CRG ผุดแบรนด์ “ อร่อยดี ” เจาะตลาดสตรีทฟู้ด ทำรายได้แล้วกว่า 1.2 ล้านบาท/สาขา

CRG ผุดแบรนด์ “ อร่อยดี ” เจาะตลาดสตรีทฟู้ด ทำรายได้แล้วกว่า 1.2 ล้านบาท/สาขา

เรากำลังอยู่ในยุคที่ตลาดสตรีทฟู้ด กำลังแข่งขันกันสูงมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งค่ายใหญ่ๆ ทั้งหลาย ที่พยายามดันแบรนด์ใหม่ของตัวเอง เพื่อเจาะตลาดกลุ่มนี้ และดูเหมือนว่าทิศทางนี้จะไปได้ดีซะด้วย เพราะล่าสุด Central Restaurants Group หรือ CRG เผยว่าแบรนด์ “อร่อยดี” ร้านอาหารสไตล์สตรีทฟู้ด ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ไปได้ดีเลยทีเดียว

 

CRG ผุดแบรนด์ “ อร่อยดี ”

เจาะตลาดสตรีทฟู้ด

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา CRG ผุดแบรนด์ อร่อยดี ร้านอาหารสไตล์สตรีทฟู้ด ที่ให้บริการรูปแบบ Food Delivery และแบบสั่งทานในร้าน เจาะตลาดแมสด้วยราคาเริ่ม 65 บาทจนถึง 100 กว่าบาท ซึ่งผ่านมาเกือบหนึ่งปี อร่อยดี ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้บริโภค สามารถสร้างรายได้ โดย 12 สาขาที่เปิดตัวไปแล้ว ทำยอดขาย 8 แสน – 1.2 ล้านบาทต่อสาขาต่อเดือน และมีแผนระยะยาวต่อเนื่อง ปี 2563 จะขยายไปถึง 50 สาขา พร้อมปั้นอัตรากำไรเพื่อใช้จูงใจพาร์ตเนอร์เนื่องจากบริษัทจะขยายด้วยระบบแฟรนไชส์ วางเป้า 300 สาขาทั่วไทยภายใน 5 ปีข้างหน้า หวังรายได้ 2 พันล้านบาท

 

เปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้า ดึงร้านสตรีทฟู้ดส่งเมนูมาขายร่วมกัน

ในร้านนอกจากจะมีเมนูหลักอย่าง ผัดกะเพรา ผัดซีอิ๊ว สปาเก็ตตี้ อร่อยดียังเปลี่ยนคู่แข่งให้เป็นคู่ค้า โดยการให้ร้านสตรีทฟู้ดอื่นๆ ส่งเมนูเข้ามาขายในร้านได้ด้วย แทนที่จะเป็นคู่แข่งกันก็มาร่วมมือกันดีกว่า โดยปัจจุบันมีร้านที่เซ็นสัญญากันแล้ว 2 รายคือ โจ๊กกองปราบ และ หมูทอดประมวญ และกำลังติดต่อร้านสตรีทฟู้ดอื่นๆ อีก 5-10 ราย คอนเซ็ปต์ คือ การขอซื้อสูตร หรือวัตถุดิบเพื่อนำมาประกอบอาหารขายในร้านอร่อยดี โดยยังมีชื่อแบรนด์ของเจ้าของสูตรบนเมนู และร้านจัดการขายให้ทั้งแบบทานที่ร้าน และจัดส่งเดลิเวอรี

 

ต่อยอดสู่ คลาวด์ คิทเช่น

การเปิดร้านอร่อยดีนั้น ก็เพื่อเป็นการต่อยอดในการเปิด คลาวด์ คิทเช่น ของตัวเอง ซึ่งเป็นแผนต่อไปของ CRGที่ต้องการลงทุนทำครัวกลางสำหรับให้ร้านต่างๆ เข้ามาทำอาหารส่งผ่านบริการเดลิเวอรีโดยเฉพาะ โดยมองว่า

CRG ยังมีแผนต่อยอดจากการรวมเมนูจากหลายเจ้าเข้ามาไว้ในร้านอร่อยดี คือการเปิด “คลาวด์ คิทเช่น” ของตัวเอง โมเดลคล้ายกับ Grab Kitchen ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ นั่นคือการลงทุนทำครัวกลางสำหรับให้ร้านต่างๆ เข้ามาทำอาหารส่งผ่านบริการเดลิเวอรีโดยเฉพาะ โดยจะลงทุนราว 2-3 ล้านบาทต่อแห่ง เพื่อรองรับร้านอาหารได้มากกว่า 10 สเตชั่น เปิดให้ร้านดังเข้ามาใช้เป็นศูนย์ส่งอาหารทั้งแบบส่งเดลิเวอรี่ และ Click & Collect คือให้ผู้บริโภคสั่งอาหารล่วงหน้าแล้วเข้ามารับเอง สำหรับการดีล อาจจะเป็นแบบให้เช่าที่ และร้านส่งคนเข้ามาบริหารเอง หรือซื้อสูตรเข้ามา

 

ยุคทองของสตรีทฟู้ด

Euromonitor International บริษัทวิจัยระดับโลก เผยมูลค่าตลาดสตรีทฟู้ดในไทยเมื่อปี 2560 มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 276,000 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2564 จะเพิ่มขึ้นเป็น 340,000 ล้านบาท

จึงไม่แปลกที่ Chain Restaurants จะเริ่มเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ และเจาะตลาดสตรีทฟู้ดมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ CRG ที่เปิดตัวอร่อยดีออกมา เพื่อต่อยอดกระแสความนิยมของตลาดสตรีทฟู้ดเท่านั้น แต่ยังมีเครือร้านอาหารใหญ่อื่นๆ ที่เข้ามาชิงพื้นที่นี้อีก อย่างเช่น ZEN Group ที่ปั้นแบรนด์ “ เขียง “ เข้ามาช่วงชิงเช่นเดียวกัน และวางแผนขยาย 1,000 สาขา ใน 5 ปี

คาดว่าในอนาคต ตลาดสตรีทฟู้ด ยังคงไปได้อีกไกลและคงมีการแข่งขันกันที่สูงขึ้นอีกแน่นอน ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ดังนั้น งานหนักคงอยู่ที่เหล่าผู้ประกอบการทั้งหลายที่จะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์กับลูกค้าให้มากที่สุดนั่นเอง

 

ขอบคุณภาพ : thansettakij


                   

                        ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี  Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  งานครบรอบ 3 ปีของ Amarin Academy กับการรวมตัวของเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 150 ร้าน พร้อมโอกาสการสร้าง Connection กับร้านชื่อดังต่างๆมากมาย อีกทั้งยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแขนงที่จะมาอัพเดทเทรนด์ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น วิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า / งานดีไซน์ร้านสุดเจ๋ง / กลยุทธ์เรียกลูกค้าเข้าร้านสไตส์ Influencer ชื่อดัง ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมพูดคุยกับเหล่ากูรูและเจ้าของร้านผู้มากประสบการณ์ในบรรยากาศเป็นกันเอง ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562

 

สมัครเข้าร่วมงาน Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  คลิก!!

Amarin Academy

 

อ่านต่อบทความที่น่าสนใจ

ถอดบทเรียน “ หม้อเบ้อเร่อ “ พลิกวิกฤติร้านเกือบเจ๊ง ให้กลับมาอยู่รอดอีกครั้ง

หมัดเด็ด Hai di lao หม้อไฟสัญชาติจีน สู่การเป็นร้านอาหารระดับโลก

กสิกรไทย เพิ่มการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ ตั้งเป้าปี63 สินเชื่อเติบโต 4-6 %

MAJI Curry ข้าวแกงกะหรีี่จากญี่ปุ่น ดึงจุดแข็งดีกรีแชมป์เรียกลูกค้าคนไทย

สไปร์ท เปลี่ยนขวดสี เป็นขวดใส ผลักดันการรีไซเคิลพลาสติกครั้งสำคัญ

เรื่องแนะนำ

ชวน ฟิน กิน Thai SELECT สิทธิพิเศษจาก Food delivery

              กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ 3 แพลตฟอร์มเดลิเวอรีชื่อดังระดับประเทศ ส่งเสริมโอกาสทางการตลาดให้กับร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT และสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคให้รู้จักและได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารไทย จากร้านที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย พร้อมมอบโปรโมชั่นส่วนลด และสิทธิพิเศษต่าง ๆ แก่ลูกค้า ภายใต้แคมเปญ “ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” เพื่อสนับสนุนร้านอาหาร Thai SELECT  คืนกำไรให้กับผู้บริโภค กับสิทธิพิเศษมากมายจากแพลตฟอร์มดัง ไม่ว่าจะเป็น Air Asia Food  แพลตฟอร์มที่ได้รวบรวมหลากหลายร้านอาหารมาไว้บริการในราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์คนไทย มอบสิทธิพิเศษ คูปองส่วนลด 150 บาท เมื่อสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี ขึ้นต่ำ 300 บาท จากร้านอาหาร Thai SELECT สั่งอาหารได้เลยที่ https://www.airasia.com/food/th/th LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มข้อมูลร้านอาหารของไทย มอบสิทธิพิเศษ คูปองส่วนลด […]

Hai di lao

หมัดเด็ด Hai di lao หม้อไฟสัญชาติจีน สู่การเป็นร้านอาหารระดับโลก

ถ้าพูดถึงร้านอาหารประเภท hot pot หม้อไฟ ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ จนคนต้องยอมต่อแถวรอคิวหลายชั่วโมงคงหนีไม่พ้น ร้านหม้อไฟสัญชาติจีนที่ชื่อว่า Hai di lao (ไห่-ตี้-เหลา) ร้านหม้อไฟที่โด่งดังในประเทศจีน รวมถึงอีกหลายประเทศ และเพิ่งมาเปิดสาขาในประเทศไทยได้ไม่นาน จนเกิดความสงสัยว่า ร้านนี้มีดีอะไร และทำไมลูกค้าถึงยอมที่จะรอคิวเพื่อให้ได้ทาน   ” Hai di lao “ จากความสงสัยก็ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมของร้าน Hai di lao ก็พบว่าธุรกิจนี้ไม่ธรรมดาเลย เพราะแบรนด์นี้มีต้นกำเนิดจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีน และก่อตั้งโดย Zhang Yong (จาง หย่ง) ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่การเริ่มต้นจากเชน Hotpot ในประเทศจีน แต่สามารถก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นเชนร้านอาหารระดับโลก ซึ่งปัจจุบันขยายไปแล้ว 400 กว่าสาขาทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น และมียอดขายในปี 2018 กว่า 17,000 ล้านหยวน ซึ่งถ้าเทียบกับร้านอาหารประเภทที่คล้ายกันในบ้านเราอย่าง MK Restaurant ที่คิดว่าใหญ่แล้ว มีทั้งร้านสุกี้และร้านอาหารญี่ปุ่น กว่า 600 สาขา […]

ปรับตัววิกฤติโควิด-19 สู่การช้อปสินค้าเกษตรอินทรีย์ ผ่านแอปพลิเคชั่น Thai Organic Platform

“เราอยู่ในสังคมเดียวกัน เราก็ต้องช่วยเหลือกันเท่าที่เราทำได้” ไม่มีใครไม่ได้รับผลกระทบในช่วงนี้ เพราะวิกฤติการแพร่ระบาดโรคไวรัสโควิด-19 ทำให้ใครหลายคนต้องอยู่บ้าน พฤติกรรมการบริโภคจึงเปลี่ยนไป ความต้องการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์กลายมาเป็นช่องทางหลัก หลายๆ คนต่างต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ให้ได้ เช่นเดียวกับเกษตรกรอินทรีย์ในเครือข่ายสามพรานโมเดลที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้เช่นกัน จากการที่ลูกค้าประจำที่มีทั้งโรงแรม ร้านอาหาร จำเป็นต้องยกเลิกออเดอร์ ทางสามพรานโมเดลจึงได้ริเริ่มนำเครื่องมือ Thai Organic Platform ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ  (สนช.) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มาใช้เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเชื่อมโยงและซื้อขายสินค้าอินทรีย์ตรงจากกลุ่มเกษตรกรได้ผ่านช่องทางออนไลน์ และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างเปิดเผย โปร่งใส โดยเริ่มเปิดรับพรีออเดอร์ครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมา ตัวอย่างหน้าตาแอปพลิเคชั่น   ทางเราไม่รอช้า เมื่อสบโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณอรุษ นวราช ผู้บริหารสวนสามพราน และผู้ริเริ่มสามพรานโมเดล จึงอยากจะมาเล่าถึงการปรับตัววิกฤติโควิด-19  และความคืบหน้าการเปิดใช้แอปพลิเคชัน Thai Organic Platform ให้เพื่อนๆ อ่านกันครับ แพลตฟอร์มขับเคลื่อนสังคมอินทรีย์ ร่วมกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 “สังคมอินทรีย์เราเน้นเรื่องการเชื่อมโยงห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ผลิตคือเกษตรกรอินทรีย์ ผู้ประกอบการอย่างโรงแรม ร้านอาหาร และผู้บริโภคคือลูกค้า เหมือนเราเป็นตัวกลางเชื่อมให้ห่วงโซ่ทั้งหมดมาเจอกัน พอมีวิกฤติอย่างนี้เกิดขึ้น เราเป็นสังคมเดียวกัน […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.