ถ้าตัดสินใจลุยต่อ! สิ่งที่ต้องทำคืออะไรบ้าง? ในวันที่ขายได้แค่ “สั่งกลับบ้าน”

ถ้าตัดสินใจลุยต่อ! สิ่งที่ต้องทำคืออะไรบ้าง? ในวันที่ขายได้แค่ “ซื้อกลับบ้าน”

ถ้าตัดสินใจลุยต่อ! สิ่งที่ต้องทำคืออะไรบ้าง?

ในวันที่ขายได้แค่ “ ซื้อกลับบ้าน ”

วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ดูจะไม่หายไปง่าย ๆ ถ้านับจากตอนระบาดใหม่ ๆ ก็กินเวลามาเป็นปี ๆ ทั่วโลกได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการก็ต่างอยู่ในจุดที่ต้องกอดเงินที่มีอยู่ไว้ให้แน่น  ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ประกอบการควรมีการวางแผนการเงินในระยะยาวให้ธุรกิจของคุณยังคงไปต่อได้ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจในช่วงวิกฤต ลองมาดูสิ่งที่ต้องทำในวันที่ขายได้แค่ “สั่งกลับบ้าน”

ประเมินความพร้อมในการขายแบบสั่งกลับบ้าน

1.ประเมินความพร้อม:

จากบทเรียนการระบาดครั้งก่อน ร้านที่ได้ลองทำเดลิเวอรีแล้วก็พอจะเห็นสถิติและพอประเมินได้ว่า ถ้าต้องเปลี่ยนมาขายแบบซื้อกลับเป็นหลัก ร้านจะมีรายได้เท่าไหร่ พอสำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วคิดว่ารายได้โอเค สู้ไหว เปิดแล้วทำให้ร้านพอมีรายได้เข้าบ้างก็ไปข้อต่อไป

2.ต่อรองประนอมหนี้:

“รายได้ลดลง รายจ่ายเท่าเดิม” สิ่งต่อมาที่ผู้ประกอบการต้องทำ คือ ลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนให้ได้มากที่สุด ให้ตัวเบาที่สุด โดยทำการพูดคุยตกลงกับเจ้าของที่เพื่อขอลดค่าเช่า หรือขอแบ่งเบาภาระหนี้สินกับธนาคาร อย่างน้อย 1 – 2 เดือน เพื่อลดรายจ่ายเท่าที่เป็นไปได้

คุยกับพนักงาน
3.เอายังไงกับพนักงาน:

แม้ร้านจะไม่เปิดให้บริการนั่งทานในร้าน แต่การจ่ายค่าจ้างพนักงานยังคงอยู่ ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ คือ พยายามลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานให้ลดลง โดยการประเมินงานที่ต้องทำในแต่ละวันก่อนว่าร้านเราน่าจะใช้คนเท่าไหร่ ถ้าใช้คนน้อยให้ลองใช้วิธีแบ่งกะเวลาการทำงาน สลับเวลากันมาทำ แต่ต้องคุยกับพนักงานให้ชัดว่า ช่วงนี้อาจจะให้ค่าตอบแทนได้น้อยลง แต่อย่างน้อยก็มีงานทำอยู่ พร้อมทั้งวางแผนการทำงานให้ 1 คนทำได้หลายหน้าที่ ซึ่งอาจรวมไปถึงการขับรถส่งอาหารด้วย

ในอีกทางหนึ่งการที่ผู้ประกอบการยังคงรักษาพนักงานเอาไว้ อาจเป็นข้อดีในภายหน้า ในตอนที่สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ร้านขายได้เหมือนเดิม คุณจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการสรรหาพนักงานใหม่ ต้องเทรนใหม่ หรือเสียค่าใช้จ่ายในการเทรนนิ่งพนักงานใหม่ ค่ายูนิฟอร์ม รวมถึงสวัสดิการอื่น ๆ และอาจจะทำให้ร้านคุณได้พนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ มีความเข้าใจและผูกพันกับองค์กรอย่างลึกซึ้งอีกด้วย

4.ปรับกลยุทธ์:

จากเดิมที่โฟกัสการขายหน้าร้านเป็นหลักก็เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ด้วย โดยนำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์มาใช้ โปรโมทสินค้าผ่านสื่อโซเชี่ยลมีเดียว่าทางร้านมีเมนูอะไรบ้าง มีโปรโมชั่นอะไร โดยอาศัยการถ่ายรูปเมนูอาหารให้น่ากิน รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม แปลกตาเข้ามาใช้ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้อยากสั่ง อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเห็นว่าร้านเราให้ความสำคัญกับความสะอาด ปลอดภัย อาหารทุกกล่องที่ส่งไปผ่านการตรวจสอบมาอย่างดี เพราะทุกคนในตอนนี้ก็มีความกังวลในโรคระบาด

สต็อกวัตถุดิบ
5.จัดการสต็อกให้ดี:

ด้วยสถานการณ์โรคระบาด ร้านเปิดได้ไม่เต็มรูปแบบรวมถึงผู้บริโภคมีพฤติกรรมรัดเข็มขัดกันแน่น เซฟค่าใช้จ่ายมากขึ้น ก็มีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะเลือกทำอาหารกินเองที่บ้าน และสั่งอาหารมากินน้อยลง ดังนั้นร้านควรมีการประเมินยอดขายต่อวันเพื่อนำข้อมูลมาใช้พิจารณาการซื้อวัตถุดิบเข้าร้านให้สอดคล้องกับยอดขาย แต่ในกรณีที่ร้านซื้อวัตถุดิบมาไว้ก่อนหน้าแล้ว ให้ดูว่าสต็อกนั้นสามารถนำมาทำอะไรได้บ้าง โดยเลือกใช้วัตถุดิบตามหลัก FIFO หรือ First in First out มาก่อน ใช้ก่อน เพื่อลดต้นทุนร้านอาหาร ของไม่เหลือทิ้ง
.
แต่ทั้งนี้เมื่อเผชิญวิกฤตสิ่งที่ร้านอาหารควรทำไม่ใช่แค่การปรับตัวหรือวางแผนสำรองเพื่อพร้อมรับสถานการณ์ในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเองเยอะ ๆ หันมาเติมใจ เติมพลังให้ตัวเองบ้าง
.
ยอมรับว่าการระบาดรอบนี้หนักและมีแต่จะซ้ำเติมเราให้ยิ่งทรุดจนบางคนแทบทนไม่ไหว แต่อยากบอกว่ามาถึงจุดนี้ก็เก่งที่สุดแล้ว สักวันหนึ่งแอดเชื่อว่าเราจะกลับมายืนหยัดได้เหมือนเดิม แอดเชื่อว่าอย่างนั้นและพร้อมอยู่เคียงข้าง คอยเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการทุกคน เราจะผ่านมันไปได้ค่ะ✌🏻
.
#AmarinAcademy #ร้านอาหาร

เรื่องแนะนำ

พนักงานบริการผิดพลาด

วิธีรับมือเมื่อ พนักงานบริการผิดพลาด

เราไม่ได้กำลังทำธุรกิจอาหาร แต่เรากำลังทำธุรกิจบริการผ่านอาหาร ซึ่งจะหลีกเลี่ยงการปะทะกับลูกค้าไม่ได้เลย เราจึงมี วิธีรับมือเมื่อ พนักงานบริการผิดพลาด มาฝาก

ตลาดเด็กรุ่นใหม่

แนวคิดจับ ตลาดเด็กรุ่นใหม่ ที่ใครๆ กำลังจับตา

ตลาดเด็กรุ่นใหม่ ถ้าทำให้เขารักได้ เขาจะรักเลย คือแนวคิดการทำการตลาดของ Hotto bun ที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เคล็ดลับจะเป็นอย่างไร ไปดูกัน

Go Mass หรือ Go Niche โตแบบไหนเหมาะกับร้านของคุณ

                “เมื่อสินค้าไม่ได้แตกต่าง ลูกค้าจะเปรียบเทียบที่ราคาเสมอ” นั่นเป็นเหตุผลว่าคุณจะต้องทำร้านอาหารให้แตกต่างจากคู่แข่ง สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความแตกต่าง นอกจากการออกแบบสินค้าและบริการ ก็คือ การทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ แล้วจะสร้างแบบไหน Go Mass หรือ Go Niche ที่เหมาะสมกับร้านของคุณ บทความนี้มีคำตอบ   >>MASS คืออะไร Niche เป็นแบบไหน ?             การมุ่งตลาด Mass คือ การทำร้านอาหารเพื่อตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม มีความต้องการชัดเจน มีขนาดตลาดที่ใหญ่ ในขณะที่ Niche คือ การเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ มีขนาดตลาดที่แคบลงมา มีผู้เล่นน้อยราย มุ่งการสร้างมูลค่าให้กับสินค้า และสามารถขายสินค้าในระดับราคาที่สูงมากกว่า Mass ยกตัวอย่าง สมัยก่อนร้านอาหารญี่ปุ่นมีความนิยมที่จำกัด เนื่องจากมีราคาสูง นิยมแค่คนไทยที่เคยไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น ร้านอาหารญี่ปุ่นจึงไปแฝงตัวตามย่านธุรกิจที่มีคนญี่ปุ่นทำงานและใช้ชีวิตอยู่ เช่น สุขุมวิท สีลม จึงเป็นตลาดที่ค่อนข้าง Niche […]

เทคนิค ปรับร้านรับปีใหม่ เปรี้ยงกว่าเดิมชัวร์

ปีใหม่ทั้งที ร้านอาหารของเราจะทำเหมือนปีที่ผ่านมาได้อย่างไร วันนี้จึงขอแนะนำเทคนิค ปรับร้านรับปีใหม่ เพื่อที่ร้านของเราจะได้ยอดพุ่ง กำไรกระฉูดตลอดทั้งปี

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2025 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.