เทคนิคเพิ่มยอดขายจากการ จัดโต๊ะร้านอาหาร - Amarin Academy

เทคนิคเพิ่มยอดขายจากการ จัดโต๊ะร้านอาหาร

เทคนิคเพิ่มยอดขายจากการ จัดโต๊ะร้านอาหาร

เมื่อพูดถึงการเพิ่มยอดขาย หลายคนอาจคิดถึงการทำโปรโมชั่น ขยายฐานลูกค้า ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือการขยายสาขา แต่รู้ไหมว่า แค่ปรับการ จัดโต๊ะร้านอาหาร และปรับการบริการ ก็อาจเพิ่มยอดขายให้ร้านอาหารได้เช่นกัน จะมีเทคนิคไหนบ้าง ไปดูกัน!

1.เลือกโต๊ะที่ปรับได้ เคลื่อนย้ายสะดวก

เคยไหม? นัดฉลองกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ อยากกินอาหารร้านนี้มาก แต่โต๊ะใหญ่ที่สุดนั่งได้แค่ 6 คน พนักงานจึงแนะนำให้ “แยกโต๊ะไหมคะ” เป็นใครก็คงรู้สึกเซ็งๆ เพราะอยากนั่งกับเพื่อนมากกว่า และอาจจะเลือกไปฉลองที่ร้านอื่นแทน กลายเป็นค่าเสียโอกาสของร้านอาหารในการสร้างรายได้

หรือกลับกัน ถ้าลูกค้ามาเป็นคู่ 2 คู่ (4 คน) แต่คุณมีโต๊ะว่างเพียงโต๊ะเดียว คือโต๊ะสำหรับ 4 ที่นั่ง จะให้ลูกค้าไปนั่งโต๊ะเดียวกันก็คงไม่ได้ ก็ต้องจำใจรับลูกค้าเพียงคู่เดียว อีกคู่หนึ่งอาจจะต้องรอจนกว่าโต๊ะอื่นๆ ลุก หรือเขาอาจจะไม่อยากรอและเลือกไปรับประทานร้านอื่นแทน

ฉะนั้นถ้าไม่อยากเสียโอกาสในการรับลูกค้า ลองเลือกโต๊ะที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ สามารถแยกและต่อได้โดยอิสระ ก็จะช่วยให้ร้านของคุณมีโอกาสรับลูกค้าได้มากขึ้น (ร้าน Penguin Eat Shabu ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน)

2.โต๊ะอย่าใหญ่เกิน

ขนาดโต๊ะก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ร้านอาหารบางร้านเลือกโต๊ะตามสไตล์ที่ตัวเองชอบ เพราะเห็นว่าแต่งร้านแบบนี้ต้องสวยแน่ๆ แต่อย่าลืมว่า ยิ่งคุณเลือกโต๊ะขนาดใหญ่ (เกินไป) ก็ยิ่งทำให้พื้นที่ในการรับลูกค้าน้อยลง ฉะนั้นควรเลือกขนาดที่พอเหมาะ สามารถวางอาหารได้โดยไม่โล่งจนเกินไป หรือเล็กจนอาหารล้นโต๊ะ วางไม่พอ

(ต้องดูให้สมดุลกับขนาดของภาชนะที่เลือกใช้ด้วย บางร้านใช้จานขนาดใหญ่มาก แต่โต๊ะเล็กนิดเดียว ก็เป็นปัญหาเช่นกัน)

3.ให้พนักงานพาไปที่โต๊ะ

ลองสังเกตดูว่า ร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้าหลายๆ ร้าน มักให้พนักงานเดินพาลูกค้าไปที่โต๊ะ นั่นเป็นเพราะว่า ร้านอาหารต้องการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ไม่ให้เดินเข้าไปแล้วสับสน ไม่รู้จะเลือกโต๊ะไหน เหตุผลที่สองคือ ประหยัดเวลา ลูกค้าเข้าไปนั่งที่โต๊ะทันที ไม่ต้องลังเลเลือกโต๊ะนาน และเหตุผลสุดท้าย เพื่อจัดที่นั่งให้เหมาะสมตามจำนวนของลูกค้า จะได้ประหยัดพื้นที่ร้าน

เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ ถ้าเห็นว่าร้านไม่แน่นมากนัก มักจะเลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างใหญ่ เพื่อความสบาย เช่น ลูกค้า 2 คน มักไม่ค่อยเลือกนั่งโต๊ะสำหรับ 2 คน แต่จะเลือกโต๊ะสำหรับ 4 คนแทน ซึ่งถ้าหลังจากนั้นไม่มีลูกค้า 4 คนเข้ามา ก็อาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเกิดมีลูกค้ากลุ่มใหญ่เข้ามา แล้วเหลือโต๊ะสำหรับ 2 ที่นั่ง เพียงโต๊ะเดียว จะกลายเป็นปัญหาทันที

จะให้พนักงานเดินไปขอให้ลูกค้าที่กำลังนั่งรับประทานอาหารเปลี่ยนโต๊ะก็คงไม่ได้ วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือต้องให้ลูกค้า 4 คน รอคิวจนกว่าลูกค้าโต๊ะอื่นๆ จะรับประทานเสร็จ (ซึ่งเขาอาจจะไม่รอ)

ดังนั้นร้านอาหารหลายๆ ร้านจึงเลือกให้พนักงานเดินนำลูกค้าไปที่โต๊ะแทน เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว

4.ตั้งป้าย Reserved

วิธีสุดท้าย สมมติว่าร้านของคุณเป็นร้านขนาดไม่ใหญ่ มีพนักงานไม่มากนัก ทำให้ในช่วงเวลาเร่งด่วน พนักงานอาจบริการไม่ทัน จึงไม่ได้กำหนดให้พนักงานพาลูกค้าไปที่โต๊ะ วิธีที่พอจะทำได้คือตั้งป้าย Reserved ไว้ที่โต๊ะใหญ่ๆ สงวนไว้สำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม และเมื่อมีลูกค้ากลุ่มใหญ่เข้ามาจึงค่อยนำป้ายออกแล้วให้ลูกค้านั่งที่โต๊ะนั้น แต่หากมีลูกค้า 2-3 คนเข้ามา แล้วโต๊ะเล็กเต็มจริงๆ จึงค่อยนำป้าย Reserved ออก แล้วพาลูกค้าไปนั่งที่โต๊ะใหญ่ เพราะสุดท้ายไม่ว่าลูกค้าจะมาจำนวนน้อย หรือจำนวนมาก เขาก็คือลูกค้าของคุณ และคาดหวังที่จะได้รับบริการที่ดีที่สุดเช่นกัน

แค่ปรับเปลี่ยนการจัดโต๊ะ และเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับการบริการ ก็สามารถเพิ่มยอดขายได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม ลองนำไปปรับใช้กันได้เลยครับ

เรื่องแนะนำ

ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร

ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้!

ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอร่อยหรือการตกแต่งร้านเท่านั้น แต่ต้องอาศัย “ทีมงาน” ที่ดีมีคุณภาพ ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา เจ้าของร้านบางท่านอาจจะคิดว่าให้ทีมแบ่งงานกันทำง่ายๆ ใครว่างก็ไปช่วยคนอื่นทำต่อ แต่ถ้าจะบริหารร้านให้เป็นระบบอย่างมืออาชีพแล้ว ควรจะแบ่งงานกันอย่างไร มาศึกษาการแบ่ง  ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้! ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้! ร้านอาหารแต่ละชนิดก็จะต้องการพนักงานที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยเราสามารถแบ่งประเภทพนักงานออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ พนักงานหลังร้าน และพนักงานหน้าร้าน  พนักงานหลังร้าน ความสามารถที่จำเป็นของพนักงานหลังร้านหรือในครัวนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของร้านอาหาร และความซับซ้อนของเมนูในร้าน เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด พนักงานไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในครัวมากนัก ก็สามารถประกอบอาหารได้ตามมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น คงต้องการเชฟที่มีประสบการณ์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบ ความสามารถในการใช้มีด การแล่ปลา การปั้นซูซิและทำอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ  ยิ่งเป็นร้านที่พัฒนามากขึ้น ตำแหน่งก็จะยิ่งละเอียด เพื่อความชัดเจนในหน้าที่ ลดความซ้ำซ้อนของงาน และมีโครงสร้างเหมือนกับบริษัทย่อยๆ ที่พนักงานต้องเรียนรู้ขึ้นไปเรื่อยๆ โดยตำแหน่งในครัวแบ่งย่อยได้เป็น  หัวหน้าเชฟ เป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดเบื้องหลังร้าน แค่ต้องทำอาหารได้ดียังไม่พอ แต่ต้องสามารถบริการจัดการครัวได้ด้วย ทั้งเรื่องการกระจายงานให้พนักงานในครัว ดูแลการจัดการวัตถุดิบ คำนวนต้นทุนอาหาร วางแผนและพัฒนาเมนูในร้าน   ผู้ช่วยเชฟ  มีหน้าที่ช่วยจัดการงานต่างๆ ของหัวหน้าเชฟ และดูแลครัวในกรณีที่หัวหน้าเชฟไม่อยู่ […]

โมเดลร้านอาหาร

5 โมเดล ร้านอาหารทางเลือก เปิดโอกาสทางธุรกิจอาหาร

ทุกวันนี้ธุรกิจอาหารกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากเพื่อปรับตัวเข้าหาผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นจำนวนลูกค้าหรือกำลังซื้อที่ลดลง แม้แต่ร้านอาหารแบรนด์ดังยังต้องออกโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ฉีกแนวเดิมออกมาในตลาดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะทำอะไรเดิมๆ ธุรกิจก็คงอยู่ได้ไม่ยาว ลองศึกษา 5 โมเดล ร้านอาหารทางเลือก เพิ่มช่องทางหารายได้ ที่ปรับใช้ได้ทั้งเจ้าของร้านอาหาร และคนที่ต้องการเริ่มธุรกิจใหม่ 5 โมเดล ร้านอาหารทางเลือก เปิดโอกาสทางธุรกิจอาหาร   Ghost Kitchen และ Cloud Kitchen Ghost Kitchen และ Cloud Kitchen เป็นโมเดลการทำธุรกิจอาหารที่นิยมมากในยุคนี้ โดยจะรับออเดอร์อาหารทางออนไลน์ จัดทำอาหารในครัวของร้าน แล้วจึงจัดส่งอาหารเดลิเวอรีผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ต้องมีหน้าร้าน ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่มีความ lean สูงจากการลดต้นทุนค่าเช่าร้าน ค่าพนักงานบางส่วน หรือค่าใช้จ่ายในร้านอาหาร เรียกได้ว่าดำเนินธุรกิจด้วยการลงทุนที่ต่ำกว่าการเปิดหน้าร้านมาก จึงช่วยลดความเสี่ยงหรือความสูญเสียในธุรกิจได้  ปัจจุบันร้านหลายๆ แบรนด์ก็แชร์ครัวกลางร่วมกันเพื่อลดต้นทุน และช่วยให้ลูกค้าออเดอร์อาหารได้หลากหลายจากที่เดียว ข้อดีที่ชัดเจนของโมเดลนี้คือ ประหยัดต้นทุนหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้บริโภค และอาหารที่ต้องส่งทางเดลิเวอรีเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีรสชาติหรือหน้าตาสู้อาหารแบบนั่งทานที่ร้านไม่ได้    Meal Kits  จากกระแสการทำอาหารทานเองที่บ้านในยุคนี้ ทำให้ การขาย Meal Kits […]

บริการเดลิเวอรี่

ร้านอาหาร กับ บริการเดลิเวอรี่ วางสมดุลไม่ดี ร้านขาดทุนได้

บริการเดลิเวอรี่ ก็เป็นส่วนสำคัญที่คนทำร้านอาหารควรมี เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้ แต่สงสัยหรือไม่ว่า บางร้านยอดเดลิเวอรี่ดี แต่ขาดทุน และบางรายเสียลูกค้าประจำไป เป็นเพราะสาเหตุอะไร     ร้านอาหาร กับ บริการเดลิเวอรี่ วางสมดุลไม่ดี ร้านขาดทุนได้   การทำธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่ามีการแข่งขันกันสูงขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นต่างๆ การทำการตลาดในหลายช่องทาง รวมถึง บริการเดลิเวอรี่ ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในกลุ่มของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าร้านอาหารก็ควรมีบริการนี้เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย แต่ถ้าเจ้าของร้านวางสมดุลระหว่างหน้าร้าน และบริการเดลิเวอรี่ไม่ดี ก็อาจจะทำให้ร้านคุณขาดทุน และสูญเสียลูกค้าได้เช่นกัน แล้วเจ้าของร้านอาหารควรทำอย่างไร มาฟังมุมมองจาก คุณธามม์ ประวัติตรี Managing Director, Wow Thai Food B.V. Amsterdam Netherland ที่จะมาให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้กันค่ะ   ปัญหาการแข่งขันในตลาด เดลิเวอรี่ จากประสบการณ์การทำร้านอาหาร ทั้งในประเทศไทย และร้านอาหารในต่างประเทศ คุณธามม์ ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งว่า ที่ผ่านมาเกือบตลอดทั้งปี จะเห็นได้ว่าการให้บริการแบบเดลิเวอรี่ กำลังมาแรงมากในการทำธุรกิจอาหารในประเทศไทย ร้านอาหารให้ความสนใจในบริการนี้ เพราะตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 099-149-4254 สุวิจักขณ์ ทรัพย์ทองแสง (เบน)
E-mail : suwichak_su@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2020 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.