ขั้นตอน เตรียมทีมงานร้านอาหาร ที่ควรต้องรู้ ! - Amarin Academy

ขั้นตอน เตรียมทีมงานร้านอาหาร ที่ควรต้องรู้ !

ขั้นตอน เตรียมทีมงานร้านอาหาร ที่ควรต้องรู้ !

ทุกวันนี้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งเบเกอร์รี่ มีผู้เล่นรายใหม่ๆ กระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการรายใหม่มักให้ความสำคัญกับการตกแต่งร้าน การพัฒนาสูตรอาหาร การทำโปรโมชั่น การประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้เป็นที่รู้จัก ฯลฯ แต่ลืมมองข้ามสิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือ เตรียมทีมงานร้านอาหาร ให้พร้อม

ลองสังเกตดูว่าวันแรกของการเปิดร้าน เจ้าของร้านจะพบสารพัดปัญหา ทั้งๆ ที่ตัวร้านก็เรียบร้อยดี แอร์เย็น อุปกรณ์เครื่องครัวก็พร้อม สินค้าและวัตถุดิบก็สั่งเข้ามาครบถ้วน ฯลฯ แต่ปัญหามักเกิดขึ้นที่การบริการ ทีมงานรับออร์เดอร์ผิด เสิร์ฟอาหารผิดโต๊ะ ลูกค้าโต๊ะนั้นมา 2 คนแต่พนักงานดันพาไปนั่งโต๊ะใหญ่ พอลูกค้ากลุ่มใหญ่เข้ามา ที่นั่งเต็ม…นั่นเป็นเพราะเราไม่มีการเทรนด์พนักงานให้พร้อมก่อนเริ่มเปิดร้านนั่นเอง

อย่างที่รู้กันว่าหัวใจของการทำธุรกิจอาหารให้ประสบความสำเร็จ ได้แก่ การบริหารคุณภาพ (Quality) บริการ (Service) และความสะอาด (Cleanliness) ซึ่งผู้ที่กุมหัวใจสำคัญนี้ก็คือทีมงานนั่นเอง หากเราไม่เตรียมทีมงานให้พร้อมก่อนการเปิดให้บริการ ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น จะเกิดขึ้นแน่นอน และจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกว่าผู้ประกอบการจะวิเคราะห์และแก้ปัญหานั้นได้ บางครั้งกว่าจะถึงเวลานั้นก็อาจสายเกินจะเยียวยา เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักไม่ให้โอกาสคุณแก้ตัวมากนัก

แล้วประเด็นสำคัญที่ต้องสร้างทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดร้านมีอะไรบ้างล่ะ?

1.จำนวนพนักงานต้องเพียงพอ: เมื่อพูดถึงเรื่องจำนวนพนักงาน ผมมักเจอคำถามจากผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มอยู่เสมอว่าต้องใช้จำนวนเท่าไร ซึ่งคำถามนี้ไม่มีกูรูท่านใดสามารถตอบได้ชัดเจน เนื่องจากจำนวนพนักงานจะขึ้นอยู่กับ concept ที่ผู้ประกอบการวางไว้ ร้านประเภท Fast Food อาจไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานมากเท่ากับร้านประเภท Casual เพราะไม่ต้องบริการลูกค้ามากนัก ฉะนั้นเราจะเห็นว่าร้านอาหารบางร้านมีพื้นที่เท่ากัน แต่จำนวนพนักงานที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการบริหารจัดการไม่จำเป็นต้องเท่ากันเสมอไป ดังนั้นข้อนี้ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าของร้านเองว่าจะจัดสรรกำลังคนทำงานอย่างไร

2.ค่าจ้างแรงงานควรเป็นเท่าไร: เรื่องอัตราค่าจ้าง เจ้าของร้านอาหารควรกำหนดให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ ควรได้เท่าไร ผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว ควรได้เท่าไร หรือบางคนระบุว่ามีประสบการณ์ก็จริง แต่ไม่ใช่ธุรกิจร้านอาหารโดยตรง จะถือว่ามีประสบการณ์หรือเปล่า ข้อนี้ต้องกำหนดให้ชัดเจน เพราะหากไม่มีหลักเกณฑ์กำหนด สุดท้ายคุณจะเจอปัญหาพนักงานการลาออกหรือขาดความตั้งใจในการทำงาน เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม

พนักงานร้านอาหาร
พนักงานร้านอาหาร ในร้าน Copper Buffet ที่ได้ชื่อว่าเป็นร้านอาหานที่บริการดีเทียบเท่า Fine Dining

3.การแบ่งหน้าที่ของพนักงาน: การกำหนดหน้าที่ให้พนักงานแต่ละคนก็สำคัญ อย่าใช้คำว่าช่วยๆ กัน เด็ดขาด เพราะจะทำให้พนักงานสับสน สรุปหน้าที่นี้ใครต้องทำ งานนี้ของฉันหรือเปล่า? เอ๊ะ..แต่ฉันว่างานนี้น่าจะเป็นของเธอ? หรือ งานของเราที่ทำอยู่นี้ต้องประสานกับใคร? แค่ประเด็นนี้ก็ส่งผลกระทบต่อการบริการลูกค้าอย่างที่คุณคาดไม่ถึงแล้วครับ ยิ่งถ้างานผิดพลาด ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ?

4.ศึกษาข้อกฎหมายและจ้างแรงงานให้ถูกต้อง: สำหรับผู้ที่ตั้งใจจะทำธุรกิจอาหาร จำเป็นต้องรู้ข้อนี้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ สิ่งที่เจ้าของร้านอาหารต้องรู้ เช่น การประกอบกิจการใดๆ ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแล้วนำส่งเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานเขตพื้นที่ภายใน 7 วัน เป็นต้น เพราะถ้าเกิดปัญหา หรือโดนตรวจสอบขึ้นมาเมื่อไหร่ แล้วร้านอาหารเราทำไม่ถูกต้อง เจ้าของร้านปวดหัวแน่นอนครับ

ประเด็นต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของการเตรียมความพร้อมเรื่องการสร้างทีมงานที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วยังมีรายละเอียดอีกมากที่เราต้องรู้ ลองค่อยๆ ศึกษากันดูนะครับ !

บทความโดย อาจารย์เต้ย – พีรพัฒน์ กองทอง อดีตผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท แมคไทย จำกัด (แมคโดนัลด์ ประเทศไทย)


บทความที่เกี่ยวข้อง

5 เหตุผลที่ทำให้ พนักงานร้านอาหารลาออก

เรื่องแนะนำ

food delivery

5 สิ่งที่ร้านอาหารต้องปรับ เมื่อเริ่มทำ Food delivery

ธุรกิจ Food Delivery กำลังมาแรง แต่ปัญหาสำคัญคือ ร้านอาหารหลายๆ ร้านไม่รู้จะเริ่มปรับจากจุดไหน เพื่อให้ไม่กระทบต่อหน้าร้าน วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาฝาก

ผู้จัดการมือใหม่

เคล็ดลับการจัดการร้านอาหาร  ผู้จัดการมือใหม่ ต้องรู้!

เคล็ดลับการจัดการร้านอาหาร ผู้จัดการมือใหม่ ต้องรู้! การจัดการร้านอาหารเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ผู้ประกอบบางรายเลือกที่จะดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง หรือบางรายก็จ้างผู้จัดการร้านเพื่อแบ่งเบาภาระต่างๆ แม้ว่าเงินเดือนของผู้จัดการร้านจะค่อนข้างสูง แต่ก็มาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและความคาดหวังที่สูงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมต้นทุน ยอดขายและกำไรของร้านอาหารให้เป็นไปตามเป้าหมาย วางแผนสั่งวัตถุดิบเข้าร้านให้เหมาะสมกับยอดขาย คอยดูแลมาตรฐานการทำงานของพนักงาน จัดตำแหน่งงานและตารางเวลาให้เหมาะสม ดูแลความเรียบร้อยภายในร้าน แก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ จัดประชุมวางแผนงาน แผนการตลาด และประสานงานกับฝ่ายต่างๆ    สรุปข้อมูลการขาย รายงานปัญหาต่างๆ แก่ผู้บริหาร  รวมถึงหน้าที่อื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของร้าน จะเห็นได้ว่าบทบาทหน้าที่ของ ผู้จัดการร้าน นั้นสำคัญมาก หากคุณเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือผู้จัดการร้านอาหาร เคล็ดลับเหล่านี้อาจจะช่วยพัฒนาทักษะการบริหารจัดการร้านของคุณได้ คือ   มีความหนักแน่น  ปัญหาในร้านอาหารมีได้ทุกวันโดยไม่ซ้ำอย่าง สิ่งที่ผู้จัดการสามารถทำได้ในสถานการณ์เฉพาะหน้าคือ การใช้ความหนักแน่นในการคิดหาวิธีแก้ปัญหา โดยต้องคำนึงถึงในเรื่องต่างๆดังนี้ จะพูดคุยสื่อสารอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะรักษากฎของร้านไว้ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านลูกค้าหรือพนักงาน คุณจะต้องคิดแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ สื่อสารอย่างมีเหตุผลและเหมาะสม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้จัดการ และได้รับการยอมรับจากทีมงาน ทำให้พนักงานทำงานที่มีความกดดันสูงในร้านอาหารได้โดยไม่ลาออกง่ายๆ  การจัดการเชิงรุก ในธุรกิจร้านอาหารที่มีการแข่งขันสูง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิดล่วงหน้าและจัดการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาในภายหลัง ดังนั้น การวางแผนงานในร้านจะต้องไม่มองแค่ในปัจจุบัน […]

ตั้งราคาอาหาร

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อน ตั้งราคาอาหาร

หลายคนไม่รู้จะตั้งราคาอาหารของตัวเองเท่าไร ตั้งสูงไปก็กลัวขายไม่ได้ ตั้งต่ำไปก็กลัวจะขาดทุน วันนี้จึงขอนำข้อมูลเกี่ยวกับการ ตั้งราคาอาหาร มาฝาก

น้ำแข็ง

“น้ำแข็ง” วัตถุดิบเล็กๆ ที่ร้านอาหารหลายร้านมักมองข้าม

        เครื่องดื่มอร่อยๆ ก็ต้องคู่กับ น้ำแข็ง เย็นๆ ชื่นใจ แต่ใครจะไปคิดว่าน้ำแข็งแต่ละรูปทรงก็ส่งผลต่อรสชาติของเครื่องดื่มได้อย่างไม่น่าเชื่อ น้ำแข็งทุกก้อนมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อย่าปล่อยให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้ร้านอาหารของคุณต้องมีเครื่องดื่มที่ไม่ได้คุณภาพ!         แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า น้ำแข็ง เป็นน้ำที่นำมาผ่านกรรมวิธีทำให้เยือกแข็ง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามกรรมวิธีการผลิตดังนี้  น้ำแข็งชนิดซอง เป็นน้ำแข็งที่ผลิตโดยวิธีการแช่แข็งในบ่อน้ำเกลือ มี 2 ชนิด คือ –  น้ำแข็งที่รับประทานได้ จะต้องใช้น้ำที่ผ่านขั้นตอนการปรับคุณภาพ แล้วนำไปผลิตเป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่ จะมีขั้นตอนการเป่าลมเพื่อให้น้ำแข็งทั้งก้อนใส –  น้ำแข็งที่รับประทานไม่ได้ นิยมใช้ในทางการประมงเพื่อแช่อาหารทะเล แต่กรรมวิธีจะไม่มีขั้นตอนการเป่าลม ทำให้ก้อนน้ำแข็งมีสีขาวขุ่น  น้ำแข็งชนิดก้อนเล็ก เป็นน้ำแข็งที่ทำด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ มีลักษณะเป็นก้อน, หลอด หรือเกล็ด โดยทั่วไปมักจะเรียกว่า น้ำแข็งหลอด ซึ่งจะนำน้ำที่ผ่านขั้นตอนการปรับคุณภาพแล้ว เข้าเครื่องทำน้ำแข็งอัตโนมัติ น้ำแข็ง ประเภทไหน เหมาะกับเครื่องดื่มอะไรบ้าง?         […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 099-149-4254 สุวิจักขณ์ ทรัพย์ทองแสง (เบน)
E-mail : suwichak_su@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2020 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.