เคล็ด (ไม่) ลับ ขจัดปัญหา พนักงานเปลี่ยนงานบ่อย - Amarin Academy

เคล็ด (ไม่) ลับ ขจัดปัญหา พนักงานเปลี่ยนงานบ่อย

เคล็ด (ไม่) ลับ ขจัดปัญหา พนักงานเปลี่ยนงานบ่อย

จากการที่ทีมงานได้ไปสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจหลายๆ ราย พบว่าปัญหาหลักที่ส่วนใหญ่มักเจอคือ อัตราการลาออกของพนักงานสูงมาก ส่งผลให้การทำงานสะดุด แถมยังต้องเสียเวลาคอยเทรนด์พนักงานใหม่เรื่อยๆ อีกด้วย วันนี้เราจึงรวบรวมเทคนิคดีๆ ที่ช่วยขจัดปัญหา พนักงานเปลี่ยนงานบ่อย มาฝาก

1.หาสาเหตุว่า ทำไมถึงลาออก

การที่พนักงานลาออกบ่อยๆ แทนที่จะโทษว่าพนักงานทำงานไม่ทน เจ้าของร้านควรหันกลับมามองที่สาเหตุของปัญหาว่า เพราะอะไรเขาถึงลาออก โดยอาจจะลองถามจากตัวพนักงานที่ลาออกว่า มีเรื่องไม่สบายใจตรงไหน เพราะอะไรจึงอยากลาออก หรือคอยสังเกตจากพนักงานปัจจุบันว่าเขามักบ่นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ไม่แน่ว่าสาเหตุที่เขาลาออกหลักๆ อาจมาจากการบริหารงานของตัวคุณเองก็ได้

2.ทบทวนเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการ

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องหลักที่ทำให้พนักงานหลายคนลาออก หากเขาทำงานหนัก ก็ควรต้องให้ค่าตอบแทนที่คุ้มค่าเหนื่อย และอย่ามองข้ามเรื่องสวัสดิการ เจ้าของร้านอาหารส่วนใหญ่ที่ทีมงานเคยไปสัมภาษณ์ เช่น ซูชิชิน โกอ่าง ข้าวมันไก่ประตูน้ำ มักให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาว่า ต้องดูแลพนักงานให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาล เพราะนั่นเป็นปัจจัยที่ทำให้พนักงานรู้สึกสบายใจ และวางใจว่าเขาสามารถฝากชีวิตไว้กับเราได้

3.สร้างระบบทีม

การทำร้านอาหาร คือการทำงานเป็นทีม ต้องอาศัยความร่วมมือจากพนักงานทุกคน ตั้งแต่พนักงานรับรถ ยันเชฟในห้องครัว ทั้งหมดก็เพื่อทำให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด และหน้าที่ของเจ้าของร้านคือ ต้องทำให้พนักงานเข้าใจว่าทุกคนมีความสำคัญกับร้านเท่าเทียมกันทั้งหมด เมื่อเขาเห็นว่าตัวเองมีความสำคัญทั้งกับร้านและทีม เขาก็จะรักและอยากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเอง

4.หาวิธีเพิ่มรายได้ให้พนักงาน

จริงๆ แล้วเงินเดือนพนักงานร้านอาหารไม่ได้มากมายนัก และเราก็ไม่สามารถรับภาระจ่ายเงินเดือนให้พวกเขาได้มากเท่าอาชีพอื่นๆ ดังนั้น เจ้าของร้านจึงต้องหาวิธีเพิ่มรายได้ให้พนักงานในช่องทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดให้ร้านมี service charge 10%  มีกล่องทิปหน้าเคาท์เตอร์คิดเงิน เป็นต้น

5.เปิดเผยข้อมูลธุรกิจให้พนักงานรู้

การที่เจ้าของปกปิดข้อมูลของร้าน อาจทำให้พนักงานรู้สึกไม่เป็นหนึ่งเดียวกับร้านอาหาร ฉะนั้นจึงควรเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารบางส่วน เช่น กลุ่มลูกค้าที่วางไว้ แผนการดำเนินงานในอนาคต กลยุทธ์การตลาด โดยอาจขอความเห็นหรือคำแนะนำจากพนักงานว่า เขาคิดว่าการวางแผนเช่นนี้ดีหรือไม่ มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไหม นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้เขารู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับร้าน รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และอยากอยู่กับร้านไปนานๆ

6.จัดโปรแกรมพัฒนาทักษะพนักงาน

การจัดเทรนนิ่ง ฝึกทักษะให้พนักงานได้พัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการ การปรุงอาหาร การบริหาร หรือทักษะอื่นๆ ที่เขาอยากเรียนรู้เพิ่มเติม และเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน จะให้ช่วยพนักงานรู้สึกว่าเขามีโอกาสเติบโตไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละโปรแกรมก็ควรถามความต้องการและความสมัครใจของพนักงานด้วย เพราะหากเทรนด์ให้เขาทั้งๆ ที่เขาไม่เต็มใจ หรือไม่อยากเรียนรู้ การพัฒนาครั้งนั้นก็เปล่าประโยชน์

การดูแลพนักงานไม่ให้ลาออก ถือเป็นหน้าที่สำคัญของเจ้าของร้านเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นหากเจ้าของร้านอาหารคนไหน ประสบปัญหานี้เป็นประจำ ควรหันมาตรวจสอบวิธีการทำงานและบริหารจัดการร้านของตนเอง แล้วลองปรับปรุงให้ดีขึ้น น่าจะช่วยลดอัตราการลาออกลงได้

เรื่องแนะนำ

Go Mass หรือ Go Niche โตแบบไหนเหมาะกับร้านของคุณ

                “เมื่อสินค้าไม่ได้แตกต่าง ลูกค้าจะเปรียบเทียบที่ราคาเสมอ” นั่นเป็นเหตุผลว่าคุณจะต้องทำร้านอาหารให้แตกต่างจากคู่แข่ง สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความแตกต่าง นอกจากการออกแบบสินค้าและบริการ ก็คือ การทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ แล้วจะสร้างแบบไหน Go Mass หรือ Go Niche ที่เหมาะสมกับร้านของคุณ บทความนี้มีคำตอบ   >>MASS คืออะไร Niche เป็นแบบไหน ?             การมุ่งตลาด Mass คือ การทำร้านอาหารเพื่อตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม มีความต้องการชัดเจน มีขนาดตลาดที่ใหญ่ ในขณะที่ Niche คือ การเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ มีขนาดตลาดที่แคบลงมา มีผู้เล่นน้อยราย มุ่งการสร้างมูลค่าให้กับสินค้า และสามารถขายสินค้าในระดับราคาที่สูงมากกว่า Mass ยกตัวอย่าง สมัยก่อนร้านอาหารญี่ปุ่นมีความนิยมที่จำกัด เนื่องจากมีราคาสูง นิยมแค่คนไทยที่เคยไปท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น ร้านอาหารญี่ปุ่นจึงไปแฝงตัวตามย่านธุรกิจที่มีคนญี่ปุ่นทำงานและใช้ชีวิตอยู่ เช่น สุขุมวิท สีลม จึงเป็นตลาดที่ค่อนข้าง Niche […]

ทางออกร้านอาหาร ทำอย่างไรเมื่อ ต้นทุนอาหารแพง

ต้นทุนอาหารที่มีแนวโน้มว่า จะมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เจ้าของร้านคิดหนัก ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ต้องมาขึ้นราคาอาหารจนลูกค้าหนี ก็ต้องมีทางออกที่ดี มาดูกันว่า เจ้าของร้านต้องทำอย่างไรเมื่อ ต้นทุนอาหารแพง ขึ้นเรื่อยๆ   ทางออกร้านอาหาร ทำอย่างไรเมื่อ ต้นทุนอาหารแพง คาดการณ์ราคาวัตถุดิบให้ได้ สิ่งที่เจ้าของร้านอาหารต้องทำก่อนเปิดร้านอาหารก็คือ การกำหนดตัวเลขวัตถุดิบที่จะต้องสูงขึ้นในแต่ละปี เช่น วางแผนต้นทุนที่สูงขึ้นเฉลี่ยปีไว้ปีละ 5 เปอร์เซนต์  การคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น มะนาวจะแพงขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปีซึ่งเป็นหน้าแล้ง และมักจะฉุดราคาวัตถุดิบอื่น ๆ ให้ขึ้นไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นผัก แก๊สหุงต้ม น้ำมัน  หรือช่วงเทศกาลเจที่ผักจะมีราคาสูงขึ้น การประเมินสถานการณ์ จะช่วยให้สามารถกำหนดงบประมาณในการสั่งซื้อ หรือแผนการตลาดในช่วงนั้นๆ ได้ นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาของวัตถุดิบแบบฉับพลัน เช่น การผันผวนของเศรษฐกิจการเมือง หรือเกิดสถานการณ์บางอย่างที่ทำให้ราคาของวัตถุดิบที่เป็นเมนูขายดีของร้านถีบตัวสูงขึ้น ยกตัวอย่าง ร้านของคุณเพิ่งเปิดใหม่ มีเมนูซิกเนเจอร์เป็นหอยสังข์ที่ได้รับความนิยม เปิดไปได้หนึ่งเดือนหอยสังข์ขาดตลาดราคาสูงลิ่ว การปรับเปลี่ยนราคา ปริมาณในการเสิร์ฟเพื่อลดต้นทุนทันที อาจส่งผลต่อการตอบรับของลูกค้าโดยตรง สิ่งที่จะทำให้การประเมินสถานการณ์เป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ การมีระบบที่ช่วยบันทึกข้อมูลของวัตถุดิบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจำนวนที่ใช้ ราคา แหล่งซื้อ […]

จดทะเบียนร้านอาหาร

จดทะเบียนร้านอาหาร ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ผู้ประกอบการร้านอาหารที่กำลังจะเปิดร้านอาหาร ห้ามมองข้ามเรื่อง จดทะเบียนร้านอาหาร แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่า ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง วันนี้เราหาคำตอบมาให้แล้ว

หุ้นกับเพื่อนเปิดร้านอาหารดี….แต่ต้องคุยเรื่องนี้กันก่อน

คนที่มีความฝันเหมือนกัน ตกลงจับมือร่วมกันทำธุรกิจร้านอาหาร แต่เมื่อลงขันร่วมกันแล้ว กลับขัดแย้งกันในทุกเรื่อง ก็ไม่สามารถทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จได้   เมื่อต้องลงเรือลำเดียวกัน เป้าหมายในการทำร้านอาหาร และทัศนคติในการทำธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำความรู้จักหุ้นส่วนให้มากพอ นอกจากนี้การเลือกหุ้นส่วนที่มีความถนัดที่แตกต่างกันจะช่วยส่งเสริมในส่วนที่อีกฝ่ายหนึ่งขาด และควรมอบสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจในเรื่องที่แต่ละคนถนัดดูแล ก็เป็นอีกแนวทางในการสรุปข้อขัดแย้งที่เกิดจากการคิดเห็นที่ไม่ตรงกันได้   ลงทุนกับลงแรง การลงทุนทำร้านอาหารกับเพื่อนมักเป็นลักษณะลงทั้งทุนและแรงด้วยกัน เมื่อมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องทำมากกว่า หรือได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่า จะนำไปสู่ข้อขัดแย้งได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นต้องแบ่งเรื่องงานและเรื่องเงินให้ลงตัว ถ้าลงแรงด้วยควรกำหนดค่าตอบแทนเงินเดือนให้อยู่ในค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกันควรมีระบบตรวจสอบที่โปร่งใส และสัดส่วนต้องเป็นไปตามเงินลงทุนตามหุ้นที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก   ไม่มีสัญญาใจ ในโลกของการทำธุรกิจ อย่าทำสัญญาปากเปล่าแม้ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทหรือคนรัก ถึงจะเป็นแค่ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นลงทุนไม่กี่บาทก็ตาม การเขียนข้อสัญญาร่วมกันมีผลทางด้านกฎหมาย ซึ่งจะต้องกำหนดบทบาทหน้าที่รับผิดชอบ เงินลงทุน จำนวนหุ้น  การคิดเงินปันผลและระยะเวลาในการคืนผลกำไร ยังเป็นหลักฐานการจ่ายเงิน ที่ยืนยันการร่วมลงทุนระหว่างคุณและหุ้นส่วน ซึ่งหากสุดท้ายเกิดปัญหาจนไปต่อไม่ได้ ข้อกำหนดที่ทำร่วมกันยังเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในการหาข้อสรุปข้อขัดแย้งร่วมกันด้วย   อย่าอะไรก็ได้….แผนธุรกิจต้องชัดเจน ช่วงเริ่มต้นอะไรก็ดี เพราะไม่มีใครมองเห็นถึงปัญหา และมักจะตกม้าตายด้วยความคิดที่ว่าคนกันเองไม่โกงแน่นอน แผนธุรกิจจะช่วยให้การทำกิจการร้านอาหารเป็นไปอย่างมีทิศทาง ทั้งงบประมาณในการลงทุน การทำการตลาด การพัฒนาสินค้าและบริการ เป้าหมายธุรกิจ รวมถึงระยะเวลาในการลงทุนเพิ่ม ควรเลือกที่จะทะเลาะกันตั้งแต่มันอยู่ในกระดาษ ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติงานจริงที่เป็นการตกลงแล้วของทุกฝ่ายเท่านั้น    อย่ามองข้าม…เรื่องเล็กที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่ผลประโยชน์ที่ทำให้หุ้นส่วนร้านขัดแย้งกันเสมอไป […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 089-208-1511 คุณ อรนิภา พรหมหิตาทร (ปาล์มมี่)
E-mail : suwichak_su@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2021 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.