8 สิ่งที่คน เริ่มทำธุรกิจ ควรรู้! ลดโอกาสเจ๊ง - Amarin Academy

8 สิ่งที่คน เริ่มทำธุรกิจ ควรรู้! ลดโอกาสเจ๊ง

8 สิ่งที่คน เริ่มทำธุรกิจ ควรรู้! ลดโอกาสเจ๊ง

เมื่อ เริ่มทำธุรกิจ ย่อมต้องเจอความท้าทายและเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้แก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งบางเรื่องอาจเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการณ์อาจไม่เคยรู้ เราจึงขอรวบรวม 8 สิ่งที่คนเริ่มทำธุรกิจควรรู้! ที่ถอดบทเรียนมาจากผู้ประกอบการตัวจริงมาแนะนำ เผื่อเป็นแนวทางในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้

1.อย่าปล่อยให้เงินขาดมือเด็ดขาด

หลายคนเมื่อเริ่มทำธุรกิจ อาจคำนวณการลงทุนผิดพลาด (อย่าคิดว่าลงทุนไปก่อน อีกไม่กี่วันก็ได้เงินจากลูกค้าแล้ว) ทางที่ดีคุณต้องมีเงินสดสำรองไว้เสมอ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาเมื่อไร (ตู้เย็นพัง เตาเสีย ท่อตัน) จะได้มีเงินสำรองไว้ใช้จ่าย โดยไม่ต้องมานั่งหมุนเงินจนหัวหมุน

2.บางครั้งก็ไม่สามารถไล่พนักงานแย่ๆ ออกได้ทันที

แม้บางครั้งพนักงานจะบริการได้แย่ (จนคุณอยากไล่ออก) ขนาดไหน ถ้าความผิดนั้นไม่ร้ายแรงพอหรือพนักงานขาด คุณก็ไม่สามารถไล่เขาออกได้ แต่ต้องพยายามหาวิธีอื่นในการแก้ปัญหาแทน เช่น หักเงินเดือน ปรับลดวันหยุด เป็นต้น

3.บางครั้งปัญหาอาจเกิดจากตัวคุณเอง

เมื่อเกิดปัญหา หลายๆ คนอาจมองสาเหตุไกลตัว ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจไม่ดี พนักงานบริการแย่ ทำเลไม่ดี แต่จริงๆ แล้วหลายๆ ปัญหา อาจเกิดจากตัวคุณเองที่บริหารงานไม่ดี หรือวางแผนเทรนด์พนักงานไม่ดีพอ ดังนั้นก่อนจะโทษสารพัดปัญหา ลองหันกลับมามองที่ตัวเองก่อน

4.ฟังเสียงลูกค้าให้มากที่สุด

ความคิดเห็นของลูกค้า คือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับคนเริ่มต้นทำธุรกิจ เพราะจะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น แต่การฟังในที่นี้ไม่ใช่ฟังเพื่อทำตามทุกข้อ แต่ต้องนำมาวิเคราะห์และปรับให้เหมาะกับจุดยืนของธุรกิจคุณด้วย

5.รู้ว่าอะไรควรปิด อะไรควรเปิด

หลายคนเมื่อเริ่มทำธุรกิจมักปกปิดข้อมูลทุกอย่าง แต่บางคนอาจคิดว่าความโปร่งใสคือสิ่งสำคัญ แต่จริงๆ แล้วข้อมูลบางประเภทก็ควรปิด เช่น สูตรอาหาร ข้อมูลการเงิน เป็นต้น แต่ข้อมูลบางประเภท เช่น ประสบการณ์การทำงาน เทคนิคการบริหารจัดการร้านต่างๆ Supplier เจ้าไหนดี ทำเลไหนน่าลงทุน เป็นต้น เป็นสิ่งควรแชร์ให้เพื่อนๆ นักธุรกิจได้รับทราบ เพราะจะก่อให้เกิดสังคมผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง เขารู้ความผิดพลาดของเรา จะได้ไม่ทำตาม ส่วนเรารู้เคล็ดลับความสำเร็จของเขาจะได้นำมาปรับใช้ Win-Win ทั้งสองฝ่าย

6.อย่าทำสัญญาใจเด็ดขาด

หลายๆ ธุรกิจเกิดปัญหาเพราะการทำ “สัญญาใจ” คิดว่าคนกันเองคงไม่เป็นไร การคิดเช่นนี้เกิดปัญหามานักต่อนักแล้ว ดังนั้นถ้าจะต้องร่วมทำธุรกิจกับใครก็ตาม ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน เคลียร์ให้ชัดตั้งแต่เริ่ม ดีกว่าต้องไปนั่งเคลียร์กันในศาลนะครับ

7.ธุรกิจคือธุรกิจ อย่าคิดเป็นงานอดิเรก

หลายคนเริ่มต้นทำธุรกิจโดยคิดว่าเป็นเพียงอาชีพเสริม เป็นงานอดิเรก ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็สำเร็จเอง แต่จริงๆ แล้วไม่มีธุรกิจไหนประสบความสำเร็จได้จากความ “ฟลุค” ทุกธุรกิจล้วนต้องการการเอาใจใส่และใช้ความพยายามอย่างหนักจึงประสบความสำเร็จ

8.อีโก้ ไม่ช่วยแก้ปัญหาใดๆ เลย

บางครั้งเมื่อคุณประสบปัญหา อาจไม่อยากยอมรับความช่วยเหลือ เพราะคิดว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” (ซึ่งถือว่าถูกส่วนหนึ่งที่คุณต้องพึ่งตนเอง) แต่บางครั้ง บางปัญหา คุณไม่สามารถแก้ไขเองได้เพียงลำพัง คุณต้องยอมรับความช่วยเหลือจากพนักงาน จากเพื่อนร่วมธุรกิจ จากครอบครัว หรือจากที่ปรึกษาบ้าง ทั้งหมดก็เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเดินต่อไปได้

ทั้ง 8 ข้อนี้คือส่วนหนึ่งของบทเรียนเท่านั้น แต่เมื่อลงสนามจริง ผู้ประกอบการยังต้องเจอบททดสอบอีกมาก โดยสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุญก้าวผ่านมาได้คือความมุ่งมั่น หมั่นเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ สักวันจะประสบความสำเร็จเอง

เรื่องแนะนำ

บริการเดลิเวอรี่

ร้านอาหาร กับ บริการเดลิเวอรี่ วางสมดุลไม่ดี ร้านขาดทุนได้

บริการเดลิเวอรี่ ก็เป็นส่วนสำคัญที่คนทำร้านอาหารควรมี เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้ แต่สงสัยหรือไม่ว่า บางร้านยอดเดลิเวอรี่ดี แต่ขาดทุน และบางรายเสียลูกค้าประจำไป เป็นเพราะสาเหตุอะไร     ร้านอาหาร กับ บริการเดลิเวอรี่ วางสมดุลไม่ดี ร้านขาดทุนได้   การทำธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่ามีการแข่งขันกันสูงขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นต่างๆ การทำการตลาดในหลายช่องทาง รวมถึง บริการเดลิเวอรี่ ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในกลุ่มของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าร้านอาหารก็ควรมีบริการนี้เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย แต่ถ้าเจ้าของร้านวางสมดุลระหว่างหน้าร้าน และบริการเดลิเวอรี่ไม่ดี ก็อาจจะทำให้ร้านคุณขาดทุน และสูญเสียลูกค้าได้เช่นกัน แล้วเจ้าของร้านอาหารควรทำอย่างไร มาฟังมุมมองจาก คุณธามม์ ประวัติตรี Managing Director, Wow Thai Food B.V. Amsterdam Netherland ที่จะมาให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้กันค่ะ   ปัญหาการแข่งขันในตลาด เดลิเวอรี่ จากประสบการณ์การทำร้านอาหาร ทั้งในประเทศไทย และร้านอาหารในต่างประเทศ คุณธามม์ ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งว่า ที่ผ่านมาเกือบตลอดทั้งปี จะเห็นได้ว่าการให้บริการแบบเดลิเวอรี่ กำลังมาแรงมากในการทำธุรกิจอาหารในประเทศไทย ร้านอาหารให้ความสนใจในบริการนี้ เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน […]

เจาะกลุ่มลูกค้า

เจาะกลุ่มลูกค้า ร้านอาหาร บริการให้ตรงใจ ❤︎

ในยุคที่ธุรกิจร้านอาหารมีการแข่งขันสูง ทางร้านย่อมจะต้องหาวิธีดึงดูดและจูงใจลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ แต่ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละกลุ่มจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยให้พนักงานบริการลูกค้าที่ต่างกันอย่างเหมาะสม ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากร้าน ในบทความนี้เราจึง เจาะกลุ่มลูกค้า แต่ละแบบในร้านอาหาร เพื่อแนะนำแนวทางในการบริการให้เหมาะสม และเพิ่มโอกาสในการขายของร้านอาหารครับ เจาะกลุ่มลูกค้า ในร้านอาหาร บริการให้ตรงใจ 1. ลูกค้าที่มาเป็นคู่ ลูกค้าที่มากันสองคนหรือเป็นคู่รัก มักจะต้องการใช้เวลาด้วยกันมากกว่าต้องการให้พนักงานบริการเพิ่มเติม ดังนั้น พนักงานควรจะเลือกที่นั่งที่ให้ความรู้สึกค่อนข้างส่วนตัว เช่น โต๊ะที่อยู่ด้านในของร้าน หรือโต๊ะที่ห่างออกไปจากกลุ่มลูกค้าที่มาด้วยกัน เพื่อลดเสียงรบกวน หลังจากลูกค้าสั่งอาหารแล้วก็คอยสังเกตห่างๆ ว่าลูกค้าต้องการบริการใดเพิ่มเติมแล้วค่อยเข้าไปบริการ โดยเมื่อลูกค้ารับประทานอาหารหลักใกล้เสร็จ อาจจะขออนุญาตเข้าไปเก็บจานที่ไม่ใช้แล้ว พร้อมกับแนะนำเมนูของหวานเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารได้ 2. กลุ่มคนทำงาน พนักงานออฟฟิศ สำหรับร้านที่อยู่บริเวณที่ทำงานในเมือง พนักงานออฟฟิศคงเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในร้าน  ส่วนใหญ่จะมาในเวลาพักกลางวัน หรือหลังเลิกงานในตอนเย็น จากเวลาพักที่ใกล้เคียงกันของพนักงานออฟฟิศ ทำให้ร้านอาหารต้องบริหารจัดการโต๊ะให้ดีเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าต่อวันให้มากขึ้น และหาวิธีทำงานที่รวดเร็วขึ้น เช่น อาจจะปรุงวัตถุดิบบางส่วนล่วงหน้าไว้ เพื่อลดระยะเวลาการทำอาหาร หรือมีกระดาษให้เลือกเมนูอยู่ที่โต๊ะเพื่อลดภาระของพนักงาน ลูกค้ากลุ่มนี้มักจะมาเป็นกลุ่มย่อยๆ ประมาณ 3-4 คน โดยสั่งอาหารจานหลักคนละจาน และอาจจะสั่งเมนูอื่นๆ มาแชร์กัน พนักงานอาจจะแนะนำเมนูทานเล่นอื่นๆ ที่มีขายภายในร้านนอกเหนือจากอาหารจานหลัก เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากสั่ง […]

เจ้าของร้านจิวเวลรี่แชร์ ทำอาหารต้องถอดเครื่องประดับ! แหล่งสะสมเชื้อโรค มาตรฐานที่คนทำอาหารควรให้ความสำคัญ

ถอดบทเรียน เจ้าของร้านจิวเวลรี่แชร์ ทำอาหารอย่าลืมถอดเครื่องประดับ! เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี มาตรฐานความปลอดภัย ที่คนทำอาหารควรให้ความสำคัญ เวลาทำอาหารอย่าลืมถอดเครื่องประดับ!!! รู้หรือไม่ว่าเครื่องประดับที่เราใส่ ๆ กันอยู่ทุกวันเนี่ย เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดีเลยนะ วันก่อนแอดได้เห็นโพสต์ที่เจ้าของร้านจิวเวลรีคนหนึ่งได้มาแชร์เป็นอุทาหรณ์ให้กับสมาชิกในกลุ่ม “เบเกอรี่พอเพียง” ถึงเรื่องการใส่เครื่องประดับทำขนมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ โดยเฉพาะการใส่แหวน เพราะว่ามันสกปรกมาก อีกทั้งยังได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์เรื่องความสะอาดของอาหารและร้านนั้น ๆ ด้วย 🔸แหล่งสะสมเชื้อโรค🤢 เจ้าของร้านจิวเวลรี่รายนี้ได้โพสต์ถึงประเด็นนี้ว่า “ว่ากันด้วยเรื่องของการใส่แหวนในการทำเบเกอรี่ ในฐานะของเจ้าของร้านจิวเวลรี่ อยากจะบอกทุกคนว่าให้ถอดก่อนทำเถอะค่ะ เพราะแหวนที่เราเห็นว่าสวยวิบวับเนี่ย ด้านในท้องแหวนหรือตามซอกเตยที่เกาะเพชร มันสกปรกมากเลยนะคะ เวลาเห็นคนที่ไลฟ์สดหรืออาจารย์ที่สอนตามคอร์สออนไลน์ใส่แหวนทำแล้วนี่รู้สึกไม่ดีทุกครั้ง เพราะเจอเวลาลูกค้าส่งแหวนมาทำความสะอาด มันไม่โอเคจริงๆ ค่ะ แล้วถ้าแม่ค้าใส่แหวนด้วยความเคยชินไม่ได้ถอด นึกภาพกันออกมั้ยคะว่าเรากำลังกินเชื้อโรคและสิ่งสกปรกเข้าไปอยู่ แม้มันจะผ่านความร้อนแล้วก็ตาม” พร้อมเสริมว่า “การทำความสะอาดแหวนทุกวันไม่ได้การันตีว่าแหวนเราจะสะอาดหมดจด เพราะตามซอกหลืบเล็กที่แปรงเข้าไม่ถึงยังมีเชื้อโรคที่สะสมอยู่ต้องทำความสะอาดด้วยเครื่องอัลตร้าโซนิค เครื่องใหญ่แบบที่ใช้ในโรงงานเท่านั้น ถึงจะสะอาดจริง ๆ ซึ่งเธอยังได้บอกอีกว่าการมาโพสต์ในครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาโจมตีใคร หากทำให้ท่านใดรู้สึกเห็นต่าง หรือไม่พอใจก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย 🔸ความเห็นจากชาวเน็ต💬 เมื่อเรื่องนี้ออกไปก็ได้มีสมาชิกกลุ่มเบเกอรี่พอเพียงทั้งคนขายและลูกค้าต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเจ้าของโพสต์ว่าการใส่เครื่องประดับทำอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งคนทำเบเกอรีหลายคนก็ได้บอกว่าตั้งแต่ทำขนมขายก็ไม่ได้ใส่เครื่องประดับเลย ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น ความถนัด ความสะอาด เป็นต้น […]

เปิดร้านอาหารให้สำเร็จ

3 สิ่งที่ควรทำ เปิดร้านอาหารให้สำเร็จ !

ใครๆ ก็อยาก เปิดร้านอาหารให้สำเร็จ แต่คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจาก passion แต่จะทำอย่างไรให้ความชื่นชอบของคุณแปรเปลี่ยนมา "ทำเงิน" ได้ ไปติดตามกันได้เลย

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.