5 โมเดล ร้านอาหารทางเลือก เปิดโอกาสทางธุรกิจอาหาร - Amarin academy

5 โมเดล ร้านอาหารทางเลือก เปิดโอกาสทางธุรกิจอาหาร

ทุกวันนี้ธุรกิจอาหารกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากเพื่อปรับตัวเข้าหาผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นจำนวนลูกค้าหรือกำลังซื้อที่ลดลง แม้แต่ร้านอาหารแบรนด์ดังยังต้องออกโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ฉีกแนวเดิมออกมาในตลาดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะทำอะไรเดิมๆ ธุรกิจก็คงอยู่ได้ไม่ยาว ลองศึกษา 5 โมเดล ร้านอาหารทางเลือก เพิ่มช่องทางหารายได้ ที่ปรับใช้ได้ทั้งเจ้าของร้านอาหาร และคนที่ต้องการเริ่มธุรกิจใหม่


5 โมเดล ร้านอาหารทางเลือก
เปิดโอกาสทางธุรกิจอาหาร

 

  1. Ghost Kitchen และ Cloud Kitchen

Ghost Kitchen และ Cloud Kitchen เป็นโมเดลการทำธุรกิจอาหารที่นิยมมากในยุคนี้ โดยจะรับออเดอร์อาหารทางออนไลน์ จัดทำอาหารในครัวของร้าน แล้วจึงจัดส่งอาหารเดลิเวอรีผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ต้องมีหน้าร้าน ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่มีความ lean สูงจากการลดต้นทุนค่าเช่าร้าน ค่าพนักงานบางส่วน หรือค่าใช้จ่ายในร้านอาหาร เรียกได้ว่าดำเนินธุรกิจด้วยการลงทุนที่ต่ำกว่าการเปิดหน้าร้านมาก จึงช่วยลดความเสี่ยงหรือความสูญเสียในธุรกิจได้ 

ปัจจุบันร้านหลายๆ แบรนด์ก็แชร์ครัวกลางร่วมกันเพื่อลดต้นทุน และช่วยให้ลูกค้าออเดอร์อาหารได้หลากหลายจากที่เดียว ข้อดีที่ชัดเจนของโมเดลนี้คือ ประหยัดต้นทุนหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้บริโภค และอาหารที่ต้องส่งทางเดลิเวอรีเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีรสชาติหรือหน้าตาสู้อาหารแบบนั่งทานที่ร้านไม่ได้   

 ร้านอาหารทางเลือก

  1. Meal Kits 

จากกระแสการทำอาหารทานเองที่บ้านในยุคนี้ ทำให้ การขาย Meal Kits หรือชุดวัตถุดิบอาหารพร้อมปรุงเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยในเซตจะมีส่วนผสมให้พร้อมกับขั้นตอนวิธีการทำอาหาร จัดส่งให้ลูกค้าไปทำทานเองที่บ้าน ประหยัดเวลาและอำนวยความสะดวกแก่มือใหม่ โดยเฉพาะในเมนูที่เป็นอาหารนานาชาติ เช่น เมนูอาหารเกาหลี ที่ใช้วัตถุดิบที่ไม่คุ้นเคยนัก หรือแม้แต่ชาบู-หมูกะทะ ก็จัดขายเป็นเซ็ตสำหรับไปทำทานเองที่บ้านกันแทบทุกร้านแล้ว

จุดเด่นของการขายแบบนี้ คือสามารถลดต้นทุนในด้านต่างๆ ได้มาก จัดส่งเดลิเวอรีได้ไม่ต้องขายแค่ทางหน้าร้าน ขยายกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น แต่ข้อจำกัดคือส่วนผสมต่างๆ ต้องมีมาตรฐาน เพื่อให้สูตรอาหารออกมารสชาติอร่อยคงที่ ซึ่งไม่เหมาะกับเมนูที่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำ หรืออาหารที่มีความซับซ้อนและใช้เวลามากจนเกินไป 

  1. Kiosk

 คีออส (Kiosk) คือ ร้านค้าขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นซุ้ม หรือเคาน์เตอร์ขายอาหาร สามารถอยู่ได้ทั้งในห้างและนอกห้าง โมเดลประเภทนี้เหมาะกับการขายอาหารที่มีขั้นตอนการทำไม่ซับซ้อนนัก เนื่องจากมีพื้นที่ทำครัวจำกัด เช่น อาหารทานเล่น ขนม ฟาสต์ฟู้ด อาหารประเภทปิ้งย่าง หรือกาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ 

จุดเด่นของโมเดลนี้คือเริ่มต้นง่าย เป็นโอกาสเริ่มต้นธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยที่ไม่ต้องมีเงินลงทุนสูงมากนัก และยังสามารถขนย้ายได้สะดวก ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อโมเดลนี้ คือการออกแบบที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ ซึ่งจะช่วยดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้ รวมถึงการบริการที่รวดเร็วจะทำให้ลูกค้ากลุ่มวัยทำงานมาใช้บริการมากขึ้น แต่ข้อจำกัดคือทำเลของร้านจะต้องตั้งอยู่ในที่สาธารณะ หรือละแวกชุมชนที่มีลูกค้าเดินผ่านพลุกพล่าน ซึ่งจะมีการแข่งขันระหว่างร้านอาหารสูง

Food Truck

  1. Food Truck

การดัดแปลงรถให้กลายเป็นร้านขายอาหาร หรือเครื่องดื่มแบบเคลื่อนที่ได้ ยกระดับอาหารแนว Street food ให้ดูแตกต่าง มีสไตล์ที่ชัดเจน และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่นิยมการขายเบอร์เกอร์ หรืออาหารที่วิธีทำไม่ซับซ้อน ใช้เวลาทำรวดเร็วเพื่อเน้นปริมาณการขาย

จุดเด่นของโมเดลนี้คือการใช้พื้นที่น้อย ยืดหยุ่นในด้านทำเลเพราะเคลื่อนย้ายได้ง่าย มีความโดดเด่นของรถและกลิ่นหอมของอาหารจากครัวแบบเปิด ซึ่งก็จะเป็นตัวกระตุ้นความสนใจของลูกค้าให้เข้ามาซื้อได้อีกทาง หลายๆ ร้านก็เริ่มต้นจากการทำโมเดลนี้ สร้างแบรนด์และขยายธุรกิจให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จนสามารถพัฒนาต่อไปเป็นธุรกิจร้านอาหารหลายๆ สาขาได้ในโอกาสที่เหมาะสม แต่ข้อจำกัดสำหรับบางร้านที่ขายในงานอีเว้นท์ต่างๆ เป็นหลัก จะทำให้บริหารจัดการยากขึ้น

Meal Box

  1. Meal Box

การขายอาหารกล่องจากครัวกลาง เพื่อกระจายไปขายในจุดต่างๆ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่หลายๆ ร้าน หรือแม้แต่โรงแรมต่างๆ เลือกที่จะปรับตัวสู้กับภาวะเศรษฐกิจ โดยอาจจะแบ่งเป็นการขายปลีกเอง หรือทำขายส่งตามร้านต่างๆ  จุดเด่นของโมเดลนี้คือการลดต้นทุนของวัตถุดิบได้จากการซื้อในปริมาณมาก ลดภาระในการขายและการตลาด เข้าถึงลูกค้าได้กว้างมากขึ้น แต่แน่นอนว่ากำไรจะน้อยลงจากการแบ่งเปอร์เซนต์การขายให้กับร้านอื่นๆ 


ซึ่งโมเดลทั้ง 5 แบบนี้ เป็นเหมือนทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มธุรกิจอาหาร หรือสำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากขยายโมเดลของร้าน ให้มีรายได้หลายช่องทางมากขึ้น กระจายความเสี่ยงแก่ธุรกิจ และเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าหลาย ๆ กลุ่ม เพราะความท้าทายของธุรกิจอาหารยังคงมีอยู่เสมอ การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นทักษะที่ผู้ประกอบการทุกคนควรมี เพื่อปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่อไป 

เรื่องแนะนำ

ผู้ประกอบการ

ใจเขา ใจเรา…สิ่งที่ ผู้ประกอบการ ต้องคิดถึงในช่วงที่เจอ วิกฤติท้าทาย

นี่ไม่ใช่ยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู หรือยุคที่อยากจับจ่ายของฟุ่มเฟือยอะไรก็ได้โดยไม่คำนึงถึงเงินในกระเป๋า ทุกคนต่างตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด ผู้ประกอบการ ธุรกิจต่างๆ อยู่ในจุดที่ต้องกอดเงินที่มีอยู่ไว้ให้แน่น และเริ่มวางแผนการเงินระยะยาว เพราะวิกฤติไวรัสโควิด-19 ระบาด วิกฤติครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบทั่วประเทศและทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทย ประเทศที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม หรือร้านอาหาร ต่างได้รับผลกระทบ ล้มเรียงต่อกันเป็นโดมิโน ไม่เพียงแต่เจ้าของกิจการหรือผู้ลงทุนที่บาดเจ็บ แต่พนักงานระดับล่างของระบบที่รับเงินเดือนไม่เกิน 10,000 – 15,000 บาทต่อเดือน อาจเสี่ยงต่อการถูกยกเลิกจ้าง และหยุดชั่วคราว ก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน   ธุรกิจร้านอาหาร พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส หากลองมองในมุมของ ผู้ประกอบการ ร้านอาหารในช่วงนี้ แต่ละเจ้าต่างพลิกวิกฤติแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเริ่มนำกลยุทธิ์ทางการตลาดออนไลน์เข้ามาเป็นช่องทางหลัก โปรโมทสินค้าผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย มีการปรับแผนการดำเนินงาน เน้นการซื้ออาหาร เครื่องดื่มกลับบ้านมากขึ้น เปลี่ยนพนักงานเสิร์ฟให้กลายเป็นพนักงานส่งของ หรือเปลี่ยนตารางการทำงานให้เข้างานเป็นกะ สลับการเข้าออฟฟิศ เป็นต้น ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงบางวิธีการที่ ผู้ประกอบการ พยายามรักษาเงินทุนและรักษาพนักงานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าผู้ประกอบการจะประคับประคองปัญหาเหล่านี้ไปได้นานแค่ไหน ที่สำคัญเรื่องที่น่าคิดต่อจากนี้คือ หลังวิกฤติครั้งนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งรายเล็กและรายใหญ่จะมีวิธีบริหารและจัดการกับหน้าร้านของตัวเองอย่างไร ให้สามารถนั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ โดยต้องคำนึงถึงมาตรการป้องกันที่เข้มงวด อย่าง Social Distancing เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า   […]

พนักงานบริการผิดพลาด

วิธีรับมือเมื่อ พนักงานบริการผิดพลาด

เราไม่ได้กำลังทำธุรกิจอาหาร แต่เรากำลังทำธุรกิจบริการผ่านอาหาร ซึ่งจะหลีกเลี่ยงการปะทะกับลูกค้าไม่ได้เลย เราจึงมี วิธีรับมือเมื่อ พนักงานบริการผิดพลาด มาฝาก

กรณีศึกษา ร้าน The Grouchy Chef ทำไมกฎร้านเยอะ แต่ดันลูกค้าแยะ?

กรณีศึกษา กฎร้านเยอะ แต่ดันลูกค้าแยะ ร้าน The Grouchy Chef เชฟขี้หงุดหงิด ร้านอาหารมีกฎการเข้าใช้บริการลูกค้าเยอะมาก แต่ทำไมลูกค้าถึงอยากมาใช้บริการ อาหารอร่อยแต่ร้านมี กฎ เยอะมากคุณจะยังอยากไปใช้บริการไหม ? เชื่อว่าเมื่อหลายคนจะไปใช้บริการร้านอาหารก็คงไม่อยากเจอร้านที่มี กฎ ยิบย่อย จุกจิกหรอกใช่ไหม ? มากินอาหารนอกบ้านทั้งทีก็อยากผ่อนคลาย จะให้มาทำตาม กฎ อะไรเยอะแยะมันเหนื่อยนะ แต่กับร้านนี้ไม่ใช่แบบนั้น!!! เพราะหลายคนที่เคยไปใช้บริการต่างยอมที่จะทำตาม กฎ ถึงแม้มันจะมีอยู่มากมายก็ตาม เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น เรามาหาคำตอบกัน! 🔸เชฟขี้หงุดหงิด🤯 . ร้านอาหารที่เรากำลังพูดถึงนี้มีชื่อว่า The Grouchy Chef หรือแปลเป็นไทยว่า “เชฟขี้หงุดหงิด” เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส ที่บริหารโดย Takayuki Masumoto หัวหน้าเชฟชาวญี่ปุ่น โดยร้านนี้ตั้งอยู่ในเมืองวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา มีจุดเด่นในเรื่องของรสชาติที่หลาย ๆ ต่อหลายคนรีวิวว่าอาหารอร่อยมาก และที่สำคัญราคาถูก โดยราคาอาหารต่อจานของร้านนี้อยู่ที่ราว ๆ 11-30 ดอลลาร์ จึงถือว่าถูกมากถ้าหากเทียบกับราคาอาหารฝรั่งเศสของร้านอื่น ๆ ที่มักขายอยู่ที่ราคา […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.