เทคนิคการ จัดจานอาหาร ให้ปัง จนคนอยากแชร์ - Amarin Academy

เทคนิคการ จัดจานอาหาร ให้ปัง จนคนอยากแชร์

เทคนิคการ จัดจานอาหาร ให้ปัง จนคนอยากแชร์

ทุกวันนี้โซเชียลมีเดีย ถือเป็นช่องทางทำการตลาดของร้านอาหารที่สำคัญช่องทางหนึ่ง แต่นอกเหนือจากการที่เจ้าของร้านจะเปิดเพจเพื่อโปรโมทร้านแล้ว การที่ลูกค้ามาที่ร้านแล้วอัพภาพร้าน หรือภาพอาหารลงในเฟซบุ๊คส่วนตัวให้เพื่อนๆ ได้เห็น ก็ถือเป็นการตลาดที่มีอิทธิพลมากๆ ฉะนั้นนอกจากเจ้าของร้านต้องทำอาหารอร่อยแล้ว ยังต้องทำให้ดูสวย น่าถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ อีกด้วย วันนี้เราจึงมีเทคนิคง่ายๆ ในการ จัดจานอาหาร ให้สวยมาฝาก

1.อย่าเยอะ เหลือพื้นที่ว่างๆ รอบจานบ้าง

ร้านอาหารหลายๆ ร้านมักคิดว่าการใส่อาหารเยอะๆ ในจาน จะทำให้อาหารดูน่ากิน แต่จริงๆ แล้ว ลองยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพ จะรู้เลยว่ามันไมได้สวยอย่างที่คิด ดังนั้นเจ้าของร้านควรใส่อาหารในจานให้พอเหมาะ ควรเหลือพื้นที่ว่างรอบจาน ให้ดูไม่อึดอัด จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 

2.ใช้วัสดุอื่นๆ รองจานอีกชั้น เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

การเสิร์ฟอาหารในจานปกติอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาไปหน่อย เพราะยุคนี้ทุกคนต้องมี “พิธีกรรม” ถ่ายภาพก่อนรับประทานอาหาร ฉะนั้นยิ่งจานอาหารของเราโดดเด่นเท่าไร ก็ยิ่งดึงดูดให้คนถ่ายภาพมากเท่านั้น และการใช้วัสดุรองจานก่อนเสิร์ฟอาหาร ก็จะช่วยให้อาหารจานนั้นดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้กระดาษไขสีขาว ทำให้อาหาร “ดูแพง” หรือใบตอง (สำหรับร้านอาหารไทย) หรือการรองจานด้วยเส้นหมี่ทอดกรอบ เป็นต้น ส่วนจะเลือกใช้วัสดุใด ก็ขึ้นอยู่ความเหมาะกับแต่ละเมนู ต้องลองนำไปปรับใช้ดู

3.อย่าให้สีจานกลืนไปกับอาหาร

การเลือกสีจานที่จะใส่อาหาร ก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากคุณเสิร์ฟผัดผักด้วยจานสีเขียว อาหารกับจานคงกลืนกันไปหมด ไม่เหมาะจะถ่ายภาพ ทางที่ดีควรเลือกสีที่แตกต่างกัน และสีจานต้องไม่เด่นไปกว่าสีอาหาร ไม่อย่างนั้นอาหารคงหมดความน่าสนใจไป

4.เพิ่ม Topping เล็กน้อยให้ดูแพง

อาหารจานที่เสิร์ฟมาโล่งๆ เมื่อเทียบกับจานที่มีของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ จะให้อารมณ์ความรู้สึกต่างกันทันที โดยการตกแต่งจานด้วย Topping ก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การโรยไอซ์ซิ่ง การเพิ่มวิปปิ้งครีม ราดซอสตกแต่งจาน การปิดทอง ฯลฯ ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้ต้นทุนอาหารต่อจานสูงขึ้นนัก แต่กลับช่วยเพิ่มมูลค่าให้อาหารของเราได้มากทีเดียว

5.สร้างเรื่องราว /มีกิจกรรมให้ได้เล่น

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า เทรนด์การรับประทานอาหารในปัจจุบัน เขาไม่ได้รับประทานอาหารเพียงเพื่อความอิ่มอร่อยเท่านั้น แต่ต้องการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย และเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว ร้านอาหารต้องเพิ่มประสบการณ์พิเศษผ่านมื้ออาหาร โดยแทนที่จะเสิร์ฟอาหารธรรมดาๆ อาจเพิ่มลูกเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจสักเล็กน้อย เช่น เสิร์ฟในหม้อไฟ หรือให้ลูกค้าได้ตกแต่งหน้าตาอาหารด้วยตัวเอง เป็นต้น โดยความพิเศษเหล่านี้ จะเป็นตัวที่ช่วยดึงดูดให้อาหารจานดังกล่าวน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

8.เปลี่ยนรูปแบบการเสิร์ฟ

เมนูเดิมๆ ก็สามารถเพิ่มเติมความสร้างสรรค์เข้าไปเพื่อลดความจำเจได้ เช่น แทนที่จะเสิร์ฟผัดกะเพราะไข่ดาวธรรมดา อาจเปลี่ยนรูปแบบเป็นข้าวคลุกกะเพราะห่อไข่ หรือแซนวิช ธรรมดา ก็เพิ่มลวดลายการตกแต่งให้น่ารักขึ้นได้ โดยไอเดียการตกแต่งจานอาหารให้สวยงามนี้สามารถเข้าไปดูได้ตามเว็บไซต์ Pinterest หรือ IG ที่สาธิตวิธีการทำอาหาร แล้วนำมาปรับใช้กับเมนูของตัวเอง

จะว่าไป การจัดจานก็ถือเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งนะครับ ลองฝึกจัดไปเรื่อยๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ไม่จำเจ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้อาหารได้มากเลยทีเดียว

เรื่องแนะนำ

โลโก้ร้านอาหาร

9 การออกแบบ โลโก้ร้านอาหาร สุดเจ๋ง

โลโก้ร้านอาหาร คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สร้างการจดจำและความประทับใจให้ลูกค้าตั้งแต่แรกเห็น ฉะนั้นการออกแบบโลกโก้ให้โดนใจทั้งตัวเราและลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

เทรนด์ธุรกิจอาหาร

5 เทรนด์ธุรกิจอาหาร ในประเทศไทย ปี 2020 ที่ยังโตได้

ในปีหน้า 2020 ธุรกิจอาหารในประเทศไทย ยังไปต่อได้ไหม? ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่? เชื่อว่านี่คงเป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร หรือแม้แต่ผู้ที่กำลังจะก้าวเข้ามาในแวดวงธุรกิจอาหาร มีข้อสงสัยในเรื่องนี้ ซึ่งข้อมูลจาก EUROMONITOR พบว่า ธุรกิจตลาดอาหารในประเทศไทยยังไปได้ดี แต่จะมี เทรนด์ธุรกิจอาหาร ประเภทใดที่จะไปต่อได้ในปี 2020 มาดูกัน   5 เทรนด์ธุรกิจอาหาร ในประเทศไทย ปี 2020 ที่ยังโตได้ อย่างที่กล่าวไปว่า ในปีหน้า หรือปี 2020 นั้น เหล่าผู้ประกอบการร้านอาหาร คงมีความกังวลอยู่ว่า แนวโน้มตลาดอาหารในประเทศไทยนั้น จะไปในทิศทางใด และจะมีโอกาสที่เติบโตมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งก็ได้มีข้อมูลจาก EUROMONITOR บริษัทชั้นนำด้านข้อมูลการตลาด เผยว่า ภาพรวมตลาดอาหารในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมานั้น มีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ในขณะที่ปัจจุบัน และในอนาคต พฤติกรรมของผู้บริโภคเองก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ผู้ประกอบการเอง ก็ควรที่จะทำความเข้าใจในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเช่นกัน เมื่อตลาดอาหารในประเทศไทยปีหน้า ยังไปต่อได้ แล้ว เทรนด์ธุรกิจอาหาร ประเภทใดที่ยังน่าสนใจ และต้องจับตาในปี 2020 มาดูกัน   […]

เปิดร้านของตัวเอง

เปิดร้านของตัวเอง VS ซื้อแฟรนไชส์ แบบไหนดีกว่ากัน?

เชื่อว่าหลายคน มีความคิดว่าอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองสักครั้ง แต่การจะเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ โดยเฉพาะมือใหม่ที่อยากเริ่มมีธุรกิจของตัวเอง ที่ต้องคิดทั้งเรื่องสินค้า การตลาด บัญชี การเงิน เยอะแยะไปหมด และมักจะมีคำถามว่าจะลงทุน เปิดร้านของตัวเอง หรือซื้อแฟรนไชส์ จะเลือกแบบไหนดี? มาดูกันว่าข้อดี ข้อเสียของทั้งสองแบบว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยมาตัดสินใจให้เหมาะกับธุรกิจของคุณเองกันค่ะ   เปิดร้านของตัวเอง VS ซื้อแฟรนไชส์ เลือกแบบไหนดี? ข้อดีของการเปิดร้านของตัวเอง มีอิสระในการบริหารจัดการ การตัดสินใจและกำหนดทิศทางธุรกิจของเราเองได้อย่างเต็มที่ สามารถทำตามไอเดียของตัวเอง สร้างแบรนด์ที่เป็นตัวตนของเราเองได้ ถ้าเป็นธุรกิจอาหารก็สามารถที่จะเพิ่ม หรือดัดแปลงสูตรเมนูของร้านได้ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ในการปรับเปลี่ยนพัฒนาธุรกิจ การสร้างแบรนด์เองอาจจะเหมาะกับคนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ อยากทำอะไรใหม่ๆ แบบที่ไม่ต้องตามแบบใครค่ะ การเปิดร้านเอง อาจไม่ต้องลงทุนสูงมาก เพราะบางคนก็มีทุนน้อย หรือมีจำกัด แต่อยากที่จะทำธุรกิจ ก็สามารถทำได้ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านใหญ่จนเกินตัว ค่อยๆเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ แล้วต่อยอดไปเรื่อยๆ จนสามารถขยายกิจการ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักได้ในอนาคต เรื่องส่วนแบ่งกำไร หากคุณเปิดร้านเอง แน่นอนว่า คุณไม่จำเป็นต้องแบ่งกำไร คุณสามารถบริหารกำไรของคุณทั้งหมดได้เอง อย่างที่บอกว่าใครก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แล้วหากคุณทำได้ ข้อดีนี้ก็คือ ความภาคภูมิใจที่คุณทำ และมีความสุขที่ได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ และถ้ายิ่งพัฒนาไปจนแบรนด์ประสบความสำเร็จ […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2022 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.