9 ฟีเจอร์เด็ด จาก K PLUS shop ช่วยธุรกิจราบรื่น - Amarin Academy

9 ฟีเจอร์เด็ด จาก K PLUS shop ช่วยธุรกิจราบรื่น

9 ฟีเจอร์เด็ด จาก K PLUS shop ช่วยธุรกิจราบรื่น

ช่วงนี้กระแสการปรับระบบของ K PLUS สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปกำลังมาแรง แต่ K PLUS shop แอปฯ ที่ออกแบบมาเพื่อ SME ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ SME เพียบเลย เราสรุปฟีเจอร์เด็ดๆ ที่น่าสนใจ และน่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ SME มาได้ 9 ข้อ ดังนี้

1. QR Code 2 แบบ ทั้งแบบระบุยอดเงิน และไม่ระบุยอดเงิน

ข้อนี้น่าจะโดนใจร้านค้าแทบทุกร้าน เพราะปัญหาสำคัญของร้านค้าคือ ถึงจะมี QR Code ตั้งอยู่หน้าร้านให้ลูกค้าสแกน แต่ลูกค้าก็ต้องคอยมาถามว่า “ยอดเงินเท่าไร” แล้วค่อยกดโอน ซึ่งบางครั้งก็พิมพ์ยอดเงินผิด ร้านก็ต้องมานั่งทำเรื่องคืนเงิน หรือถ้าโอนเงินขาด ลูกค้าก็ต้องโอนซ้ำ (ถ้าร้านไม่ได้ดูว่ายอดไม่ตรง ก็อาจจะขาดทุนได้)

K PLUS shop เลยปรับระบบใหม่ ให้เราสามารถระบุยอดเงินได้ใน QR Code ได้ แค่กดสร้าง QR Code ใน K PLUS shop แล้วระบุยอดเงินลงในนั้น ลูกค้าแค่สแกนแล้วกดโอนได้เลย ไม่ต้องกลัวยอดผิด

แต่ถ้าร้านไหนที่อยากให้ลูกค้าระบุยอดเงินเอง ก็ยังใช้ QR Code แบบไม่ระบุจำนวนเงินได้เช่นเดิม

2.แจ้งเตือนเงินเข้าแบบ Real time พร้อมเสียงพูด

เคยไหม ช่วงที่ยุ่งๆ ลูกค้าเยอะ พอลูกค้าบอกโอนเงินแล้ว เราก็ไม่มีเวลาเช็คว่าเงินเข้าจริงๆ ไหม อาศัยความเชื่อใจคิดว่าเขาคงไม่โกง สุดท้าย เงินไม่เข้า กระเป๋าแฟ่บ……

K PLUS shop จึงพัฒนาระบบให้มีเสียงพูดแจ้งเตือนเวลามีเงินเข้า แถมระบุยอดได้ด้วย เช่น เมื่อลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีปุ๊บ แอปฯ จะมีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาทันทีว่า “เงินเข้า 200 บาท” เจ้าของร้านไม่ต้องก้มดูมือถือหรือละสายตาจากงานหรือลูกค้าอื่นๆ ก็รู้ทันทีว่าเงินเข้าแล้ว

3.เพิ่มสิทธิ์พนักงานรู้ยอดเงินเข้า เจ้าของร้านไม่ต้องเฝ้าร้านเอง

อยากเป็นนายตัวเอง อยากมีอิสระ พอเปิดร้านปุ๊บ…ต้องเข้าร้านทุกวัน ไม่เคยได้หยุด เพราะไม่กล้าทิ้งร้าน เพราะยังไม่ไว้ใจลูกน้อง

หรือบางร้านลองเอา QR Code มาตั้งให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านแอปฯ คิดว่ายังไงเงินก็เข้ากระเป๋า ไม่ต้องกลัวลูกน้องโกง สุดท้าย เวลาลูกค้าแจ้งว่าจ่ายเงินแล้ว ลูกน้องก็ต้องคอยวิ่งไปตามเจ้าของร้าน ให้เช็คว่าเงินเข้าจริงๆ หรือเปล่า

สุดท้ายแล้ว อิสระอยู่ที่ไหน ?

ฟีเจอร์ใหม่ของ K PLUS shop จึงเพิ่มสิทธิ์พนักงานให้สามารถรู้ได้ว่าเงินเข้าบัญชีแล้วจริงๆ (แต่ไม่รู้ยอดรายได้รวมทั้งหมด) ซึ่งเราสามารถเพิ่มสิทธิ์พนักงานได้สูงสุดถึง 10 คน เงินเข้าเมื่อไหร่ พนักงานเห็น เจ้าของร้านก็รู้ อยู่ที่ไหน ก็เช็คยอดเงินได้ คราวนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านทุกวัน ได้พบอิสระอย่างแท้จริง

4.สร้าง “บิลแมวเขียว” กดสั่งซื้อปุ๊บ ก็รวมรายการส่งลูกค้าทันที

ข้อนี้เหมาะสำหรับธุรกิจร้านค้าออนไลน์มาก เพราะแก้ไขปัญหาให้ร้านค้าออนไลน์ได้ตรงจุด เช่น ลูกค้าโอนเงินผิดบัญชี โอนเงินผิดยอด หรือร้านค้าเจอสลิปปลอม

“บิลแมวเขียว” คือบิลออนไลน์ ที่เจ้าของร้านสามารถสร้างและส่งบิลผ่าน Social Media ให้ลูกค้าได้ทันที เมื่อลูกค้าได้รับบิลก็กดชำระเงินได้เลย ร้านค้าได้รับเงินถูกต้อง แถมยังใส่รายการสินค้าได้ถึง 10 รายการ ไม่ต้องเสียเวลานั่งคำนวณราคาเองเพราะระบบคำนวณยอดรวมราคาสินค้าทั้งหมดให้อัตโนมัติ และแม้ว่าบิลจะมีอายุ 24 ชั่วโมง แต่หากเกินเวลาชำระ ก็สามารถส่งซ้ำได้โดยไม่ต้องสร้างบิลใหม่

5.เชื่อมระบบ Shippop คำนวณค่าส่ง เช็คสถานะ ทำใบแปะหน้าพัสดุ

ปัญหาสำคัญของการส่งสินค้าออนไลน์คือ เจ้าของร้านคำนวณค่าขนส่งผิด จากที่คิดว่าจะได้กำไรกลับขาดทุนซะอย่างงั้น

K PLUS Shop เลยเชื่อมต่อกับระบบของ Shippop ช่วยเปรียบเทียบราคาการขนส่งรูปแบบต่างๆ โดยให้เจ้าของร้านเลือกบริการเองตามสะดวก จะส่งทางไปรษณีย์ หรือขนส่งเอกชนรูปแบบอื่นๆ ก็ได้ โดยระบบจะคำนวณขนาดกล่อง น้ำหนัก ระยะทางให้อัตโนมัติ เจ้าของร้านก็ไม่ต้องปวดหัว นั่งคำนวณว่าควรคิดค่าส่งเท่าไร ทำให้ร้านค้าบริหารต้นทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น และยังมีบริการทำใบแปะหน้ากล่องพัสดุ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งพิมพ์เองให้ยุ่งยาก ที่สำคัญลูกค้ายังสามารถเช็คสถานะการจัดส่งสินค้าได้ตลอดเวลา

6.เจาะตลาดจีน รับชำระเงินจาก E-Wallet : Alipay / Wechat pay

ทุกวันนี้ชาวจีนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเยอะมาก ซึ่งกำลังซื้อก็สูงซะด้วย กลายเป็นโอกาสสำหรับร้านค้าทั่วไปที่จะขยายฐานลูกค้า ดูท่าทางแล้วโอกาสกำลังมา…แต่ติดปัญหาตรงที่ ชาวจีนส่วนใหญ่ใช้จ่ายด้วย Alipay และ Wechat pay ถ้าเขาไม่มีเงินบาทติดตัวมา เราก็ขายของไม่ได้

K PLUS Shop จึงพัฒนาระบบให้สามารถรับชำระเงินได้ทั้ง Alipay และ Wechat pay จบปัญหาเรื่องการรับเงินจากนักท่องเที่ยวชาวจีน เพราะเวลาซื้อของคนจีนเห็นราคาเป็นหยวน แม่ค้าเห็นรายรับเป็นบาท แฮปปี้ทั้ง 2 ฝ่าย

7.รายงานยอดขาย Real Time แถมแสดงสัดส่วนลูกค้าประจำและลูกค้าทั่วไปได้ด้วย

ฟีเจอร์นี้น่าจะเหมาะกับร้านค้าทุกรูปแบบ ที่ไม่ต้องนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายเองอีกต่อไป เพราะแอปฯ จะมีรายงานยอดขายอย่างละเอียดทั้งรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน ช่วยบริหารการขาย เก็บสถิติร้านค้า แสดงรีพอร์ต สรุปให้เข้าใจได้ง่าย แถมยังเปรียบเทียบยอดขายระหว่างปีนี้กับปีที่แล้วได้ด้วย

ที่สำคัญยังเก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อแสดงสัดส่วนลูกค้าใหม่ ลูกค้าเดิม และลูกค้าประจำด้วย ทำให้เรารู้ว่าตอนนี้ธุรกิจของเราถึงเวลาที่ควรหาลูกค้าใหม่เพิ่มหรือต้องรักษาลูกค้าเดิมเอาไว้ให้อยู่หมัด

8.บัตรสะสมแสตมป์ สร้างลูกค้าประจำ

การแสวงหาลูกค้าใหม่ๆ ว่ายากแล้ว การรักษาฐานลูกค้าเดิมยากยิ่งกว่า เพราะทุกวันนี้คู่แข่งในตลาดมีมากขึ้น ถ้ามีเจ้าใหม่ๆ เข้ามาเสนอสินค้าหรือบริการ ลูกค้าก็พร้อมจะลอง ฉะนั้นร้านค้าต้องปรับตัว พยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ให้ได้ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้เกิดลูกค้าประจำคือ การใช้บัตรสะสมแสตมป์ ซึ่ง K PLUS shop ก็ถือว่าตอบโจทย์ น่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำได้ดี

9.เพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ ลง K PLUS Market 

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ แต่ KBank เขาประกาศแล้วว่ากำลังจะเดินหน้าดันฟีเจอร์นี้อย่างเต็มตัว คือ K PLUS Market แหล่งรวมร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นผู้ใช้งาน K PLUS ที่มีมากกว่า 9.4 ล้านราย

ข้อดีของ K PLUS Market คือ เจ้าของร้านสามารถสมัครและอัปโหลดสินค้าใหม่ๆ รวมทั้งราคาและโปรโมชั่นเด็ดๆ ได้ตลอดเวลา ลูกค้าก็ไม่ต้องกังวลกับปัญหาร้านค้าปลอม เพราะว่า KBank มีเจ้าหน้าที่คอยคัดกรองร้านค้าอย่างเข้มข้น

เราว่า 9 ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามานี้ ถือว่าตอบโจทย์ ช่วยแก้ปัญหาให้ SME ได้เยอะเลยทีเดียว แต่ถ้าใครยังมีข้อสงสัยเพื่อเติมหรืออยากรู้รายละเอียดลึกกว่านี้ เข้าไปในเว็บไซต์ของเขาได้เลย  https://bit.ly/2ORJPWX

ลองโหลดมาใช้ดูนะ ใช้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย

เรื่องแนะนำ

ธุรกิจอาหาร

20 เทรนด์ ธุรกิจอาหาร ปี 2020 ที่ผู้ประกอบการควรรู้!

20 เทรนด์ ธุรกิจอาหาร ปี 2020 ที่ผู้ประกอบการควรรู้!   1.ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น เมื่อโลกก้าวไกลเรื่องเทคโนโลยีขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของร้านแบรนด์ใหม่ๆ จะเริ่มลงทุนกับการใช้ระบบเทคโนโลยีมากขึ้น และอาจลดแรงงานคนลง ร้านจะให้ลูกค้าบริการตัวเองมากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่าย ส่วนร้านดั้งเดิมเก่าแก่ ก็จะหันมาใช้ระบบการจัดการใหม่ๆมากขึ้น โดยทายาทรุ่นใหม่ที่เข้ามาบริหารร้านเพื่อควบคุมต้นทุนให้มากที่สุด   2. Social Marketing สำคัญมาก ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ ถ้าอยากให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น การทำการตลาดบนโลกออนไลน์สำคัญมาก อะไรที่เป็นกระแสใน Social จะส่งผลกระทบรวดเร็ว ทำให้คนอยากลองและตามไปรีวิวมากมาย แต่ที่สำคัญร้านของคุณก็ต้องมีคุณภาพด้วย เพราะอย่าลืมว่าถ้าร้านไม่ดีจริง กระแสมาไวก็ไปไวได้เช่นกัน   3. เดลิเวอรี่ แข่งขันสูง ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้เดลิเวอรี่จึงมาแรงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จนมาถึงปีนี้ และเกิดการแข่งขันกันที่สูงขึ้น ธุรกิจร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้านก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจะงัดกลยุทธ์ไหนออกมาเพื่อดึงดูดลูกค้าได้มากกว่ากัน   4. มากกว่าการกิน คือการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า แม้ว่าเรื่องรสชาติจะสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจอาหาร แต่ปัจจุบันการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในการทานให้กับลูกค้า เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดความตื่นตาตื่นใจปละประทับใจไม่น้อย เช่น การให้ลูกค้ามีส่วนร่วม หรือแม้แต่การกินอาหารพร้อมโชว์เทคโนโลยี AR   5. […]

มาตรการเยียวยา

นายจ้างที่ได้รับความช่วยเหลือมีแค่ 11% ส่องสถิติการเข้าถึง มาตรการเยียวยา จากภาครัฐ

        แม้ว่าวิกฤต COVID-19 จะกระทบต่อประชาชนคนไทยทุกคน แต่ มาตรการเยียวยา ของภาครัฐนั้นเข้าถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทั่วถึงหรือไม่? เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงได้ทำการสำรวจ ผลกระทบเบื้องต้นจากการใช้มาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 ผ่านระบบ online ในช่วงวันที่ 9-13 เม.ย. 63 โดยมีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถาม 8,929 คน จากทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทย  สถิติประชาชน 4 กลุ่มอาชีพ ที่เข้าถึง มาตรการเยียวยา จากภาครัฐ         โดยผู้ตอบแบบสอบถามจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ นายจ้าง พนักงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ว่างงาน ในภาพรวมแล้ว มีคนไทยมากถึง 88% ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐ เพราะส่วนใหญ่ “ติดเงื่อนไข” ซึ่งมีทั้งผู้ที่ไม่เข้าข่าย และผู้ที่ควรได้รับสิทธิ์แต่ถูกปฏิเสธ โดยมาตรการที่คนได้รับมากที่สุดเป็นมาตรการของนโยบายการคลัง แต่มาตรการเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน […]

แม็คโคร

ส่องไฮไลท์งาน แม็คโคร โฮเรก้า ครั้งที่ 14 ต่อยอดไอเดีย เพื่อธุรกิจอาหาร

เป็นอีกหนึ่งงานที่น่าสนใจ สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือผู้ที่สนใจในธุรกิจอาหาร สำหรับงานงาน แม็คโคร โฮเรก้า มหกรรมครบเครื่องเรื่องอาหารและอุปกรณ์ ครั้งที่ 14  ปีนี้มีโซนที่น่าสนใจและนำมาต่อยอดธุรกิจอาหารได้ด้วย ในงานจะมี ไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันครับ   แม็คโคร โฮเรก้า ครั้งที่ 14 งานแม็คโคร โฮเรก้า ครั้งที่ 14 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘The Culinary Passion 30 ปี แม็คโคร เคียงข้าง สร้างสรรค์ มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน” ซึ่งจะมีเหล่าผู้ประกอบการและผู้สนใจในธุรกิจอาหารมาร่วมงาน เพื่อติดตามอัพเดทความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ  นวัตกรรมด้านความยั่งยืน และเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับบรรยากาศภายในงานก็มีหลายโซนที่น่าสนใจ ที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือผู้ที่สนใจในธุรกิจอาหาร สามารถนำไอเดียไปต่อยอดธุรกิจได้ ซึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจแบ่งเป็นโซนต่างๆ ดังนี้   โซน Makro Pavilion เป็นโซนที่นำเสนอไอเดียภายใต้แนวคิด “The Culinary Passion” ที่สามารถนำไปต่อยอดให้ธุรกิจอาหารประสบความสำเร็จ ซึ่งภายในโซนจะประกอบไปด้วย Makro HoReCa Acadamy (MHA)  พื้นที่ให้ความรู้และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการบริหารจัดการร้านแบบมืออาชีพ พร้อมสาระดีๆจากผู้เชี่ยวชาญ […]

อย่าพลาดเทรนด์ โฆษณาด้วย ASMR ทำให้ผู้บริโภคประทับใจกว่า!!

        หนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คือคลิปวิดีโอ ASMR ที่มีผู้สนใจทั่วโลก เทรนด์ ASMR นี้คืออะไร? และ โฆษณาด้วย ASMR จะช่วยทำการตลาดให้ผู้บริโภคประทับใจและจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้นอย่างไร ติดตามได้จากบทความนี้ครับ  โฆษณาด้วย ASMR ทำให้ผู้บริโภคประทับใจกว่า!! ASMR คืออะไร?         คำว่า “ASMR” ย่อมาจาก Autonomous Sensory Meridian Response หรือการตอบสนองต่อประสาทรับความรู้สึกอัตโนมัติ โดยใช้ภาพและเสียงเป็นสิ่งกระตุ้นให้สมองเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้รับการนวด เช่น การดูภาพที่มีการเคลื่อนไหวช้าๆ เป็นจังหวะ หรือเสียงกระซิบใส่ไมโครโฟน เสียงเคี้ยวอาหาร เสียงแคะหู เสียงเคาะสัมผัสสิ่งของ หรือเสียงที่ดังเป็นจังหวะซ้ำๆ โดยต้องใช้ไมโครโฟนพิเศษที่สามารถเก็บเสียงแผ่วเบาได้แบบแยกลำโพงฝั่งซ้ายขวา   ทำไมเทรนด์ ASMR ถึงเป็นที่นิยม?         ASMR ไม่ใช่เรื่องใหม่สักเท่าไหร่ แต่เริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นช่วงหลายปีมานี้ โดยเราจะเห็นคลิปการทำ […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.