5 Step ตั้งราคาขาย อย่างไรให้เรียกลูกค้าเข้าร้าน - Amarin Academy

5 Step ตั้งราคาขาย เรียกลูกค้าเข้าร้าน

การทำร้านอาหาร มีหลายขั้นตอนในการทำ ที่สำคัญกับร้านไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการที่ดี การเลือกพนักงาน ระบบหลังบ้าน ซึ่งอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน และไม่ควรมองข้ามเลยก็คือการ ตั้งราคาขาย แล้วเจ้าของร้านควรมีวิธีตั้งราคาอย่างไร เพื่อเรียกลูกค้า มาดู 5 Step การตั้งราคาขายกัน

 

5 Step ตั้งราคาขาย เรียกลูกค้าเข้าร้าน

1.คำนวณง่าย จ่ายเร็ว

การตั้งราคาเป็นตัวเลขง่าย ๆ ช่วยให้ลูกค้าไม่ลังเลที่จะซื้อ รวมถึงตัวเลขกลม ๆ ไม่มีเศษสตางค์ ที่ง่ายต่อการทอนเงิน เพื่อลดเวลาในการคิดประมวลผลให้สั้นที่สุด ยังรวมถึงการปัดเศษให้กับสินค้าที่ต้องการให้ซื้อมากกว่า 1   เช่น 3  จาน 100   นั้นง่ายกว่า ขายจานละ 3.33   ซึ่งช่วยทำให้การเพิ่มการขายหน้าร้านทำได้ขึ้นอีกด้วย

 

2. ตัวเลขที่ดึงความสนใจได้ทันที

การลงท้ายด้วยเลข  9 เป็นหลักจิตวิทยาในการจูงใจขั้นต้น ยังสามารถจูงใจลูกค้าให้รู้สึกว่าจ่ายน้อยลง จากการลดตัวเลขราคาหลักด้านหน้าลง 1 หลัก เช่น 200 บาท ลดเหลือ 199 บาท  ซึ่งราคาลดเพียงแค่ 1 บาท  แต่ลูกค้าจะรู้สึกว่าจ่ายในหลักที่น้อยลง  การใช้ตัวเลข 9 จะช่วยเพิ่มยอดขาย

 

3. ตั้งราคาขาย เป็นเซต ขายง่ายกว่า

ความคุ้มค่าเป็น เทคนิคหนึ่งในการตั้งราคาที่สามารถช่วยให้ขายอาหารได้มากกว่า 1 รายการ  และกระตุ้นความต้องการให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เช่น เมนูอาหาร และเครื่องดื่ม ปกติขายอยู่ที่ 135 บาท แต่เมื่อซื้อเป็นเซตแล้ว ลดเหลือ 119 บาท หรือการสั่งซื้ออาหารเป็นเซต จะสามารถเพิ่มน้ำอัดลดได้ในราคา 10 บาท เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เทคนิคการตั้งราคาเซตเพื่อเปรียบเทียบ โดยจัดเซตเมนูที่ราคา สูง กลาง ต่ำ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความต้องการจ่ายเพิ่มขึ้นให้กับความรู้สึกคุ้มค่าที่ได้รับ

 

4. ตั้งราคาให้โดดเด่นจากคู่แข่ง

การตั้งราคาโดยคำนึงถึงคู่แข่งในพื้นที่ใกล้เคียงกัน นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดใจลูกค้าแล้ว ยังเป็นการกำหนด  position ร้านอาหารของคุณให้ต่างจากคู่แข่ง หลักๆ มี 3 รูปแบบ คือ

  • ตั้งราคาขายให้สูงกว่าคู่แข่ง ถ้าร้านของคุณเจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ต้องการคุณภาพ บริการ ที่สูงกว่า คุณสามารถตั้งราคาที่สูงกว่าได้ หากร้านอาหารของคุณให้สิ่งที่เหนือกว่าคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้ง การตกแต่ง บริการ และคุณภาพของวัตถุดิบที่ลูกค้าไม่สามารถหาได้จากที่อื่น
  • ตั้งราคาขายให้เท่า ๆ กับคู่แข่ง ถ้าร้านอาหารของคุณมีจุดแข็งที่ชัดเจน สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ เมนู การบริการ แม้ว่าเมนูอาหารจะเหมือนกัน ราคาเท่ากัน แต่ลูกค้าจะเลือกร้านที่ทำให้รู้สึกพึงพอใจกว่า
  • ตั้งราคาขายให้น้อยกว่าคู่แข่ง ถ้าคุณทำร้านอาหารแบบง่าย ๆ  ที่เจาะกลุ่มลูกค้าที่คำนึงถึงเรื่องราคา และปริมาณเป็นหลัก

 

5. ตั้งราคาขายเมนูเริ่มต้นให้รู้สึกพอจ่ายได้

ถ้าร้านอาหารของคุณตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่มีคู่แข่งหลายๆ ร้าน ซึ่งขายในเมนูที่ถูกกว่า อาจใช้การตั้งราคาขายเมนูเริ่มต้นให้ต่ำกว่า เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน เช่น ขายแฮมเบอร์เกอร์ในราคา 29 บาท การมีเมนูราคาต่ำนอกจากดึงลูกค้าเข้าร้านแล้วยังสร้างการจดจำว่าเป็นร้านที่ไม่เน้นขายของแพง แต่คุณยังสามารถทำกำไรเพิ่มได้จากการขายเมนูอื่น ๆ ของร้าน  ในราคาที่เพิ่มขึ้น หรือใช้รูปแบบการเพิ่มความพิเศษให้กับเมนูเริ่มต้นที่ลูกค้ารู้สึกว่าจ่ายเพิ่มแล้วคุ้มค่ากว่าก็ได้

 

ที่สุดแล้วการตั้งราคาอาหารนั้นนอกจากจะคำนวณจากต้นทุนด้านต่าง ๆ ของร้านอย่างดีแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดจากรูปแบบร้านอาหาร และความต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของร้านเป็นหลัก ทั้งนี้การตั้งราคาไม่ควรเอาเปรียบผู้บริโภคเกินไป จะช่วยให้ส่งเสริมให้ธุรกิจร้านอาหารของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนมากกว่าทำกำไรได้ระยะสั้น

 


 

                     การทำร้านอาหาร ยังมีอีกหลายเรื่องราว หลายขั้นตอนที่เจ้าของร้านควรรู้ ดังนั้น ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง กับงานใหญ่ส่งท้ายปี  Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  งานครบรอบ 3 ปีของ Amarin Academy กับการรวมตัวของเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 150 ร้าน พร้อมโอกาสการสร้าง Connection กับร้านชื่อดังต่างๆมากมาย อีกทั้งยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแขนงที่จะมาอัพเดทเทรนด์ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น วิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า / งานดีไซน์ร้านสุดเจ๋ง / กลยุทธ์เรียกลูกค้าเข้าร้านสไตส์ Influencer ชื่อดัง ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมพูดคุยกับเหล่ากูรูและเจ้าของร้านผู้มากประสบการณ์ในบรรยากาศเป็นกันเอง ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562

 

สมัครเข้าร่วมงาน Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  คลิก!!

Amarin Academy

 

เรื่องแนะนำ

สร้างแบรนด์

5 หลัก สร้างแบรนด์ สู่ร้านอาหารที่มีคน follow หลักล้าน!

ทุกวันนี้ใครๆ ก็พูดถึงเรื่องการ สร้างแบรนด์ เพื่อทำให้ตัวเองแตกต่างจากคู่แข่ง แต่ร้านอาหารควรจะสร้างแบรนด์อย่างไร เรามีหลักการง่ายๆ มาแนะนำ

Hyper-Personalization

อ่านใจลูกค้าออก บริการได้ตรงใจ ด้วยการตลาดแบบ Hyper-Personalization

อ่านใจลูกค้าออก บริการได้ตรงใจ ด้วยการตลาดแบบ Hyper-Personalization อยากมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด ก็ต้องอ่านใจลูกค้าให้ออก.. ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่ผู้บริโภคอยากรู้ทุกอย่าง และสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกเรื่องได้ด้วยปลายนิ้ว ฉะนั้นการทำการตลาดแบบเดิมๆ อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการจำชื่อลูกค้า, ส่งข้อความ หรืออีเมล์ไปอวยพรวันเกิด พร้อมส่วนลดต่างๆ ซึ่งวิธีเหล่านี้กำลังจะกลายมาเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทำการตลาดเท่านั้น ดังนั้นธุรกิจร้านอาหารหรือแบรนด์ที่จะสะกิดใจคนได้ ต้องเป็นแบรนด์ที่รู้จักและรู้ใจลูกค้า ด้วยการทำการตลาดแบบ Hyper-Personalization ซึ่งเป็นการตลาดที่เข้าถึงตัวบุคคลมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงใจลูกค้ามากกว่าที่เคย อย่าปล่อยให้เสียเวลาเปล่า เจ้าของธุรกิจทั้งหลายต้องรีบทำความเข้าใจ เรียนรู้ และปรับตัว รวมถึงเปลี่ยนรูปแบบวิธีการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ แล้วจะช่วยให้ลูกค้าเดินเข้าร้านได้อย่างยิ้มแย้มและเต็มใจ หัวใจของ Hyper Personalization อยู่ที่ “Big Data” ก่อนอื่นต้องอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก่อนว่าการตลาดแบบ Hyper Personalization เป็นการนำ Big Data แบบเรียลไทม์มาใช้ในการคาดเดาความต้องการของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่ข้อมูลจากประวัติการสั่งซื้อทั่วไป แต่เป็นการเอาข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ออกมาเป็นพฤติกรรมการซื้อ เพื่อให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าลูกค้าคนนี้อยากจะซื้อกับเราครั้งถัดไปเมื่อไหร่ หรือจะกระตุ้นเขาให้ซื้อได้ด้วยวิธีไหน ซึ่ง Big Data คือการนำข้อมูลรอบๆ ตัว จากหลายๆ ส่วนมาประมวล วิเคราะห์ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อ  จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเจ้าของร้านอาหาร ที่จะนำมาวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-032-9750 ปิยาสวัสดิ์ วิบูลย์ปิ่น (แอม)
E-mail : ampiya23@gmail.com

© COPYRIGHT 2020 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.