงแรกที่เข้ามาบริหาร เรียกว่าขาดทุนย่อยยับก็ว่าได้ พอของไม่สดผมทิ้งเลย ช่วงแรกร้านขาดทุนมากขึ้นเกือบ 3 เท่า ทนขาดทุนถึง 2 ปี กว่าจะโอเคขึ้น แต่ผมเชื่อมั่นอย่างหนึ่ง ถ้าเรายึดตาม Core Value ของเรา ผลขาดทุนมันจะน้อยลง ลูกค้าของเราเพิ่มขึ้น”

(Core Value คือ สิ่งที่เป็นความเชื่อหลักขององค์กร ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่แต่ละองค์กรจะมีแตกต่างกันออกไป รวมถึงเป็นบรรทัดฐานที่องค์กรใช้ในการกำหนดและวางรากฐานของพฤติกรรมต่างๆ ของบุคลากรภายในองค์กร) แล้ว Core Value ของร้าน เสวย ที่เป็นหลักสำคัญคืออะไร  Mission หลักในการเข้ามาเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คืออะไรบ้าง?

เสวย
ร้าน เสวย สาขาท่ามหาราช

1. สร้างแบรนด์ให้มีตัวตน (Branding)

แบรนด์ต้องบ่งบอกชัดเจนว่าเราคือใคร เราขายอะไรให้ใคร หลังจากที่เข้ามาบริหารต่อจากครอบครัว พบปัญหาก็คือ เสวยเป็นร้านที่เปิดมาหลายสิบปี แล้วไม่ได้ทำอะไรเรื่องแบรนด์เลย

คนรุ่นใหม่ๆก็จะมีภาพจำว่า  ร้านนี้คือร้านอาหารไทยที่มี อายุเยอะ ร้านเก่าแก่ คนรุ่นพ่อแม่ชอบกิน
แล้วเราก็พบว่าจริงๆ ตอนนั้นแบรนด์ไม่ใช่แบรนด์ของคนรุ่นพ่อแม่แล้ว แต่เป็นแบรนด์ของคนรุ่นปู่ย่าแล้ว เพราะร้านเสวย มีมาสี่สิบกว่าปีแล้ว

ปัจจุบันตอนนี้การใช้จ่าย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่คนเจนวาย  เพราะคนเจนวายอายุประมาณ 30 ถึง 40 กลางๆ มีกำลังซื้อ เราพยายามให้กลุ่มลูกค้าหลักอยู่ที่ประมาณอายุ 28 – 45 ปี

Core Value ตัวแรกก็คือเรื่อง แบรนด์ ต้องตอบโจทย์

90% บอกว่าแบรนด์เก่าแล้ว เราเลยตัดสินใจรีแบรนด์ใหม่ให้ทันสมัย แต่ยังคงความดั้งเดิมอยู่ด้วยซึ่งเราไม่ทิ้งลูกค้ากลุ่มเดิม

 

2. การสื่อสาร (Communication)

เราจะมี Core Value เป็นหลักในการบริหารร้าน โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารในองค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหา และเพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน

เวลาร้านเรามีปัญหาอะไรขึ้นมา ถ้าเรามี Core Value ที่เรากำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติ และสื่อสารได้ชัดเจน จะทำให้เราผ่านปัญหานั้นไปได้ เช่น เรื่องความสด ถ้าอาหารไม่สด จะทำยังไงดี จะเสิร์ฟให้ลูกค้าหรือจะทิ้ง ถ้า Core Value ของร้าน ต้องการให้ได้กำไรสูงสุด ก็คงต้องเสิร์ฟให้ลูกค้าไป แต่ Core Value ของเรา เน้นเรื่องความสด คุณภาพ ของวัตถุดิบ เมื่อของไม่สด เสวยเราไม่เสิร์ฟให้ลูกค้า

ดังนั้นเสวยเราให้ความสำคัญเรื่องการสื่อสาร เราเปิดร้านอาหาร 9 สาขา กับพนักงานกว่า 300คน การสื่อสารต้องให้ทุกคนเข้าใจและปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน

 

3. วัตถุดิบต้องสด (Quality Product)

ข้อที่เราเน้นมาก คือเรื่องความสดใหม่ เรามีสโลแกน  “ครบทุกรส สดทุกมื้อ ขึ้นชื่อเสวย” วัตถุดิบต้องสดใหม่

ความสดมันเป็นมาตรฐานสากลที่สุด อาหารทุกจานต้องสดที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเราให้ความสำคัญกับที่เก็บวัตถุดิบมากที่สุด ก็คือห้องครัวเป็นอันดับหนึ่ง บางคนบอกว่าครัวมันต้องเล็ก เพื่อให้ใส่ที่นั่งได้เยอะ แต่ผมคิดว่าครัวเราต้องแบบนี้ เท่านั้นเพื่อจะได้ทำอาหารออกมาสดที่สุด ดีที่สุด นี่คือ Mission ของเรา

เสวย

4. อร่อย แบบมีมาตรฐาน (Standard)

เรื่องรสชาติจะบอกว่าเราดีที่สุดคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องในรสชาติของเมนูนั้น เรามีมาตรฐานในการ ชั่ง ตวง วัด การชิม และมีครัวกลาง ที่พยายามทำให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด

อร่อยแล้วต้องมีคุณภาพ และมีความเป็นมืออาชีพด้วย นั่นก็คือต้องมีความสะอาด และมีความปลอดภัย เราทำอาหารให้คนอื่นทานต้องปลอดภัย เพราะฉะนั้นเราต้องมีมาตรฐาน อาหารเราต้องผ่าน 3 ตา

1. ผ่านตาของเชฟ
2. ผ่านตาของ checker
3. ผ่านตาของพนักงานเสิร์ฟ

 

5. การตลาดยุคใหม่ (Marketing)

การตลาดยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว เสวยเราทันโลกไหม ลูกค้าหลักเราไปอยู่ในออนไลน์แล้ว เราก็ต้องตามไปหาลูกค้า ก่อนหน้านี้ที่เข้ามาดูแล เราก็เริ่มทำการตลาดบ้าง แต่จุดเปลี่ยนคือ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามากิน มีบล็อกเกอร์ดังเข้ามากิน หลังจากนั้นจากยอดขายเพิ่มขึ้น เดิมวันละหกถึงเจ็ดหมื่น จนขึ้นมาเป็นแสนกว่าๆ แต่อยู่แค่สองอาทิตย์ จากนั้นยอดขายก็ลดลง เพราะเราไม่มีความต่อเนื่อง

Advertisement
ทีนี้เราเข้าใจแล้วว่าการสื่อสารมันต้องต่อเนื่อง เราก็ทำสะสมมาเรื่อยๆ ลูกค้าก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ไปบอกต่อกัน นี่คือเหตุผลว่า ทำไมร้านเสวยช่วงเปิดสาขาใหม่ เราเน้นโปรโมทร้านเต็มที่ เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้ได้ หลังจากนั้นเราก็จะ ทยอยสื่อสารทำต่อเนื่อง

เสวยจะไม่เน้นทำการตลาดแบบลดราคา เราจะทำราคาให้เหมาะสมกับตลาด ลูกค้าเห็นราคา เห็นสิ่งที่เขาได้ เขาแฮปปี้ เจ้าของร้านส่วนใหญ่เวลาขายไม่ดี มักจะใช้วิธีลดราคา การลดราคาไม่ใช่คำตอบ ผมผ่านจุดนั้นมาแล้ว

ที่สำคัญเมื่อเราโปรโมทร้านแล้ว เรียกลูกค้ามาแล้ว ร้านมีความพร้อมในการให้บริการไหม เพราะฉะนั้นต้องเตรียมความพร้อมในส่วนนี้ด้วย การค้นหา Customer Persona ให้เจอ คุณต้องมาสัมผัสกับลูกค้าหน้าร้าน คุณถึงจะเข้าใจข้อมูลเชิงคุณภาพของลูกค้า ว่าลูกค้าคือใคร เขามีลักษณะอย่างไร เขามีความรู้สึกอย่างไร

เสวย
ร้าน เสวย สาขาท่ามหาราช

อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้ร้าน เสวย เป็นที่รู้จักและพัฒนาแบรนด์มากขึ้น เกิดจากการที่คุณตามใช้หลักบริหารงานแบบ P D C A มาตลอด แล้ว P D C A คืออะไร?

 

 P D C A มาจาก Plan – Do – Check – Action หรือ วางแผน – การลงมือทำ/ปฏิบัติ – การตรวจสอบ – การปรับปรุงแก้ไขส่วนที่มีปัญหา หลักการนี้เป็นสิ่งที่เสวย ให้ความสำคัญและปฏิบัติมาตลอดอย่างต่อเนื่อง

“ Do กับ Action ต่างกันอย่างไร Do คือการลงมือทำ/ปฏิบัติ แต่ Action คือการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เกิดปัญหา”

 

เสวยเรากำหนดความสำคัญ ของงานและตั้งเป้าหมาย ในแต่ละงานชัดเจน (Plan)

สื่อสารให้พนักงานปฏิบัติงานตามขั้นตอนของการทำงานในแต่ละแผนก และต้องทำทันที (Do)

บางครั้งทำงานแล้วเกิดปัญหา ก็ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันเช็ก ช่วยกันดู (Check)

เมื่อเราทำแล้วเจอปัญหา เราประชุมหาทางออกร่วมกัน หาวิธีปรับปรุงแก้ไขงานในจุดที่เราต้องปรับปรุงแก้ไข (Action)

แล้วเรากลับไป Plan กันอีกรอบนึง แล้ว Do / Check / Action เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

 

อันนี้สำคัญ เรา P D C A อยู่บน Core Value ตลอด เรา P D C A ทุกกระบวนการ จะต้องทำ คิด ทำ คิด อย่างต่อเนื่อง เราไม่หนีปัญหา เมื่อเรารู้ปัญหา แก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและทันที จะช่วยป้องกันปัญหาที่ตามมา และพัฒนาต่อยอดได้เร็วขึ้น

 

ความท้าทายคือเรื่องของคน

ความท้าทายของเรา “คน” เป็นสิ่งที่ควบคุมยาก การบริหารคนไม่มีจบ ไม่มีวิธีจัดการที่ตายตัว

“ผมเชื่อว่าเรามีความหวังดีกับลูกค้า เราส่งต่อความหวังดีนี้ไปให้กับพนักงาน เราให้พนักงานที่ทำงานกับเราเขารู้ว่า เขาทำงานหนักไปเพื่ออะไร เราให้ความสำคัญในเรื่องความเป็นอยู่ เรื่องที่ไม่สามารถใช้เงินได้ เช่น ความไว้ใจ ความเชื่อใจ ความรักในการทำงาน แน่นอนว่ามีปัญหาบ้าง แต่เราก็คิดและแก้ไขปัญหาทันที เพื่อให้ทุกคนทำงานแล้วมีความสุข”

 

เสวย
ร้าน เสวย สาขาท่ามหาราช

 

 

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ

กรณีศึกษา Copper Buffet รับมือกับปัญหาที่ไม่คาดคิดอย่างไร ให้ชนะใจลูกค้า

ถอดบทเรียน “ หม้อเบ้อเร่อ “ พลิกวิกฤติร้านเกือบเจ๊ง ให้กลับมาอยู่รอดอีกครั้ง

เพราะกล้าที่จะเปลี่ยน สูตรความสำเร็จของเชฟกิ๊ก ทายาทรุ่นที่ 3 ร้าน เลิศทิพย์

ถอดเคล็ดลับ nice two Meat u ทำอย่างไรให้ลูกค้ายอมรอ

เรื่องแนะนำ

หม้อเบ้อเร่อ

ถอดบทเรียน “ หม้อเบ้อเร่อ “ พลิกวิกฤติร้านเกือบเจ๊ง ให้กลับมาอยู่รอดอีกครั้ง

หลายคนทำร้านอาหารตามกระแส เห็นร้านอื่นขายดี ก็เลยอยากจะขายบ้าง แต่บอกเลยว่าการทำร้านอาหารหนึ่งร้านนั้น ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จ ร้าน หม้อเบ้อเร่อ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างร้านชาบูบุฟเฟต์ที่น่าสนใจ ที่ผ่านทุกช่วงมาแล้ว ตั้งแต่เริ่มขายรายได้หลักแสน จนเข้าขั้นวิกฤติขาดทุนวันละหมื่น แล้วฟื้นตัวกลับมาขายดีมีลูกค้าต่อเนื่องอีกครั้ง หม้อเบ้อเร่อ พลิกธุรกิจที่เกือบเจ๊ง ให้กลับมาปังอีกครั้งได้อย่างไร มาฟังคำตอบจาก คุณป๊อป ฐิติพงศ์ เนตรพ่วง เจ้าของร้านกันครับ >> หม้อเบ้อเร่อ เปิดใหม่กระแสดี ยอดขายหลักแสนต่อวัน ช่วงแรกที่เปิด หม้อเบ้อเร่อ เป็นกระแสดีมาก เป็นชาบูถาดใหญ่ จานใหญ่ๆ ยังไม่เคยมีใครทำ และอยู่ต่างจังหวัดด้วย คนยังไม่เคยเห็นแบบนี้ เรียกว่าใหม่มาก แปลก ออกสื่อเยอะ ลูกค้าจองเป็นเดือน ตอนนั้นเราเลยคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว เราขายดีอยู่เป็นปีครับ แต่หลังจากนั้นพอกระแสมันหมด นี่คือชีวิตจริงแล้ว ทีนี้เราต้องมองให้ออกว่า อะไรคือกระแส อะไรคือของจริง วันที่เราแย่สุดๆ เคยขายได้วันละแสนขึ้น ลงมาเหลือสี่พัน แย่สุดๆเลย อยู่แบบนั้นประมาณ 3-4 เดือนจนเราคิดว่ามันลงถึงจุดที่ต่ำสุดแล้ว ถึงขั้นขาดทุนวันละหมื่น คิดว่าอยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้ว ทั้งค่าพนักงาน ค่าเช่า ถ้าปล่อยไปแบบนี้ไม่รอด วิกฤติมาก […]

กุ้งเบ้อเร่อ

กุ้งเบ้อเร่อ กุ้งเผาไซส์ยักษ์ มีแค่ 3 เมนู แต่รายได้ไม่ธรรมดา!

กุ้งเบ้อเร่อ เตรียมตัวเปิดร้าน 2 สัปดาห์ มีเพียง 3 เมนู เปิดร้านแค่ 2 เดือน แต่ยอดขายทะลุ 7 แสน!!! แถมขายหมดทุกวัน เคล็ดลับความสำเร็จคืออะไร ไปดูกัน

เลิศทิพย์

เพราะกล้าที่จะเปลี่ยน สูตรความสำเร็จของเชฟกิ๊ก ทายาทรุ่นที่ 3 ร้าน เลิศทิพย์

ถ้าพูดถึงร้านอาหารจีนรสเด็ด ในสไตล์รสชาติแบบไทยๆ เชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึงร้าน เลิศทิพย์ เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่ได้รับความนิยม ในเรื่องของวัตถุดิบที่ดี และรสชาติที่ถึงใจ ซึ่งปัจจุบัน ร้านเลิศทิพย์ ดูแลและบริหารงานโดย เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม ทายาทรุ่นที่ 3 ที่มีดีกรีถึงแชมป์รายการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศถึง 2 รายการ อะไรที่ทำให้เลิศทิพย์เป็นที่รู้จักมากขึ้นใน Generation ที่3 เชฟกิ๊กจะมาเผยให้ฟังกัน   “เวลาผมทำอะไรอยากทำให้มันสนุก มีความสุขกับสิ่งที่เราชอบ ถ้าทำแล้วน่าเบื่อก็ไม่อยากทำ เราต้องทำร้านอาหารให้สนุกในสไตล์เรา”   จุดเริ่มต้นจากร้านกาแฟ กลายมาเป็นร้านอาหาร เริ่มตั้งแต่รุ่นแรกสมัยอากงเปิดเป็นร้านกาแฟก่อนครับ หลังจากนั้นพอรุ่นที่สอง รุ่นคุณพ่อก็เริ่มทำร้านอาหาร ร้านแรกที่ทำจริงๆจังๆ อยู่ที่ลำปาง ทำได้เกือบ 20 ปี แล้วย้ายมากรุงเทพ ร้านเลิศทิพย์สาขาแรกในกรุงเทพที่วังหิน เปิดมาได้ 35 ปี ถ้ารวมตั้งแต่ที่ลำปางก็ประมาณ 60 ปีแล้ว ผมมาดูแลต่อจากคุณพ่อก็ 15 ปีแล้ว สิ่งที่ทำให้เลิศทิพย์เป็นที่รู้จัก น่าจะเป็นเรื่องรสชาติที่ถูกปากคนไทย ทานง่าย ทานได้ทุกวัน อาหารเราเป็นอาหารจีนที่มีกลิ่นอายความเป็นไทย […]

MAJI Curry

MAJI Curry ข้าวแกงกะหรีี่จากญี่ปุ่น ดึงจุดแข็งดีกรีแชมป์เรียกลูกค้าคนไทย

ถ้าพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิต คงจะมีหลายเมนูในใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องมีเมนู ข้าวแกงกะหรี่แน่นอน ซึ่งข้าวแกงหรี่น้องใหม่จากประเทศญี่ปุ่น MAJI Curry ที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น เลือกประเทศไทย เป็นสาขาแรกในต่างประเทศ   MAJI Curry ข้าวแกงกะหรี่ดีกรีแชมป์ แม้จะเป็นแบรนด์ข้าวแกงกะหรี่น้องใหม่ในประเทศไทย ที่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นหูมากนัก แต่MAJI Curry มีดีกรีถึงแชมป์ข้าวแกงกะหรี่อันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ในปี 2018 และเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น ที่ลูกค้าต้องมาต่อคิวรอเป็นจำนวนมาก และยอดขายเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ถึง 200% และMAJI Curry เลือกที่จะขยายสาขาในต่างประเทศ และประเทศไทยก็เป็นที่แรก เลือกประเทศไทยเป็นสาขาแรก ในต่างประเทศ? คุณซาโตชิ ยามาโมโต ผู้บริหารบริษัท ซันปาร์ค กรุงเทพ จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของMAJI Curry เผยว่า เคยทำธุรกิจราเมงในประเทศไทยอยู่แล้ว และเห็นว่าตลาดในประเทศไทยใหญ่มาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น บางประเทศ เลยทำให้สนใจที่จะมาเปิดธุรกิจร้านแกงกะหรี่ในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ก็มีการสำรวจด้วยว่าคนไทยชอบทานแกงกะหรี่ จากร้านแกงกะหรี่ชื่อดังที่เปิดอยู่ในไทยอย่าง CoCoICHIBANYA และเห็นกว่าคนไทยชอบกินแกงกะหรี่ อยากประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน และข้าวแกงกะหรี่ก็เป็นที่รู้จักของคนไทยอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะทำตลาดได้ง่าย   […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.