4 กฎสำคัญ ทำธุรกิจ Catering ให้ประสบความสำเร็จ - Amarin Academy

4 กฎสำคัญ ทำธุรกิจ Catering ให้ประสบความสำเร็จ

4 กฎสำคัญ ทำธุรกิจ Catering ให้ประสบความสำเร็จ

ธุรกิจ Catering หรือการรับจัดงานนอกสถานที่ นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ร้านอาหารหลายๆ ร้าน ใช้ต่อยอดให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น แต่หากเจ้าของร้านอาหารท่านใดสงสัยว่าถ้าจะทำธุรกิจนี้ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามี 4 กฎสำคัญในการ ทำธุรกิจ Catering ให้ประสบความสำเร็จมาฝาก

1.การจัดการต้องดีเยี่ยม

เจ้าของร้านอาหารหลายคนเข้าใจว่าการจัดงานนอกสถานที่น่าจะเหมือนกับการทำร้านอาหาร แค่ทำอาหาร เสิร์ฟ เก็บของ ก็จบ แต่จริงๆ แล้ว ธุรกิจนี้เต็มไปด้วยปัญหามากมายที่ต้องแก้ไขหน้างาน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่สถานที่อาจไม่พร้อม สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย (หากจัดงานแบบ Outdoor) ด้านจำนวนแขกที่ร่วมงานอาจมากเกินคาดคะเน ด้านพนักงานที่อาจบริการได้ไม่ทั่วถึง ฯลฯ ฉะนั้นทักษะด้านการบริหารจัดการจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ แถมยังต้องมีทักษะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีเยี่ยมอีกด้วย ที่สำคัญการรับจัดงานนอกสถานที่ต้องมีแผนสำรองสำหรับ Worst case เสมอ เช่น ถ้าฝนตกจะทำอย่างไร เป็นต้น

เพราะการที่เจ้าของงานตัดสินใจจ้างเรา เขาต้องการคนที่มืออาชีพมากที่สุด ที่สามารถช่วยบริหารจัดการและวางแผนให้งานของเขาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ฉะนั้นใครที่อยากกระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้ต้องฝึกทักษะด้านการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ดี ธุรกิจของคุณไปได้ไกลแน่นอน

2.คาดคะแนจำนวนคนกับอาหารให้แม่นยำ

สำหรับผู้ที่เคยเปิดร้านอาหารมาก่อน คงจะคาดคะเนปริมาณอาหารกับจำนวนคนได้ไม่ยากนัก แต่สำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่ อาจประสบปัญหาพอสมควร ทั้งอาหารเหลือและอาหารขาด ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่ดีทั้งคู่ อาหารเหลือมากไป เราก็ได้กำไรน้อย ยิ่งอาหารขาด ยิ่งแย่ใหญ่เพราะคุณต้องถูกเจ้าของงานต่อว่าแน่นอน ฉะนั้นหากคุณยังเป็นมือใหม่ ในงานแรกๆ คุณต้องลองเก็บสถิติว่าแขก 1 คนจะรับประทานอาหารประมาณเท่าไร เพื่อที่งานหน้าจะคาดคะเนได้เหมาะสม

นอกจากนี้คุณต้องแจ้งให้ผู้จัดงานทราบล่วงหน้าว่า หากจำนวนแขกมีน้อยกว่าที่แจ้งมาในตอนแรก เช่น แจ้งว่ามีแขก 100 คน แต่มาจริงๆ เพียง 50 คุณจำเป็นต้องเก็บเงินเต็มจำนวน 100 คน เพราะได้เสียค่าใช้จ่ายในการตระเตรียมอาหารไปแล้ว (อย่าลืมแจ้งนะครับ เพราะมีเจ้าของธุรกิจหลายรายเจอปัญหาเจ้าของงานขอจ่ายเงินเท่าจำนวนแขกมาแล้ว)

3.กำหนดเวลาเริ่ม และเวลาเลิกให้แน่นอน

งานนอกสถานที่ส่วนใหญ่มักเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ ซึ่งแขกที่มาร่วมงานอาจสนุก ครึกครื้นกันจนล่วงเลยเวลาเลิกงาน หากคุณไม่มีการพูดคุยกำหนดเวลาการเลิกงานที่แน่นอนกับเจ้าของงาน พนักงานเสิร์ฟอาจจะต้องเสิร์ฟอาหารหรือเครื่องดื่มไปเรื่อยๆ จนกว่าแขกคนสุดท้ายจะกลับ (ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร) ฉะนั้นอย่าลืมคุยรายละเอียดในเรื่องนี้ด้วย จะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น

นอกจากกำหนดเลิกงานแล้ว อย่าลืมสอบถามเรื่องเวลาเริ่มงานและระยะเวลาที่สามารถเข้าไปจัดเตรียมสถานที่ด้วย เพราะบางสถานที่อาจมีเวลาให้เตรียมตัวน้อย เช่น หากงานเริ่ม 6 โมงเย็น แต่เจ้าของสถานที่จะเปิดให้เข้าไปจัดเตรียมของได้ตอน 5 โมงเย็น ถือว่าหายนะพอสมควร เพราะทุกอย่างต้องรีบเร่งไปหมด แต่หากเราทราบข้อจำกัดนี้ก่อน อาจหาทางแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น

4.ต้องกำหนดจำนวนคนขั้นต่ำ

การทำธุรกิจ catering จำเป็นต้องกำหนดจำนวนแขกขั้นต่ำในการจัดงาน เช่น 30 คนขึ้นไป เป็นต้น เพราะการจัดงานครั้งหนึ่งมีค่าใช้จ่ายคงที่ ที่เราจำเป็นต้องจ่ายไม่ว่าคนจะมากหรือน้อยแค่ไหน เช่น ค่าเดินทาง (ทั้งไปดูสถานที่และไปจัดงาน) ค่าแรงพนักงาน ฯลฯ ฉะนั้นหากไม่มีการกำหนดขั้นต่ำ อาจทำให้รายได้ ไม่คุ้มกับรายจ่ายที่ต้องเสียไป หรือหากไม่กำหนดจำนวนคนขั้นต่ำ เจ้าของกิจการก็ต้องเพิ่มราคาต่อหัวให้สูงขึ้น เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาและกำลังคนที่เสียไป

การทำ Catering เป็นธุรกิจที่น่าจับตามอง แถมยังเป็นธุรกิจที่ร้านอาหารหลายๆ ร้านนิยมหันมาทำกันมากขึ้น ฉะนั้น สิ่งสำคัญคือเจ้าของกิจการต้องสร้างความแตกต่าง และบริหารจัดการงานให้ดีเยี่ยม เพื่อจะได้แข่งขันกับเจ้าอื่นๆ ในตลาดได้

เรื่องแนะนำ

Operation Setup วางระบบร้านอาหารไม่ยากอย่างที่คิด

รู้ว่ากำลังทำร้านอาหารประเภทไหน             ร้านอาหารแต่ละประเภท มีลักษณะที่ต่างกัน การวางระบบก็มีความแตกต่างกันด้วย ก่อนที่จะเริ่มต้นวางระบบร้านอาหารจึงต้องรู้ว่าร้านอาหารของเรามีรูปแบบการบริการแบบไหน ยกตัวอย่าง ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดไม่เน้นการบริการ แต่เน้นที่ความรวดเร็ว ร้านอาหารภัตตาคารเน้นการบริการที่มีมาตรฐานแบบ Table Service ประเภทของร้านอาหารจะสัมพันธ์กับการวางโครงสร้างต้นทุน โครงสร้างทีมงานร้านอาหาร และระบบงานครัว อย่างไรก็ดี ร้านอาหารลักษณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องมีระบบร้านที่เหมือนกันเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่า เป้าหมายและจุดขายที่แตกต่างกันของแต่ละร้านด้วย คลิกอ่าน เทคนิควางระบบร้านอาหาร 5 ประเภท Click link การวางโครงสร้างงาน             ลำดับต่อมา คือการวางโครงสร้างงานร้านอาหาร ซึ่งจะเป็นการวางรูปแบบการทำงานของทีมงานร้านอาหาร ที่สามารถแบ่งง่าย ๆ เป็น 3 ส่วน คือทีมงานบริหาร มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายทิศทาง ซึ่งประกอบไปด้วย เป็นเจ้าของ หุ้นส่วน ลูกจ้างบริหารระดับสูง  ทีมงานเบื้องหน้า ได้แก่ทีมที่ให้บริการหน้าร้าน ตั้งแต่ ฝ่ายต้อนรับ ผู้จัดการร้าน พนักงานเสิร์ฟ ทีมงานเบื้องหลัง ได้แก่ ทีมงานการผลิต ทีมครัว และทีมสนับสนุนดูแลระบบ เป็นต้น การวางโครงสร้างงานเป็นการกำหนดกำลังคน ขอบเขตในการทำงาน […]

5 ปัจจัยต้องมี อยากเปิดร้านเบเกอรี เพราะทำขนมเป็นอย่างเดียวอาจไม่พอ

เคล็ดลับร้านอาหาร 5 ปัจจัย ที่ต้องมีหากอยากเปิด ร้านเบเกอรี ทำขนมเป็นอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับเปิดร้าน ต้องยอมรับว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ฝันอยากจะมี ร้านเบเกอรี เป็นของตัวเอง ด้วยภาพจำที่ดูสวยงาม ได้ทำขนมสวย ๆ ในร้านที่ดูน่ารักอบอุ่น หญิงสาวยืนปาดเค้กอยู่ในครัวอย่างน่าทะนุถนอม แต่จริง ๆ แล้ว แทบจะไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะการทำ เบเกอรี ไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ ก็ทำได้ และไม่ใช่งานง่าย ๆ หากใครคิดว่าแค่ทำขนมเป็นก็ทำได้ ก็ขอให้คิดใหม่ เพราะนั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการทำ ร้านเบเกอรีเท่านั้น พอมาถึงตรงนี้หลายคนก็อาจจะเกิดคำถามว่า อ้าว แล้วถ้าอยากเปิด ร้านเบเกอรี ต้องมีอะไรบ้างล่ะ ? มาดูกัน! ใจรัก การทำเบเกอรี่ไม่ใช่งานง่าย ๆ สบาย ๆ อย่างที่หลายคนคิด ผู้ที่คิดจะเปิดร้านจึงต้องมีใจรักจริง ๆ นอกจากนี้ยังต้องอึด ถึกทน และมีความพยายามสูง ซึ่งผู้ประกอบการร้านเบเกอรี่หลายคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าการทำเบเกอรี่เหนื่อย เพราะชีวิตส่วนใหญ่ก็ต้องอยู่ในครัว นั่งบีบครีมหลังขดหลังแข็ง อดหลับอดนอน ไม่ได้หอมหวานเหมือนหน้าตาขนมหรอกแต่ที่ทำก็เพราะใจรักล้วน ๆ ความรู้เฉพาะ ธุรกิจเกี่ยวกับเบเกอรี่เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะ […]

Food Rotation Labels สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ มาตรฐานครัวสำคัญที่ร้านอาหารควรมี

Food Rotation Labels สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ มาตรฐานครัวสำคัญที่ร้านอาหารควรมี ทุกวันนี้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับอาหารการกินในทุก ๆ ทาง นี่จึงเป็นเหตุผลชวนให้ผู้ประกอบการหันมาใส่ใจสุขลักษณะในการประกอบอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งต่อคนเสิร์ฟและคนรับประทาน ลองเปลี่ยนมาใช้ สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ กัน! . สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ (Food Rotation Labels หรือบางคนอาจจะเรียกว่า Daydot) คือ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดระบบวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ประกอบอาหาร โดยในสติกเกอร์จะมีหัวข้อให้ผู้ใช้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบนั้น ๆ เช่น วัตถุดิบคืออะไร ผลิตวันไหน หมดอายุเมื่อไหร่ และใครเป็นคนเปิดใช้ เพื่อป้องกันการนำวัตถุดิบที่ไม่ปลอดภัยมาใช้ในการบริโภค ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมีบนสติกเกอร์ติดอาหาร: 1.ชื่อผลิตภัณฑ์ (Product) เพื่อบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้น คืออะไร 2.การจัดเก็บ (Type) : มีการจัดเก็บแบบไหน เช่น แช่แข็ง (Frozen) แช่เย็น (Chiller) หรือเก็บในอุณหภูมิห้อง (Ambient) 3.วันที่ผลิต (Product Date) 4.เวลาผลิต (Production Time) 5.วันที่หมดอายุ (Expiry Date) […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.