เบื้องหลังการ ทำร้านกาแฟ กับดักที่คุณอาจจะไม่เคยรู้ - Amarin Academy

เบื้องหลัง การทำร้านกาแฟ กับดักที่คุณอาจจะไม่เคยรู้

ปัจจุบันร้านกาแฟกลายเป็นสินค้าที่ขายไลฟ์สไตล์มากกว่าแค่เครื่องดื่ม ลูกค้าจึงต้องการมากกว่ารสชาติ แต่ต้องการประสบการณ์การดื่มที่ดีด้วย ไม่ว่าคุณจะ ทำร้านกาแฟ ร้านเล็กๆ หรือร้านกาแฟที่ติดตลาดมีลูกค้าขาประจำ ก็อาจพลาดท่าเสียทีกับดักเหล่านี้ได้เหมือนกัน มาดูกันว่า อะไรบ้างที่ทำให้ร้านกาแฟไม่โตได้อย่างที่หวัง

เบื้องหลังการ ทำร้านกาแฟ
กับดักคุณที่อาจจะไม่เคยรู้

กับดัก…ลูกค้า

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดกรณีเจ้าของร้านกาแฟไล่ลูกค้า เนื่องจากลูกค้านั่งนาน ทำให้เกิดความเห็นแตกต่างกันจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายที่โทษลูกค้าว่าเอาเปรียบร้าน และอีกฝ่ายที่โทษร้านว่าใจแคบและโต้ตอบกับลูกค้าเกินกว่าเหตุ คำถามคือ คุณจะทำอย่างไรหากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นกับร้านของคุณ คำตอบก็คือ การบริหารจัดการลูกค้า ที่ทำให้หลายร้านติดกับดัก..

ในความเป็นจริงเราไม่สามารถกำหนดว่า ลูกค้าต้องซื้อเครื่องดื่มขั้นต่ำเท่าไหร่ นั่งได้ครั้งละกี่ชั่วโมงเสมอไป โดยเฉพาะร้านกาแฟดี ๆ ย่อมหลีกเลี่ยงกรณีแบบนี้ได้ยาก แต่คุณสามารถทำได้ 3 อย่าง คือ

      1. การเรียนรู้พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร

      2. การออกแบบการบริการที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น

      3 .การจัดการเมื่อเกิดปัญหาด้านบริการ 

เพราะฉะนั้นในกรณีที่ลูกค้ากลุ่มหลัก เป็นกลุ่มที่มาใช้ร้านกาแฟเพื่อนั่งทำงานระยะเวลา 2-3 ชั่วโมงโดยเฉลี่ย จะทำอย่างไรให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น การออกแบบการบริการที่ดีจะช่วยเปลี่ยนลูกค้าที่แย่เป็นลูกค้าที่ดี นอกจากนี้หากมองในแง่การออกแบบพื้นที่สามารถแชร์สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกันได้โดยไม่รบกวนลูกค้าท่านอื่น ๆ ก็ส่งผลต่อจิตวิทยาในการใช้บริการ 

สุดท้ายคือ การสื่อสารเมื่อเกิดปัญหากับลูกค้าหน้างานที่สร้างความรู้สึกที่ดีมากกว่าความรู้สึกที่แย่กลับไป  เพราะคุณอาจจะคิดว่าลูกค้าท่านเดียวที่ไม่พอใจ ดีแล้วที่ไม่มาอีก แต่ในความเป็นจริง ย่อมมีลูกค้าที่รู้สึกกับพฤติกรรมแง่ลบของร้านอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย และคุณอาจกำลังตัดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าไปอย่างคาดไม่ถึงก็ได้

 

กับดัก…โปรโมชั่น 

เป้าหมายการทำโปรโมชั่น คือการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ และการรักษาฐานลูกค้าเดิม จึงต้องหาสมดุลในการวางแผนทำโปรโมชั่นที่ดีด้วย สำหรับร้านกาแฟที่ขายดีอยู่แล้ว มักลดความถี่ในการทำโปรโมชั่นลง ซึ่งอาจส่งผลต่อลูกค้าขาประจำในแง่ความรู้สึก ในขณะเดียวกัน การดึงลูกค้าใหม่ ๆ มากจนเกินไป ก็อาจส่งผลต่อบรรยากาศของแบรนด์ได้เช่นเดียวกัน  

โปรโมชั่น จึงเป็นเหมือนกุญแจที่พาคุณไปยังลูกค้าที่คุณต้องการ และเป็นสิ่งที่สื่อสารด้วยว่า ร้านของคุณเป็นร้านแบบไหน ปัจจุบันมีเครื่องมือทำการตลาดที่ค่อนข้างหลากหลาย รวมถึงการจับมือทางธุรกิจ ซึ่งช่วยทำให้คุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงในการทำโปรโมชั่นใด ๆ ก็ตามก็คือความสามารถในการจัดการหน้าร้าน บรรยากาศของแบรนด์ เพราะการรักษาฐานลูกค้าเก่านั้นยากกว่าการหากลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ เสมอ 

ทำร้านอาหารให้ปัง

 

กับดัก…ยอดขาย

เคยได้ยินไหม “ขายดีจนขาดทุน” เหตุการณ์นี้มักจะพบได้จากการที่มีเมนูหนึ่งที่ขายดีมากๆ และเจ้าของร้านก็เข้าใจว่า เมนูนี้คือเมนูขายดีต้องเร่งผลักดัน เร่งขาย สุดท้ายกว่าจะมารู้ตัวว่าเมนูนี้ขาดทุน ร้านก็เกือบเจ๊งไปแล้ว ดังนั้นการทำบันทึกต้นทุนวัตถุดิบจะช่วยให้เรารู้ถึงโครงสร้างราคาที่แท้จริงของแต่ละเมนู ซึ่งถ้าลองสังเกตดีๆ เราควรผลักดันเมนูที่ทำกำไรมากที่สุดไว้อันดับต้นๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธของแต่ละร้าน เช่น การจัดวางเล่มเมนูใหม่ โดยเอาเมนูกำไรดี ไว้หน้าแรกของเล่ม ทำภาพให้ดูน่าทาน

 

กับดัก…การโตเร็ว

ในยุคที่ร้านกาแฟแข่งขันกันอย่างดุเดือด ผู้ที่ต้องการ ทำร้านกาแฟ ควรมุ่งสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ มากกว่าผลกำไรระยะสั้นที่ได้จากการซื้อมาขายไป และช่วยเปิดกว้างโอกาสธุรกิจให้กับร้านกาแฟของคุณ

การเซตอัพระบบจะช่วยรองรับกับการเติบโต ในขณะเดียวกันก็ช่วยทำให้ร้านไม่พลาดพลั้งในการเข้าถึงโอกาสเร็วเกินไป ในขณะที่ระบบการจัดการต่าง ๆ ของร้านยังไม่มีความพร้อม

 

นอกจากนี้เรายังมีบทความที่อยากให้คุณได้อ่านเพิ่มเติ่ม 7 สิ่งที่คนมักพลาด! เมื่อ เปิดร้านกาแฟ  เพื่อเสริ่มความพร้อมก่อนเปิดร้านกาแฟ

เรื่องแนะนำ

แจก Checklist เซตอัพระบบร้านอาหาร จบ ครบ เปิดร้านได้เลย

การทำเช็คลิสต์ก่อนเปิดร้านอาหารเป็นสิ่งสำคัญของการเซตอัพระบบร้านอาหาร ที่จะช่วยให้เจ้าของร้านอาหารรู้ว่ามีสิ่งไหนที่ทำสำเร็จแล้ว เหลืองานส่วนไหนบ้างที่ต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่ร้านจะเปิดรับลูกค้าได้จริง   “เจ้าของร้านอาหารเปิดใหม่ควรทำเช็คลิสต์เรื่องอะไรบ้าง”   1.งานออกแบบและตกแต่งภายในร้าน โครงสร้างและการตกแต่งร้าน ควรเป็นสิ่งที่แล้วเสร็จก่อนการเปิดร้าน เพราะการเพิ่มเติมหน้างานเมื่อร้านเปิดไปแล้วทำได้ยาก แต่ก็เป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของเจ้าของร้านอาหาร โดยเฉพาะปัญหาผู้รับเหมา เจ้าของร้านอาหารเปิดใหม่ที่ทำโครงสร้างใหม่ทั้งหมดจึงควรเคร่งครัดให้ดำเนินงานตามแผนงานและเผื่อเวลาไว้สำหรับงานที่ไม่เป็นไปตามกำหนด การจัดทำเช็คลิสต์จะช่วยให้เจ้าของร้านวางแผนสำรองหากเกิดปัญหา   2.งานระบบ             ระบบน้ำ ไฟ แสงสว่าง การติดตั้งอุปกรณ์ครัวเรื่องสำคัญที่อาจส่งผลทำให้ร้านไม่สามารถเปิดได้ หรือถ้าหากเกิดปัญหาหน้างานก็แก้ไขค่อนข้างลำบาก จึงควรทดลองเดินระบบ จัดทำให้แล้วเสร็จเสียแต่เนิ่น ๆ   3.กฏหมาย และการเงิน อย่าลืม กำหนดการจัดทำเอกสารด้านการเงิน การขออนุญาตทางราชการที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร วางแผนรายรับรายจ่ายล่วงหน้า จัดระบบการเงินหลังร้านให้พร้อมสำหรับการเปิดร้าน   4.การสั่งซื้อวัตถุดิบ             ช่วงเปิดร้านแรก ๆ อาจจะมีปัญหาเรื่องการสั่งซื้อวัตถุดิบ หากไม่เคยเปิดร้านขายอาหารมาก่อน การคำนวณปริมาณและการประสานงานกับซัพพลายเออร์ เพราะฉะนั้นควรมีการพูดคุยกับซัพพลายเออร์ก่อนเปิดร้าน การเซตอัพระบบบริหารวัตถุดิบไว้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดซื้อ การรับสินค้า การจัดเก็บวัตถุดิบ การจัดเตรียมวัตถุดิบเพื่อให้พร้อมใช้งาน การมีระบบปฏิบัติงาน SOP จะช่วยให้ร้านจัดการเรื่องวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ   5.อุปกรณ์หน้าบ้านและหลังบ้าน             […]

ซื้อวัตถุดิบจาก Supplier

ซื้อวัตถุดิบเอง VS ซื้อวัตถุดิบจาก Supplier

ร้านอาหารส่วนใหญ่มัก ซื้อวัตถุดิบเอง มากกว่า ซื้อวัตถุดิบจาก Supplier เพราะคิดว่าราคาถูกกว่า แต่จริงๆ แล้วการซื้อวัตถุดิบเอง มีต้นทุนบางอย่างที่คุณอาจมองข้ามไป

คุมต้นทุนอาหาร

คุมต้นทุนอาหาร ด้วยเทคนิค 4 ข้อ

        หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ร้านอาหารต้องปิดตัวลง คือ “การคุมต้นทุนไม่อยู่” บางร้านอาจจะขายดีมากแต่ไม่ได้กำไรเพราะมีต้นทุนสูงเกินไป โดยเฉพาะต้นทุนด้านวัตถุดิบ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของร้านอาหาร ร้านทั่วไปจะมีต้นทุนส่วนนี้ 30-40% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรืออาจสูงกว่านี้ในร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ ผู้ประกอบการจึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนในส่วนนี้ให้มาก ลองมาดูสิ่งที่จะช่วย คุมต้นทุนอาหาร และเพิ่มกำไรให้ร้านอาหารของเรากันครับ คุมต้นทุนอาหาร ด้วยเทคนิค 4 ข้อ 1. ใส่ใจและติดตามราคาวัตถุดิบ         วิธีที่ดีในการคุมต้นทุน คือการติดตามราคาของวัตถุดิบที่ใช้ภายในร้าน บางท่านอาจจะรู้สึกยุ่งยากเพราะที่ร้านใช้วัตถุดิบหลายชนิด แต่วิธีง่ายๆ คือเลือกแค่วัตถุดิบที่เป็นต้นทุนหลักของร้านมาบันทึกราคา ปริมาณที่ใช้ และต้นทุนทั้งหมดของวัตถุดิบแต่ละชนิด เพื่อนำมาเปรียบเทียบราคาในแต่ละเดือน          สมมติว่าราคากุ้งเดิมกิโลกรัมละ 180 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 220 บาทจากภาวะน้ำท่วมในบางพื้นที่ ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมา 40 บาทนี้อาจจะดูไม่มาก แต่มันคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 22% จากราคาเดิม ยิ่งร้านที่ขายดีเท่าไหร่ กำไรที่หายไปก็จะเพิ่มมากขึ้น ในช่วงภาวะต้นทุนวัตถุดิบปรับขึ้นราคา […]

วัดความสำเร็จของร้านอาหาร……ที่ไม่ใช่แค่ยอดขาย

วิเคราะห์ตัวเลข ตัวเลขรายได้รวม ความสำเร็จของร้านอาหารไม่สามารถวัดได้ด้วยยอดขายปัจจุบันเสมอไป ร้านอาหารจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ตัวเลขรายได้จริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยนำรายได้ปีที่ผ่านมา และปีปัจจุบัน มาเปรียบเทียบ เพื่อให้สามารถคาดการณ์ถึงรายได้ในอนาคต การขยายสาขาใหม่แสดงถึงการสามารถทำรายได้ที่มากขึ้นก็จริง แต่รายได้นั้นมีอัตราการเติบโตที่เหมาะสมในการลงทุนหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับต้นทุนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น   ตัวเลขยอดขายต่อบิล ร้านมีกลยุทธ์การขายที่สามารถเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อบิลได้ สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายไม่ว่าจะด้วยเมนู หรือการจัดการส่งเสริมการขาย แสดงถึงความสำเร็จ และแนวโน้มของการสร้างรายได้ในอนาคต   ตัวเลขอัตราส่วนกำไรขั้นต้น  (Gross Profit Margin) การที่จะวัดว่าร้านอาหารประสบความสำเร็จ หรือมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งหรือไม่ ร้านจะต้องมีอัตราส่วนกำไรขั้นต้นต่อหน่วยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งแสดงถึงความสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี ตัวเลขที่บอกอัตราส่วนกำไรขั้นต้น ต้องนำไปเปรียบเทียบกับกิจการคู่แข่ง หรือตัวเลขเฉลี่ยจากร้านอาหารในตลาดเดียวกัน    ระบบร้านอาหารที่ดี ระบบร้านอาหารที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการบริการ การจัดการด้านครัวและวัตถุดิบ พนักงาน  โดยมีตัวชี้วัดที่มีประสิทธิภาพเกิดข้อผิดพลาดด้านการจัดการน้อย แสดงถึงความสามารถในการควบคุมการจัดการร้านอาหารได้เป็นอย่างดี มีส่วนสำคัญอย่างมากกับการทำร้านอาหาร โดยเฉพาะในสภาพการแข่งขันปัจจุบัน หากร้านอาหารของคุณขายดีมาก ๆ แต่ไม่มีระบบจัดการร้านอาหารที่ดี ต้องแก้ปัญหารายวัน ย่อมส่งผลต่อตัวเลขรายได้   Brand Royalty ของลูกค้า             เนื่องจากลูกค้าร้านอาหารมีตัวเลือกเยอะ และหลากหลาย ทำให้เป็นธุรกิจที่ลูกค้ามี […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.