5 หนทาง เปิดร้านอาหารในงบประมาณจำกัด - Amarin Academy

5 หนทาง เปิดร้านอาหารในงบประมาณจำกัด

5 หนทาง เปิดร้านอาหารในงบประมาณจำกัด

หลายคนที่ฝันอยากมีร้านอาหาร อาจถูกดับฝันตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะมีเงินทุนไม่เพียงพอ ไหนจะค่าเช่าที่ ค่าตกแต่งร้าน ค่าจ้างเชฟ ค่าพนักงาน ฯลฯ แค่คิดก็ท้อแล้วใช่ไหม แต่รู้หรือไม่ว่า เราไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมากมาย ก็เปิดร้านอาหารได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องเลือกรูปแบบร้านอาหารให้เหมาะสมกับขนาดกระเป๋าสตางค์เท่านั้นเอง วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 รูปแบบร้านอาหาร ที่เหมาะกับคนเงินน้อย แต่ฝันใหญ่ ให้สามารถ เปิดร้านอาหารในงบประมาณจำกัด ได้ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1.Food Trucks

หนึ่งในเทรนด์ร้านอาหารที่กำลังมาแรงก็คือ Food Trucks หรือร้านอาหารเคลื่อนที่ ซึ่งใช้รถบรรทุกขนาดเล็กเป็นครัวและเป็นหน้าร้านไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ไม่ต้องเสียค่าเช้าสถานที่ ไม่ต้องเลือกทำเล ไม่ต้องมีพนักงานมาก แถมยังสามารถเคลื่อนย้ายร้านไปตามสถานที่ต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

Food Trucks ส่วนใหญ่มักโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter Instagram เพื่อประชาสัมพันธ์เมนูใหม่ โปรโมชั่นและชี้จุดว่า ตอนนี้ร้านเปิดขายอยู่ที่ใด เพื่อให้ลูกค้ารับทราบและมาใช้บริการ ถือเป็นร้านอาหารรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ แถมยังลงทุนไม่มากอีกด้วย

2.Pop-Up Restaurants

หลายคนอาจสงสัยว่า Pop-Up Restaurants คืออะไร ลองสังเกตเวลาเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า งาน Event ต่างๆ แล้วเห็นร้านอาหารที่มาออกบูธจำหน่ายอาหารกันไหม นั่นแหละคือ Pop-Up Restaurants เป็นร้านอาหารชั่วคราว ที่เปิดตามช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากในขณะนี้ เนื่องจากใช้งบประมาณไม่สูงนัก ไม่ต้องจ้างพนักงาน ไม่ต้องเสียค่าบริหารจัดการอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น และถ้าเปิดในห้างฯ ก็การันตีได้ว่าจะมีลูกค้าเข้าร้านคุณแน่นอน

ยิ่งปัจจุบันห้างฯ หรือ Community mall นิยมจัด Event เช่นนี้บ่อยครั้ง ทำให้คุณสามารถเปิดร้านได้อย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเสียสำคัญของการเปิดร้านเช่นนี้ คือ คุณจะไม่มีลูกค้าประจำ (เพราะต้องย้ายร้านไปเรื่อยๆ ) และคุณต้องทำตามกฎระเบียบของพื้นที่ที่คุณเข้าไปเช่าอย่างเคร่งครัด ยิ่งเป็นห้างฯ ยิ่งมีกฎระเบียบมาก (บางแห่งไม่อนุญาตให้นั่ง หรือกินข้าวในร้านด้วย) ฉะนั้นลองศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน แล้วค่อยตัดสินใจนะครับ

3.ร้านขนาดเล็ก

ร้านเล็ก ไม่ได้แปลว่าจะขายได้น้อยเสมอไป รู้หรือไม่ว่า โกอ่าง ข้าวมันไก่ประตูน้ำ ร้านของเขามีขนาดเพียง 22 โต๊ะเท่านั้น แต่มีลูกค้าเข้าร้านเฉลี่ยถึงวันละ 2,500 คน!

เห็นไหม ร้านเล็กไม่ใช่ปัญหาเลย แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องสถานที่ ค่าออกแบบตกแต่ง ค่าไฟ ค่าดูแลรักษาไปได้อีกเยอะ แถมยังสามารถบริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

4.Catering

เรียกง่ายๆ ว่า บริการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานบวช งานประชุมสัมมนาต่างๆ การทำธุรกิจอาหารรูปแบบนี้น่าสนใจมาก เพราะไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเลยก็ได้ เพียงแค่ประชาสัมพันธ์บริการผ่านสื่อออนไลน์ (ซึ่งประหยัดกว่ามาก) แถมไม่ต้องกังวลเรื่องของเหลือหรือขายไม่ได้ เพราะจะผลิตตามออร์เดอร์เท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือ คุณต้องแบรนด์ใหเติดตลาด และสร้าง Connection ให้ได้ เพราะยิ่งรู้จักคนมากเท่าไร โอกาสในธุรกิจนี้ก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

5.จำหน่ายผ่าน Social Media

รูปแบบนี้ถือว่ามาแรงสุดๆ เพราะตอนนี้คนนิยมสั่งของออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ เคสมือถือ รองเท้า แม้กระทั่งต้นไม้! ขายกันมากมายขนาดนี้แล้ว ทำไมจะจำหน่ายอาหารไม่ได้ล่ะ เพียงแค่คุณเปิดเพจใน Facebook หรือ Instagram อัพโหลดรูปอาหาร พร้อมราคา และค่าจัดส่ง เท่านี้ก็เปิดร้านอาหารได้แล้ว ถือเป็นช่องทางสะแวก รวดเร็วและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย แต่อย่าลืมว่าเมื่อง่ายขนาดนี้ คนอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน ฉะนั้น Concept ก็ต้องโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ด้วย

เห็นไหมว่า การเปิดร้านอาหาร ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมากเสมอไป เพียงแค่เลือกรูปแบบใหม่เหมาะ ก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้แล้ว

เรื่องแนะนำ

POS คืออะไร

POS คืออะไร สำคัญอย่างไรกับร้านอาหาร

เจ้าของร้านอาหารมือใหม่หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำว่า POS กันมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า POS คืออะไร สำคัญอย่างไรกับร้านอาหารวันนี้เราจะอธิบายให้ฟังครับ

ร้านอาหาร

6 เคล็ดลับ ยกระดับงานบริการใน ร้านอาหาร

ร้านอาหาร จะประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่แค่อาหารอร่อยหรือบรรยากาศดี แต่ยังรวมไปถึงงานบริการด้วย มีลูกค้าไม่น้อยเลยที่กลับมาใช้บริการซ้ำเพราะพนักงานดูแลดี มีงานบริการที่ประทับใจ ดังนั้น พนักงานจึงถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการทำร้านอาหาร เพราะมีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าโดยตรง และเปรียบเสมือนหน้าตาของร้าน ผู้ประกอบการร้านอาหารจึงควรใส่ใจกับการบริหารจัดการพนักงาน เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านได้รับประสบการณ์ที่ดี และอยากกลับมาใช้บริการอีก ลองมาดูเคล็ดลับในการปรับปรุงการบริการในร้านของคุณกันครับ   6 เคล็ดลับ ยกระดับงานบริการใน ร้านอาหาร ฝึกอบรมพนักงาน ผู้ประกอบการควรคัดเลือกคนที่มีใจรักงานบริการเข้ามาทำงาน และจัดอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการทำงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนเห็นความสำคัญของการบริการ และตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่หลัก จนถึงเรื่องเล็กๆ แต่สำคัญ ตัวอย่างเช่น  แบ่งหน้าที่รับผิดชอบของพนักงานแต่ละคน ขั้นตอนการทำงานในช่วงต่างๆ (ก่อนเปิดร้าน, เปิดร้าน, หลังปิดร้าน) การกล่าวต้อนรับเมื่อมีลูกค้าเข้าร้าน ทวนรายการอาหารที่ลูกค้าสั่งเพื่อป้องกันความผิดพลาด ใส่ใจดูแลลูกค้าในระหว่างรับประทานอาหาร และรีบเข้าไปบริการเมื่อลูกค้าต้องการ เช่น การเติมน้ำ สั่งอาหารเพิ่ม หรือเรียกเก็บเงิน ให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เมื่อลูกค้าชำระเงิน ให้พนักงานนับเงินต่อหน้าลูกค้าและแจ้งจำนวนเงินที่รับมา ตอนทอนเงินให้แจ้งจำนวนเงินที่ทอน และเตือนให้ลูกค้าตรวจนับก่อนเสมอ เพื่อป้องกันความผิดพลาด มารยาทต่างๆ เช่น พูดจาสุภาพ มีคำลงท้ายประโยค (ค่ะ/ครับ) ยิ้มแย้มเป็นมิตรกับลูกค้า กล่าวขอบคุณหรือขอโทษ มีความอดทนในการทำงาน […]

ตั้งราคาขาย

ตั้งราคาขาย อย่างไร ให้ขายได้และร้านอยู่รอด

        ในช่วงวิกฤตแบบนี้ สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร้านอาหารอยู่รอดได้ คือการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี และการ ตั้งราคาขาย (Price Strategy) ของอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะในวงการอาหารเดลิเวอรีที่มีการแข่งขันสูง มีร้านอาหารแบบเดียวกันเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการจะต้องใช้กลยุทธ์ทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อจากร้านของเรา ลองมาดูการตั้งราคาขายอาหารและกลยุทธ์ต่างๆ ที่อาจจะช่วยร้านของคุณได้ครับ ตั้งราคาขาย อย่างไร  ให้ขายได้และร้านอยู่รอด         พื้นฐานของการ ตั้งราคาขาย อาหาร ต้องคำนวณมาจากต้นทุนของร้าน เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ ควรอยู่ที่ 30-35% ของยอดขาย ตัวอย่างเช่น ต้นทุนวัตถุดิบเท่ากับ 30 บาท ราคาขายก็ควรจะตั้งไว้ประมาณ 100 บาท เป็นต้น          แต่ไม่ใช่ว่าการคำนวณแบบนี้จะเหมาะสมกับทุกร้านอาหาร เพราะยังมีต้นทุนอื่นๆ ได้แก่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าที่ และค่าการตลาดอื่นๆ ส่วนใครที่นำร้านอาหารเข้าร่วมกับผู้ให้บริการเดลิเวอรีต่างๆ ก็อย่าลืมต้นทุนค่า GP […]

วิธีรับมือลูกค้า ที่มีปัญหา รับมืออย่างไรให้เจ๋ง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้

เชื่อไหมว่า….เจ้าของร้านอาหารหลายร้านไม่รู้ว่าจะมี วิธีรับมือลูกค้า ที่มีปัญหาอย่างไร ? หรือบางรายก็คิดว่าการรับมือลูกค้าเป็นเรื่องของศิลปะและประสบการณ์ ถ้าเกิดก็ปรับไปตามหน้างานก็พอ ซึ่งร้านอาหารจำนวนไม่น้อย ไม่มีการกำหนดขั้นตอนการรับมือลูกค้า และไม่เคยฝึกพนักงานให้รับมือ สุดท้าย…มีร้านอาหารที่ต้องเจ๊ง เพราะรับมือกับลูกค้าไม่เป็น Customer Complain Handling เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องถูกกำหนดไว้ในมาตรฐานการบริการ SOP  เพื่อให้ทีมงานสามารถนำไปปฏิบัติได้ สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องส่งผลเสียกับร้านน้อยที่สุด  มาดูกันว่ามีแนวทางอะไรบ้าง ที่ควรรู้ก่อนนำไปกำหนดรูปแบบของร้านคุณเอง Customer Complain Handling วิธีรับมือลูกค้า ที่ควรรู้! กำหนดความร้ายแรงให้กับกรณี วิธีรับมือลูกค้า เมื่อเกิดปัญหาโดยทั่วไปนั้น มีลำดับขั้นตอนที่ไม่แตกต่างกันนัก ไม่ว่าจะเป็นการขอโทษก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น  และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยทันที แต่สิ่งที่ทำให้การรับมือกับปัญหาต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้กว่านั้น คือ การกำหนดระดับความรุนแรงของปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดหน้าร้านเข้าไปด้วย เพราะจะช่วยให้ทีมงานร้านอาหารสามารถจัดการกับปัญหาตรงหน้าได้อย่างเหมาะสม เพราะในแต่ละช่วงเวลาร้านอาจจะยุ่ง มีลูกค้ารายอื่น ๆ ที่ต้องบริการ รวมถึงระดับความไม่พอใจของลูกค้านั้นกระทบกับบรรยากาศของร้าน หรือการบริการกับลูกค้าอื่น ๆ ต่างกัน การกำหนดระดับความรุนแรงจากมากไปน้อย เป็นเหมือนเครื่องมือในการสื่อสารกับทีมงานในส่วนต่าง ๆ ของร้านว่ากำลังใช้แผนการใดในการรับมือ เช่น ต้องเร่งรีบแค่ไหน ต้องการตัวช่วยระดับผู้จัดการหรือไม่ […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-685-7066
E-mail : waraporn_tu@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2022 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.