ส่องแบรนด์ใหญ่ เดินหน้าลด ขยะพลาสติก แบบใช้แล้วทิ้ง - Amarin Academy

ส่องแบรนด์ใหญ่ เดินหน้าลด ขยะพลาสติก แบบใช้แล้วทิ้ง Single-use plastics

วิกฤตปัญหาขยะพลาสติกล้นโลก กำลังส่งผลร้ายอย่างมากมายกับโลกของเรา เห็นได้จากข่าวต่างๆที่ผ่านมา เปิดปัญหากับสัตว์ต่างๆ และธรรมชาติอย่างร้ายแรง ทำให้ที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน หลายองค์กรทั่วโลก เริ่มหันมาให้ความสำคัญ และตื่นตัวกับปัญหานี้มากขึ้น รวมถึงแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารทั่วโลก ซึ่งเป็นธุรกิจที่นับว่ามีปริมาณการใช้ ขยะพลาสติก แบบใช้แล้วทิ้ง (Single-use plastics) เป็นจำนวนมาก ก็เริ่มรณรงค์และหาทางออกในเรื่องนี้  เรามาดูกันว่ามีแบรนด์ใดบ้าง

 

แบรนด์ใหญ่ เดินหน้าลด ขยะพลาสติก แบบใช้แล้วทิ้ง

Starbucks

แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Starbucks ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ประกาศเลิกใช้หลอดพลาสติกใช้แล้วแบบ Single Use ในทุกสาขาทั่วโลกภายในปี 2563 ในทุกสาขาทั่วโลกภายในปี 2563 ของ Starbucks เพื่อให้แบรนด์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากใช้หลอดที่ทำจากวัสดุดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างกระดาษ หรือพลาสติกที่ย่อยสลายได้ทดแทนแล้ว ในปัจจุบัน Starbucks ยังออกแบบฝาปิดแก้วสำหรับเครื่องดื่มเย็นบางชนิดให้สามารถยกดื่มได้ง่ายแบบไม่ต้องใช้หลอด โดยเริ่มใช้ในหลายๆ สาขาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งหากสามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้สำเร็จ Starbucks จะสามารถกำจัดหลอดพลาสติกไปได้กว่า 1,000 ล้านชิ้น/ปี เลยทีเดียว

*ข้อมูลจาก Ocean Conservancy องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดูแลปกป้องมหาสมุทรพบว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เศษขยะตามแหล่งน้ำทั่วโลกที่อาสาสมัครเก็บได้มีราว 150 ล้านตัน ในจำนวนนี้มากกว่า 10 ล้านชิ้น คือ “หลอด” และ “ที่คนกาแฟพลาสติก”

 

Ikea

พลาสติกในครัวเรือนที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน มีทั้งแบบใช้ซ้ำและใช้แล้วทิ้ง แน่นอนว่าปัญหาขยะล้นเมืองที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากพลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นหลอด จาน ถ้วย ถุงแช่แข็ง ถุงขยะ รวมถึงจานและถ้วยกระดาษเคลือบพลาสติก โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้กำลังจะถูกนำออกจากระบบการขายถาวรในสโตร์เฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน แบรนด์สัญชาติสวีเดีนอย่าง Ikea ภายในวันที่ 1 มกราคม 2563

นอกจากนี้ Ikea ยังวางเป้าหมายระยะยาวเพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนโยบายการออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์แบบหมุนเวียนคือใช้เฉพาะวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือวัสดุรีไซเคิลเท่านั้น ยุติการจำหน่ายสินค้าที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งสังเคราะห์จากสารตั้งต้นจำพวกเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงกำหนดกลยุทธ์ People and Planet Positive ที่ครอบคลุมมิติการใช้ชีวิตอย่างสุขภาพดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

Café Amazon 

มีการบริหารจัดการขยะภายในร้าน และลดปริมาณการใช้พลาสติก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ของใช้ (Supplies Use) ภายในร้าน Café Amazon ให้เป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้โดยธรรมชาติมาตั้งแต่ปี 2554 เริ่มจากการใช้แก้วร้อน Bio Cup เป็นแก้วกระดาษเคลือบ BIO PBS ทำจากเม็ดพลาสติกชีวภาพ ซึ่งผลิตจากพืช เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable)

Café Amazon พัฒนาไปอีกขั้นด้วยการนำ Circular Living Concept มาใช้กับร้าน Café Amazon สาขา PTT Station สามย่าน เป็นแห่งแรก เพื่อเป็นสาขาต้นแบบที่สะท้อนเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจของ OR ที่ควบคู่การดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิด “Taste of Nature” โดยเป็นการนำทรัพยากรมาใช้อย่างรู้คุณค่ามากที่สุดตามหลัก 5Rs ได้แก่ Reduce ลดการใช้ทรัพยากรอันที่จะเกิดเป็นการลดขยะที่จะทิ้งให้เหลือน้อยลง, Reuse ใช้ซ้ำผ่านการนำสิ่งของเครื่องใช้ที่ยังใช้ได้อยู่มาดัดแปลงเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่, Recycle นำเอาวัสดุที่ใช้แล้ว ได้แก่ พลาสติก กระดาษ แก้วกลับไปเข้ากระบวนการผลิตใหม่ให้เป็นของใหม่, Repair ซ่อมหรือแก้ไข โดยนำสิ่งของเครื่องใช้ที่แตกหักเสียหาย มาซ่อมหรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ใช้ต่อได้ และ Reject หลีกเลี่ยงขยะพิษ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตราย

ขยะพลาสติก

Food Passion

บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เจ้าของเชนร้านอาหาร บาร์บีคิว พลาซ่า, จุ่มแซบฮัท, สเปซ คิว, ฌานา และ เรดซัน ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ประกาศเปลี่ยนมาใช้กล่องชานอ้อย ในการส่งอาหารเดลิเวอรี่ ของร้านในเครือ เพื่อเป้าหมาย คือ ผลักดันการสร้างมาตรฐานใหม่ของฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ไม่สร้างภาระให้กับโลก

Food Passion ต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยลดขยะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง Single-use plastic ภายใต้นโยบาย Wasteless Delivery  ซึ่งมองว่าการเข้ามาในตลาดเดลิเวอรี่ ต้องมีส่วนในการช่วยลดปัญหาเรื่องขยะพลาสติก ที่กำลังเป็นปัญหาวิกฤติในขณะนี้ และกำลังเป็นประเด็นสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศและโลกในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณขยะพลาสติกคงค้างโดยการเปลี่ยนมาใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้ และหากต้องมีการใช้พลาสติกจะต้องมีการส่งเสริมให้นำกลับมาใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ประกาศเปลี่ยนมาใช้กล่องชานอ้อยในการส่งอาหารเดลิเวอรี่ ของร้านในเครือ 

 

เชสเตอร์

เชสเตอร์เป็นแบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ให้บริการเสิร์ฟอาหารประเภทข้าวให้แก่ลูกค้า โดยใช้จานเมลามีน ช้อน-ส้ม-มีดแสตนเลส ตลอดจนแก้วน้ำที่เป็นแก้วจริงๆ มาตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการ ด้วยความต้องการที่จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และจะลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งปัจจุบันเชสเตอร์ก็ไม่หยุดนิ่ง และกำลังดำเนินการศึกษาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อนำมาใช้กับช่องทางเดลิเวอรี่ของแบรนด์ด้วย

 

Texas Chicken

Texas Chicken Thailand ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ในธุรกิจอาหาร ที่สร้างแคมเปญ รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ในการให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการลดใช้พลาสกติกแบบ Single Use ออกมาเรื่อยๆ อย่างเช่น การจัดกิจกรรม Plastic Free Day โดยการให้ลูกค้า นำภาชนะใส่อาหาร หรือเครื่องดื่มนำมาใส่เอง แล้วจึงจะได้รับเป็นโปรโมชั่น 1 แถม 1 แบบนี้เป็นต้น ถึงแม้ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมแบบเป็นครั้งคราว แต่ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดี ที่ให้ลูกค้าได้รู้สึกว่ามีส่วนร่วมในการลดใช้ ขยะพลาสติก ด้วยเช่นกัน

 

               แบรนด์เหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เราหยิบยกมาให้ดูกันว่าหลายองค์กรเริ่มตื่นตัวกับการรักษ์โลก และการลดใช้ ขยะพลาสติก มากขึ้น โดยเฉพาะขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง หรือ Single Use นั่นเอง และเชื่อว่ายังมีอีกหลายองค์กร ที่กำลังเดินหน้าเต็มสูบกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติกมากขึ้น ไม่ว่าจะองค์กรเล็กหรือใหญ่ หรือแม้แต่ตัวบุคคลเอง ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องนี้ได้ เพราะทุกสิ่งต้องเริ่มจากตัวเราเองด้วย

 


 

ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง กับงานใหญ่ส่งท้ายปี  Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  งานครบรอบ 3 ปีของ Amarin Academy กับการรวมตัวของเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 150 ร้าน พร้อมโอกาสการสร้าง Connection กับร้านชื่อดังต่างๆมากมาย อีกทั้งยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแขนงที่จะมาอัพเดทเทรนด์ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น วิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า / งานดีไซน์ร้านสุดเจ๋ง / กลยุทธ์เรียกลูกค้าเข้าร้านสไตส์ Influencer ชื่อดัง ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมพูดคุยกับเหล่ากูรูและเจ้าของร้านผู้มากประสบการณ์ในบรรยากาศเป็นกันเอง ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562

 

สมัครเข้าร่วมงาน Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  คลิก!!

Amarin Academy

 

เรื่องแนะนำ

วิกฤต COVID-19

ธุรกิจอาหารที่สามารถอยู่รอดได้ใน วิกฤต COVID-19

ธุรกิจอาหารที่สามารถอยู่รอดได้ ใน วิกฤต COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 ทั้งเรื่องของจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัส ด้วยการปิดสถานที่ต่างๆ ที่มีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก จากข่าวดังกล่าวยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล และเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต จนทำให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงเวลานี้ ได้แก่ หลีกเลี่ยงการออกไปยังสถานที่สาธารณะ ที่มีผู้คนรวมตัวกันและใช้เวลาที่บ้านมากขึ้น  สั่งอาหารเดลิเวอรี่มากขึ้น เพื่อลดการพบปะกับผู้อื่นขณะออกไปซื้ออาหาร ซื้อของใช้ที่จำเป็น และกักตุนอาหารเพื่อเตรียมรับมือกับการแพร่ระบาด ซื้อของมากขึ้นในแต่ละครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น  ใส่ใจเรื่องความสะอาด และที่มาของอาหารมากขึ้น  เกิดกระแส “Work form home” หรือการทำงานที่บ้าน    รณรงค์ให้มีการเว้นระยะห่างจากสังคม หรือ Social distancing เพื่อลดการแพร่ระบาดของไวรัส ธุรกิจอาหาร ร้านอาหารต่างๆ แน่นอนว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีหน้าร้านเพียงอย่างเดียว เพราะตามที่มีการประกาศล่าสุดคือ ร้านอาหารสามารถเปิดให้บริการได้ แต่จะต้องเป็นการซื้อกลับบ้านเท่านั้น ทำให้หลายร้านต้องเริ่มปรับตัวมากขึ้น เพื่อให้ร้านสามารถไปต่อได้ แต่เชื่อว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ ยังคงมีธุรกิจอาหารบางประเภทที่ยังสามารถไปต่อได้ในสภาวะแบบนี้ และคิดว่าผู้ประกอบการหลายรายก็ได้เริ่มทำบ้างแล้ว มาดูกันว่าธุรกิจอาหารที่สามารถอยู่รอดได้ใน วิกฤต COVID-19 มีอะไรบ้าง เผื่อเป็นไอเดียให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆด้วย   […]

AA SHARING ครั้งที่ 3

ทำอย่างไร เมื่อลูกจ้างเรียกร้องค่าตอบแทนสูง สรุปประเด็นเด็ด จาก AA SHARING ครั้งที่ 3

จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้วสำหรับ AA Sharing โดย Amarin Academy กิจกรรมสังสรรค์แบบเป็นกันเอง ของผู้ประกอบการร้านอาหาร และเหล่าผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจอาหาร รวมถึงตัวแทนจากทีมงาน Amarin Academy ที่มาพบปะ พูดคุยกัน และรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ซึ่งจะเป็นลักษณะกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้เจ้าของร้านอาหารได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราว ปรึกษาปัญหาที่ร้านกำลังประสบอยู่ รวมถึงขอคำแนะนำจากเหล่ากูรูแบบใกล้ชิด และเจาะลึกมากขึ้น แบบ Case by Case ซึ่ง AA SHARING สองครั้งที่ผ่านมา ทางทีมงานมีความยินดีมากๆ ที่เหล่าผู้ประกอบการได้นำความรู้ที่ได้จากงานนี้ไปปรับใช้จริงและเกิดประโยชน์กับร้านของตัวเอง AA SHARING ครั้งที่ 3 ปัญหาคน ปัญหาลูกจ้าง แก้ยังไงให้หมด   AA Sharing ครั้งที่ 3 นี้ เรากลับมาพูดคุยกันอีกครั้งในหัวข้อ ปัญหาคน ปัญหาลูกจ้าง แก้ยังไงให้หมด เพราะที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า ปัญหาหนักอก หนักใจเจ้าของร้านอันดับต้นๆ หนีไม่พ้นปัญหาเรื่องคน หรือพนักงานในร้านนั่นเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่แทบทุกร้านต้องเจอ แต่อาจจะต่างรูปแบบกันไป ในครั้งนี้เราจึงหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุย และให้เจ้าของร้านที่กำลังมีปัญหาเรื่องคนในแง่มุมต่างๆ ได้มาแชร์กัน รวมถึงรับคำแนะนำจากกูรูผู้มากประสบการณ์ สำหรับ […]

กฎกระทรวงสาธารณสุข

เจ้าของร้านรู้หรือยัง? กฎกระทรวงสาธารณสุข ที่ร้านอาหารต้องทำตาม

ในการทำร้านอาหารนั้น มีรายละเอียดมากมายที่ต้องเรียนรู้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องของ กฎกระทรวงสาธารณสุข ที่เจ้าของร้านควรศึกษาอย่างละเอียด ว่ามีกฎข้อบังคับใดบ้าง ที่ร้านอาหารจะต้องปฏิบัติตาม สำหรับใครที่ยังไม่ทราบรายละเอียด เราสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้ครับ กฎกระทรวงสาธารณสุข ที่ร้านอาหารต้องทำตาม ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้ประกาศกฎกระทรวง สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ในราชกิจจานุเบกษา  เพื่อให้กลุ่มร้านอาหารต้องปฏิบัติตาม แบ่งเป็น 5 หมวดหมู่ สรุปได้ 22 ข้อ ดังนี้   ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (20 มิ.ย. 2561) ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้ “อาหารสด” หมายความว่า อาหารที่มีสภาพเป็นของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก หรือผลไม้ “อาหารประเภทปรุงสําเร็จ” หมายความว่า อาหารที่ได้ผ่านการทํา ประกอบหรือปรุงสําเร็จพร้อมที่จะรับประทานได้ รวมทั้งของหวานและเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ “อาหารแห้ง” หมายความว่า อาหารที่ผ่านกระบวนการทําให้แห้ง โดยการอบ […]

5 เรื่องพลาดที่คุณต้องรู้! ก่อน วางระบบร้านอาหาร เจ๊ง

เจ้าของร้านอาหารหลายแห่งประสบกับปัญหาการดำเนินงานร้านอาหาร สุดท้ายพาร้านอาหารเจ๊งไปได้ไม่รอด เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วพบว่าเกิดจากการ วางระบบร้านอาหาร  ที่ผิดพลาด และมองข้ามเรื่องเล็ก ๆ ที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ในที่สุด 1. พลาด…เพราะวางระบบไม่ตอบโจทย์ร้าน ร้านอาหารรูปแบบต่างกัน ก็มีระบบการทำงานที่ต่างกันด้วย ก่อนวางระบบร้านอาหาร จึงต้องรู้ว่าร้านของคุณเป็นร้านประเภทไหน เสิร์ฟอาหารแบบไหน เน้นการบริการรูปแบบใด การเซตอัพที่เหมาะสมกับประเภทของร้าน จะช่วยให้เกิดแผนงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยให้การวางแผนต้นทุนต่าง ๆ เป็นไปอย่างรัดกุม มีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมในการลงทุนไปกับสิ่งที่จำเป็น จัดการต้นทุนได้ ส่งผลต่อระยะเวลาในการคืนทุนของร้าน ในทางกลับกันหากระบบที่วางไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานร้านอาหารก็ทำให้เกิดผลตรงกันข้าม 2. พลาด…เพราะไม่เคยคำนึงเรื่องพื้นที่ ในการวางระบบงานครัว ทราบไหมว่า ปัญหาการเสิร์ฟอาหารช้าอาจแก้ได้แค่การเปลี่ยนผังครัว ? แต่ร้านอาหารหลายร้านอาจไม่เคยนึกถึงก่อนวางระบบ เมื่อเจอกับปัญหาการเสิร์ฟอาหารช้า ล้มเหลวในการบริหารจัดการเวลาพีคไทม์ มักไปแก้ด้วยวิธีการเปลี่ยนสูตรหรือการลดขั้นตอนบางอย่างที่ต้องใช้เวลา ซึ่งส่งผลต่อรสชาติอาหาร ปัญหาความล่าช้า อาจต้องวิเคราะห์ว่าพนักงานเสียเวลาไปกับอะไรบ้าง ซึ่งต้องคำนึงถึงพื้นที่ในการทำงาน การจัดวางอุปกรณ์ให้เหมาะสมด้วย ร้านที่มีผังครัวที่ดี ทำให้พนักงานเคลื่อนไหวน้อยลง มีการจัดเรียงวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ง่ายต่อการใช้งาน จะช่วยกระชับเวลาในการจัดทำอาหารได้ไม่น้อยเลย 3. พลาด… เพราะขาดระบบสอนงานที่ดี แม้ว่าจะวางระบบร้านอาหารไว้อย่างดีแล้ว แต่หากขาดการวางโครงสร้างงานที่ดี ขาดระบบในการฝึกอบรมงาน ก็มีส่วนทำให้ระบบงานที่วางไว้ไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่มีอัตราการเข้าออกสูง ขาดระบบการฝึกงานพนักงานใหม่ นอกจากจะทำให้เสียต้นทุนเวลา ต้นทุนค่าจ้างแล้ว […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-032-9750 ปิยาสวัสดิ์ วิบูลย์ปิ่น (แอม)
E-mail : ampiya23@gmail.com

© COPYRIGHT 2020 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.