6 ภาพยนตร์อาหาร ที่คนทำร้านอาหารควรดู - Amarin Academy

6 ภาพยนตร์อาหาร ที่คนทำร้านอาหารควรดู

6 ภาพยนตร์อาหาร ที่คนทำร้านอาหารควรดู

สำหรับคนทำร้านอาหาร แรงบันดาลใจถือเป็นสิ่งสำคัญ และการดูภาพยนตร์ ก็ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจที่ดีทางหนึ่ง วันนี้เราจึงขอรวบรวม ภาพยนตร์อาหาร ที่น่าจะช่วยกระตุ้นให้ทุกคนฮึดสู้มาทำตามความฝันของตัวเองมาฝาก

Chef

เป็นหนังแนว comedy กำกับและแสดงนำโดย Jon Favreau ทั้งยังมีนักแสดงชื่อดังร่วมแสดงอีกมากมายทั้ง Robert Downey Jr. / Sofia Vergara และ Scarlett Johansson
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของพ่อครัว ที่ถูกไล่ออกจากร้านอาหาร เพราะเขาไม่ยอมทำอาหารตามเมนู แต่แทนที่เขาจะยอมแพ้จากอาชีพเชฟ หรือเลือกทำตามสิ่งที่เจ้าของร้านอาหารต้องการ เขากลับมุ่งหน้าทำตามเสียงหัวใจของตัวเอง ด้วยการกู้เงินมาเช่ารถบรรทุกขนาดเล็กเพื่อเปิดร้านอาหาร ทำตามความฝันตัวเองต่อไป ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่อยากเปิดร้านอาหารแบบ food Truck ได้ดีทีเดียว

Ratatouille

อนิเมชั่นสุดน่ารักจากฝีมือผู้กำกับมากฝีมือ Brad Bird กล่าวถึงเรื่องราวของ เรมี่ หนูที่มีพรสวรรค์ด้านการทำอาหารและมีความฝันสุดประหลาด คืออยากเป็นเชฟในภัตตคาร แม้ดูจะเป็นฝันที่เป็นไปไม่ได้ แต่กลับเป็นไปได้เพราะเรมี่ได้เจอกับลิงกวินี่ เด็กหนุ่มทิ้งขยะของภัตตาคาร ผู้กำลังจะถูกไล่ออกจากงาน

เนื้อเรื่องกล่าวถึงความพยายามของทั้งสองในการพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไป สุดท้ายแล้ว หนู สัตว์ที่ถูกหมายหัวจากร้านอาหารว่าต้องกำจัด กับเด็กหนุ่มที่ภัตตคารกำลังจะเขี่ยทิ้ง จะพิสูจน์ตัวเองจนทุกคนยอมรับได้หรือเปล่า ต้องไปดูกัน

แต่ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปของภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เชื่อว่าจะทำให้คนทำร้านอาหารจะได้รับแรงบันดาลใจกลับไปฮึดสู้ ทำตามความฝันของตัวเองได้อย่างแน่นอน

No Reservations

ภาพยนตร์แนว โรแมนติก จากผู้กำกับ Scott Hicks นำเสนอเรื่องราวของหัวหน้าเชฟ Kate Armstrong ผู้รับหน้าที่ควบคุมและดูแลการทำอาหารในภัตตาคาสุดหรูในแมนฮัตตัน เธอทำงานหนัก เข้มงวด และเจ้าระเบียบเพื่อให้อาหารทุกจานสมบูรณ์แบบที่สุด กระทั่งเธอได้พบกับ Nick Palmer เชฟดาวรุ่งที่รักชีวิตง่ายๆ สบายๆ และมีวิถีการทำงานต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง

ประกอบกับเธอต้องรับมือกับ Zoe หลานสาววัย 9 ขวบ ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับเธอโดยไม่คาดฝัน ทำให้เธอต้องจำใจพาหลานสาวไปทำงานด้วย แล้วเรื่องยุ่งๆ ก็เกิดขึ้น เพราะหลานสาวดูจะเข้ากับพ่อครัวหนุ่มได้ดีกว่าป้าแท้ๆ ของเธอเสียอีก และเขายังเข้ามาสั่นคลอนตำแหน่งงานของเธอ รวมทั้งสั่นคลอนหัวใจของเธอด้วย ทำให้เธอต้องตัดสินใจเลือกระหว่างงาน กับความรัก

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาให้ผู้ชมไปเห็นเบื้องหลังครัวของภัตตาคารสุดหรูว่ามีรายละเอียดและขั้นตอนการทำงานอย่างไร กว่าที่อาหาร 1 จานจะส่งถึงมือลูกค้า ทั้งยังท้าทายความคิดของเราว่าจะลเอกทำตามแบบแผนที่มีมาหรือทำตามหัวใจของตัวเอง

The Hundred Foot Journey

ภาพยนตร์ Feel good อำนวยการสร้างโดย Seven Spielberg กำกับโดย Lasse Hallström กล่าวถึง Hassan Kadamอัจฉริยะผู้มีฝีมือการทำอาหารเป็นเลิศ ครอบครัวของเขามีเหตุจำเป็นต้องโบกมือลาบ้านเกิดประเทศอินเดีย เพื่อมาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านเล็กๆ ในฝรั่งเศส และตัดสินใจเปิดภัตตาคารอาหารอินเดียขึ้น ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินไปปกติถ้าทำเลที่เขาเปิดร้านไม่ได้อยู่ตรงข้ามกับภัตตคารระดับมิชลินสตาร์ การต่อสู้ของสองวัฒนธรรมจึงเริ่มขึ้น

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศอินเดียมากขึ้น ทั้งยังช่วยตอกย้ำว่า อาหารไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำให้เราอิ่มท้อง แต่เป็นความทรงจำแสนสุข ที่ทำให้คนที่จำต้องย้ายไปอยู่ต่างถิ่น มีรอยยิ้มเหมือนได้อยู่ในบ้านอีกครั้ง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านอาหารอินเดียได้ไม่น้อยเลย

Julie & Julia

ภาพยนตร์แนว โรแมนติกดราม่า กำกับโดย Nora Ephron สร้างจากเรื่องจริง โดยอิงจากหนังสืออัตชีวประวัติของ Julia Child เชฟหญิงชื่อดังชาวอเมริกัน และหนังสือบันทึกการทำอาหาร 365 วัน 524 สูตร โดย Julie Powell

นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาว 2 คนที่อยู่ต่างยุคและต่างสถานที่กัน แต่สิ่งที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือเบื่อชีวิตที่เป็นอยู่ของตัวเอง จึงหันมาเริ่มหันมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักนั่นคือการทำอาหาร

หญิงสาวคนแรก Julia Child มุ่งมั่นเรียนทำอาหารจนกลายเป็นเชฟชื่อดัง ลบคำสบประมาทของผู้ที่เคยดูถูกเธอได้อย่างหมดสิ้น จนได้เขียนสูตรอาหารของตัวเองลงตีพิมพ์เป็นหนังสือ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หญิงสาวคนที่ 2 Julie Powell ที่เธอเบื่องานของตัวเองจึงหันมาทำบล็อกเกี่ยวกับการทำอาหาร โดยทำตามสูตรของ Julia Child ที่มีกว่า 500 สูตร ภายใน 365 วัน ตลอดเวลาที่เธอทำตามความฝัน เธอต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ทั้งการทำงานและครอบครัว

ภาพยนตร์เรื่องนี้คงโดนใจหลายๆ คนที่รู้สึกเบื่อกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และอยากก้าวออกมาทำตามความฝันของตนเองด้วยการเปิดร้านอาหาร น่าจะทำให้ผู้ชมได้รับกำลังใจกลับไปไม่น้อยเลย

Jiro Dreams of Sushi

ภาพยนตร์แนวสารคดีที่คนรักซูชิไม่ควรพลาด นำเสนอเรื่องราวของสุดยอดเชฟซูชิในประเทศญี่ปุ่นชื่อว่า “จิโร่” โดยบอกเล่าแนวคิด วิธีการทำงาน และคำสอนของชายอายุ 85 ที่ปั้นซูชิมาทั้งชีวิต ดำเนินเรื่องผ่านการบอกเล่าของจิโร่เจ้าของร้านซูชิ ลูกค้า ลูกน้อง นักชิมอาหาร และพ่อค้าที่ขายวัตถุดิบให้จิโร่ ผู้ชมจะได้สัมผัสถึงความละเอียดอ่อนและละเมียดละไมในการปั้นซูชิแต่ละชิ้น ความเอาใจใส่ลูกค้า และเข้มงวดในการทำงานจนประสบความสำเร็จ

สำหรับผู้ที่อยากเปิดร้านอาหาร สามารถนำแนวคิดและการทำงานของเชฟในตำนานท่านนี้ไปปรับใช้ได้มากเลยทีเดียว

6 เรื่องนี้ถือเป็นหนังแนะนำ ที่คนทำร้านอาหารควรดูสักครั้ง

เรื่องแนะนำ

คาเฟ่ญี่ปุ่นจ้าง “ผู้ป่วยอัมพาต” ควบคุมหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร เติมเต็มความรู้สึกมีคุณค่าของการมีชีวิตอยู่

คาเฟ่ญี่ปุ่นจ้าง “ผู้ป่วยอัมพาต” ควบคุมหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร เติมเต็มความรู้สึกมีคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ เพราะการได้ทำบางอย่าง ก็เป็นการเต็มเติมความรู้สึกมีคุณค่าของการมีชีวิตอยู่… นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านคาเฟ่ในญี่ปุ่น ได้มีการจ้างงานผู้ป่วยอัมพาต ให้มาควบคุมหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหาร บริการลูกค้าในร้าน เสมือนว่าหุ่นยนต์นั้นๆ เป็นตัวแทนของผู้ป่วย แสดงให้พวกเขาเห็นว่าตนเองก็มีตัวตนในสังคม… ร้านนี้มีชื่อว่า DAWN หรือ Diverse Avatar Working Network เป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ในเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มีจุดเด่นตรงที่พนักงานเสิร์ฟของร้านเป็น “หุ่นยนต์” และไม่ใช่หุ่นยนต์ธรรมดาๆ นะ แต่เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมโดย “ผู้บกพร่องทางร่างกาย” ในด้านต่าง ๆ ที่ทำการควบคุมหุ่นยนต์จากที่บ้าน รถเข็นหรือเตียงได้ ผ่านเมาส์ แท็บเล็ต หรือรีโมทควบคุมการมอง ซึ่งร้านกาแฟและโมเดลการใช้หุ่นยนต์ เข้ามาทำงานแทนคนนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากปัญหาความโดดเดี่ยวทางสังคมและการจบชีวิตตัวเองในญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากการที่ประชากรที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ต้องกลับมาอยู่บ้าน แต่ด้วยมีความเจ็บป่วยทางร่างกาย จิต หรืออายุ ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำงานได้ บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี Ory Laboratory ผู้อยู่เบื้องหลัง ร้านกาแฟนี้ ชี้ให้เห็นว่าโมเดลการทำงานทางไกลผ่านหุ่นยนต์ของร้านกาแฟ อาจเป็นเส้นทางสู่การจ้างงานสำหรับคุณแม่ที่ต้องดูแลลูก คนที่เรียนอยู่บ้าน หรือผู้ที่ไม่สามารถมาทำงานได้ ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ทางหนึ่งก็เพื่อให้พวกเขาสามารถค้นหาชุมชนใหม่ๆ […]

ป้ายร้าน

ป้ายร้าน แค่ภาษาไทยคงไม่พอ ถ้าอยากเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ

ร้านในเมืองไทย แต่ใช้ ป้ายร้าน เป็นภาษาไทยคงไม่พอแล้วล่ะครับ ยิ่งร้านไหนอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ต้องเพิ่มเรื่องภาษาต่างชาติเข้าไปหน่อย จะได้จดจำได้ง่าย

ออกแบบบรรจุภัณฑ์

แชร์ไอเดีย ออกแบบบรรจุภัณฑ์ อย่างไร ให้โดนใจลูกค้า

ยุคนี้คนหันมาให้ความสำคัญกับความสวยงามที่ตามองเห็นไม่น้อยไปกว่าคุณภาพของสินค้า เราจึงขอนำเสนอ ไอเดียการ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้โดนใจผู้ซื้อ จนต้องหิ้วกลับบ้าน

ร้านเฟอร์นิเจอร์

4 ร้านเฟอร์นิเจอร์ แต่งร้านก็ดี (แต่งบ้านก็โดน)

เฟอร์นิเจอร์ คืออีกหนึ่งองค์ประกอบหลักที่ร้านอาหารทุกร้านต้องมี นอกจากด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว เฟอร์นิเจอร์ยังมีประโยชน์ในแง่ความสวยงาม สะท้อนตัวตนของร้านอาหารคุณอีกด้วย

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.