ป้ายร้าน แค่ภาษาไทยคงไม่พอ - Amarin Academy

ป้ายร้าน แค่ภาษาไทยคงไม่พอ

ป้ายร้าน แค่ภาษาไทยคงไม่พอ

ร้านอาหารแม้จะเปิดในเมืองไทย แต่ ป้ายร้าน มีแค่ภาษาไทยคงไม่พอแล้วล่ะ ยิ่งร้านไหนอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว หรืออยู่ในจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะเวียนไปบ่อยๆ คงต้องเพิ่มภาษาต่างชาติ ทั้งในป้ายร้านและเมนูเข้าไปด้วย จริงๆ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ หลายคนมองข้ามครับ โดยเฉพาะร้าน Street Food ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดมุ่งหมายของชาวต่างชาติ แต่ติดที่ว่าชาวต่างชาติไม่รู้ว่า คุณขายอะไร โดยหลายคนคงเคยเห็นนักท่องเที่ยว เดินผ่านร้านรถเข็นอาหารแล้วยืนด้อมๆ มองๆ อยากลองกิน แต่ไม่รู้จะสั่งอย่างไร หรือข้างในมีส่วนผสมอะไรบ้าง สุดท้ายก็ได้แต่เดินผ่านไป ฉะนั้นถ้าอยากได้ฐานลูกค้าต่างชาติเพิ่ม อาจจะต้องเพิ่มภาษาอื่นๆ เข้าไปสักนิดครับ

ป้ายร้าน

ร้านอาหารเปิดใหม่สมัยนี้ ส่วนใหญ่ก็มีป้ายร้านภาษาอังกฤษกันหมดแล้ว เพราะเป็นภาษาสากล อ่านและจำได้ง่าย (แต่มีภาษาไทยกำกับด้วยก็ดีนะครับ ตัวเล็กๆ ก็ยังดี ลูกค้าคนไทยจะได้อ่านชื่อร้านเราได้ถูกต้อง) ส่วนร้านไหน ที่ป้ายร้านยังเป็นภาษาไทยอยู่ อาจจะต้องปรับสักนิด โดยมีภาษาอังกฤษกำกับไว้มุมด้านล่างป้าย ส่วนร้านไหนที่รู้สึกว่า แค่ชื่อร้านยังไม่พอ ลองทำป้ายบอกสไตล์อาหารที่คุณขาย หรือเมนูเด็ดเป็นภาษาอังกฤษ ไว้หน้าร้านสักหน่อยก็ได้ จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากจดจำง่ายแล้ว ข้อดีที่สำคัญอีกเรื่องคือ หากว่ามีร้านอาหารสองร้านตั้งอยู่ข้างกัน ขายเมนูเหมือนๆ กัน ตกแต่งร้านคล้ายๆ กัน ต่างกันตรงที่ร้านหนึ่งไม่มีป้ายภาษาอังกฤษ ไม่มีอะไรบกบ่องถึงอาหารที่ขาย ขณะที่อีกร้านมีป้ายภาษาอังกฤษ มีเมนูแนะนำติดไว้ นักท่องเที่ยวตัดสินใจง่ายเลยครับ ว่าจะเข้าร้านไหน

นอกจากป้ายร้านอาหารแล้ว เมนู ก็สำคัญ

เมนูสำคัญอย่างไร? เคยไหมครับ ไปกินร้านอาหารอิตาลี ร้านอาหารฝรั่งเศส หรือชาติอื่นๆ ที่เมนูอาหารที่เป็นชื่อเฉพาะมากๆ อ่านเมนูแล้วไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง จะถามก็ไม่กล้า สรุปสั่งไปไม่ถูกปาก เลยไม่กลับไปกินอีก เมนูอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

นอกจากเมนูจะต้องน่าสนใจ อ่านง่ายแล้ว ถ้าเป็นเมนูภาษาไทย ควรจะมีคำอ่านภาษาอังกฤษ หรือที่เรียกติดปากว่า ภาษาคาราโอเกะ กำกับไว้ด้วย รวมถึงคำอธิบายเมนูอาหารนั้นๆ และราคาต่อจาน ลูกค้ามองครั้งเดียวก็เข้าใจทันที ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แถมพนักงานก็ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอาหารแต่ละอย่างทุกครั้ง และลูกค้ายังจำชื่ออาหารได้ด้วย หรือถ้าร้านไหนที่เสิร์ฟอาหารต่างชาติ แล้วกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย ก็อาจจะมีภาษาไทยกำกับไว้ก็ได้ บางร้านมีรูปอาหาร อยู่ในเมนูด้วย ยิ่งเวิร์คเลยครับ ขอแนะนำอีกสักนิด คือ เมนูอาหารไทย อาจจะเขียนไว้ด้วยว่า อาหารจานไหนเผ็ดมาก เผ็ดน้อย เพราะต่างชาติบางคน ค่อนข้างกังวลเรื่องอาหารรสจัด

ยิ่งถ้าแถวไหนนักท่องเที่ยวชาวจีนเยอะ ภาษาอังกฤษอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ จากสถิติใน 10 ปีที่ผ่านมา ชาวจีนมาเที่ยวประเทศเรากันเยอะมาก จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยว ในประเทศไทยโตขึ้นกว่า 1000% ตั้งแต่ปี 2548 ฉะนั้นหากอยากได้กลุ่มลูกค้านี้อาจจะต้องมีภาษาจีนกำกับไว้สักหน่อย ทั้งป้ายร้าน เมนูอาหาร และเมนูที่แนะนำ

ข้อควรระวัง!

จะทำป้ายร้านค้า และเมนูอาหารเป็นภาษาอื่นๆ ก็แนะนำว่าปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาษาหน่อยก็ดี ต้องแปลและสะกดให้ถูกต้องครบถ้วน แปลผิดๆ ถูกๆ ลูกค้าจะไม่เข้าใจและสับสนได้

ทีมงานบังเอิญเห็นภาพหนึ่งจากอินเทอร์เน็ต เป็นร้านรถเข็นข้าวมันไก่  เขียนว่า ‘Chicken Rice Episode ข้าวมันไก่ตอน’ ผมแอบยิ้มแล้วคิดว่า ก็ถูกของเขา Episode ก็คือ ตอน แต่มันคนละตอนกันสิครับ ไก่ตอน กับ ตอนของภาพยนต์ ใช้ด้วยกันไม่ได้ ข้าวมันไก่ของไทย สามารถแปลได้ว่า Thai Chicken Rice หรือ ถ้าใครเคยไปสิงค์โปร์ ก็จะรู้จักในอีกชื่อคือ Hainanese Chicken Rice ครับ

วิธีการหาชื่ออาหารภาษาอังกฤษง่ายๆ คือ เบื้องต้นลองเสิรช์จาก Google ดูได้เลย ถ้าอาหารไทยทั่วไป ส่วนใหญ่ Google จะมีคำตอบให้อยู่แล้ว แต่ห้ามเสิร์ชใน Google Translate เด็ดขาด เพราะจะแปลออกมา ได้อย่างร้านข้าวมันไก่ตอน ที่กล่าวไป หรือจะลองถามในเว็บไซต์พันทิป มีคนตั้งกระทู้ถามไว้มากมายเรื่องชื่อของอาหาร แต่ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ลองถามในเพจเฟซบุ๊ค ที่สอนภาษาอังกฤษ เดี๋ยวนี้มีเยอะมากๆ แล้วลอง inbox ไปถามดู เผื่อเขาจะใจดีตอบคำถามให้ฟรีๆ ไม่อย่างนั้น ก็ลองจ้างคนรับแปลภาษาก็ได้ จะชัวร์ที่สุด

จริงๆ การปรับเปลี่ยนเรื่องป้ายร้าน และเมนูอาหาร ไม่ได้ลงแรง หรือใช้เงินมากเท่าไรนัก ถ้าเทียบกับการได้ลูกค้าต่างชาติเพิ่ม ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าครับ

เรื่องแนะนำ

เปิดร้านของตัวเอง

เปิดร้านของตัวเอง VS ซื้อแฟรนไชส์ แบบไหนดีกว่ากัน?

เชื่อว่าหลายคน มีความคิดว่าอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองสักครั้ง แต่การจะเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ โดยเฉพาะมือใหม่ที่อยากเริ่มมีธุรกิจของตัวเอง ที่ต้องคิดทั้งเรื่องสินค้า การตลาด บัญชี การเงิน เยอะแยะไปหมด และมักจะมีคำถามว่าจะลงทุน เปิดร้านของตัวเอง หรือซื้อแฟรนไชส์ จะเลือกแบบไหนดี? มาดูกันว่าข้อดี ข้อเสียของทั้งสองแบบว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยมาตัดสินใจให้เหมาะกับธุรกิจของคุณเองกันค่ะ   เปิดร้านของตัวเอง VS ซื้อแฟรนไชส์ เลือกแบบไหนดี? ข้อดีของการเปิดร้านของตัวเอง มีอิสระในการบริหารจัดการ การตัดสินใจและกำหนดทิศทางธุรกิจของเราเองได้อย่างเต็มที่ สามารถทำตามไอเดียของตัวเอง สร้างแบรนด์ที่เป็นตัวตนของเราเองได้ ถ้าเป็นธุรกิจอาหารก็สามารถที่จะเพิ่ม หรือดัดแปลงสูตรเมนูของร้านได้ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง ในการปรับเปลี่ยนพัฒนาธุรกิจ การสร้างแบรนด์เองอาจจะเหมาะกับคนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ อยากทำอะไรใหม่ๆ แบบที่ไม่ต้องตามแบบใครค่ะ การเปิดร้านเอง อาจไม่ต้องลงทุนสูงมาก เพราะบางคนก็มีทุนน้อย หรือมีจำกัด แต่อยากที่จะทำธุรกิจ ก็สามารถทำได้ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านใหญ่จนเกินตัว ค่อยๆเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ แล้วต่อยอดไปเรื่อยๆ จนสามารถขยายกิจการ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักได้ในอนาคต เรื่องส่วนแบ่งกำไร หากคุณเปิดร้านเอง แน่นอนว่า คุณไม่จำเป็นต้องแบ่งกำไร คุณสามารถบริหารกำไรของคุณทั้งหมดได้เอง อย่างที่บอกว่าใครก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แล้วหากคุณทำได้ ข้อดีนี้ก็คือ ความภาคภูมิใจที่คุณทำ และมีความสุขที่ได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ และถ้ายิ่งพัฒนาไปจนแบรนด์ประสบความสำเร็จ […]

ป้ายร้าน แค่ภาษาไทยคงไม่พอ

ร้านในเมืองไทย แต่ใช้ ป้ายร้าน เป็นภาษาไทยคงไม่พอแล้วล่ะครับ ยิ่งร้านไหนอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ต้องเพิ่มเรื่องภาษาต่างชาติเข้าไปหน่อย จะได้จดจำได้ง่าย

ไอเดียแต่งร้านอาหาร

5 เว็บไซต์แนะนำ ค้นหา ไอเดียแต่งร้านอาหาร

เมื่อเริ่มต้นทำร้านอาหารสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ รูปแบบการตกแต่งรวมถึงบรรยากาศร้าน หากใครยังไม่รู้ว่าจะต้องตกแต่งร้านอย่างไร วันนี้มี ไอเดียแต่งร้านอาหาร จาก 5 เว็บไซต์ดีๆ มาฝาก

เปิดร้านอาหารควรใช้สีอะไร

จิตวิทยาการใช้สี เปิดร้านอาหารควรใช้สีอะไร

รู้ไหมสีส่งผลต่อร้านอาหารได้ด้วย วันนี้เราจึงมีคำแนะนำว่า เปิดร้านอาหารควรใช้สีอะไร และไม่ควรใช้สีอะไร มาฝาก เจ้าข้องร้านจะได้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-032-9750 ปิยาสวัสดิ์ วิบูลย์ปิ่น (แอม)
E-mail : ampiya23@gmail.com
Tel. 091-739-0941 ดรรชนี จันทร์ฉาย (เปิ้ล)
E-mail : nongdad1@gmail.com , dadchanee_ch@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.