แบบทดสอบคุณ พร้อมเปิดร้านอาหาร หรือยัง ? - Amarin Academy

แบบทดสอบคุณ พร้อมเปิดร้านอาหาร หรือยัง ?

แบบทดสอบคุณ พร้อมเปิดร้านอาหาร หรือยัง ?

เชื่อว่าการเปิดร้านอาหารคงเป็นธุรกิจในฝันของใครหลายๆ คน แต่บางคนอาจยังลังเล ไม่รู้ว่าตัวเองพร้อมสำหรับการเปิดร้านมากน้อยแค่ไหน วันนี้เราจึงมีแบบทดสอบง่ายๆ ให้คุณลองประเมินตัวเองดูว่าคุณ พร้อมเปิดร้านอาหาร หรือยัง

หลักเกณฑ์ง่ายๆ ลองบวกคะแนนดูว่า เมื่อตอบครบ 10 คำถามแล้วเพื่อนๆ ได้คะแนนเท่าไรกัน

1.คุณมีประสบการณ์ในการทำร้านอาหารมาก่อนไหม

  • มีประสบการณ์ (3)
  • เคยผ่านมาบ้างแต่ไม่มากนัก (2)
  • ไม่เคยมีประสบการณ์เลย (1)

2.คุณรู้จักงานด้านการบริหารจัดการร้านอาหารมากน้อยแค่ไหน

  • รู้ทุกกระบวนการแบบทะลุปรุโปร่ง ตั้งแต่หน้าร้านจนถึงหลังร้าน (3)
  • รู้คร่าวๆ ว่ามีกระบวนการใดบ้าง แต่รู้ไม่ละเอียดนัก (2)
  • ไม่มีความรู้เลย แต่ใจอยากเปิดมากๆ (1)

3.คุณพร้อมทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ตลอดทั้งปีโดยไม่มีวันหยุดหรือไม่

  • พร้อมเสมอ ถ้านั่นเป็นงานที่เรารัก (3)
  • พร้อม แต่ขอหยุดพักสัก 1 วันต่อสัปดาห์ได้ไหม (2)
  • ยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไร (1)

4.คุณรักการบริการและมีทักษะด้านการบริหารคนหรือไม่

  • งานนี้แหละงานถนัด (3)
  • ทำได้แต่คงต้องใช้เวลาฝึกฝนอีกหน่อย (2)
  • ชอบทำงานคนเดียวมากกว่า ไม่ชอบความวุ่นวาย (1)

5.คุณมีทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะมากน้อยแค่ไหน

  • มีปัญหาปุ๊บ ก็หาทางออกได้ปั๊บ (3)
  • แก้ปัญหาได้ แต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย (2)
  • ไม่ค่อยชอบงานที่กดดัน ต้องแก้ปัญหาตลอดเวลา (1)

6.คุณมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องตัวเลข การคำนวณต้นทุน และการจัดการบัญชีหรือไม่

  • ความรู้แน่นปึก ถามปุ๊บ ตอบได้ปั๊บ (3)
  • พอรู้มาบ้าง ถ้าศึกษาเพิ่มเติมคงทำได้ (2)
  • ไม่มีความรู้เลย (1)

7.คุณมีสูตรอาหารเด็ดๆ ที่ร้านอาหารอื่นไม่มีหรือไม่

  • มีพร้อม มั่นใจว่าอร่อยเด็ด รสชาติคงที่ได้มาตรฐาน และโดดเด่น แตกต่างจากร้านอื่นๆ แน่นอน (3)
  • รสชาติอร่อย เด็ดโดนใจ รสชาติคงที่ทุกจาน แต่ยังไม่รู้จะหาความต่างได้อย่างไร (2)
  • รสชาติอร่อยเด็ด แต่สูตรยังไม่นิ่ง และยังไม่ความต่างจากร้านอื่นๆ ไม่ได้ (1)

8.คุณมีเงินทุนพร้อมไหม

  • มีพร้อม สามารถลงทุนเปิดร้านได้โดยไม่เดือดร้อน (3)
  • มีเงินทุนจำกัด แต่มีการวางแผนการใช้เงินเรียบร้อยแล้ว (2)
  • มีเงินทุนจัด และยังไม่รู้ว่าต้องวางแผนการใช้เงินอย่างไรบ้าง (1)

9.คุณมีความรู้เกี่ยวกับการทำการตลาด ทั้งออฟไลน์และออนไลน์หรือไม่

  • ความรู้แน่น ประสบการณ์เพียบ (3)
  • ทฤษฎีเป๊ะ แต่ยังไม่เคยลงมือทำจริง (2)
  • มีความรู้บ้าง แต่ยังไม่มากนัก (1)

10.คุณพร้อมเรียนรู้ และปรับตัวตลอดเวลาหรือไม่

  • พร้อมเสมอ ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นนำไปสู่ความสำเร็จ (3)
  • พร้อม แต่ต้องอาศัยเวลาสักพักเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (2)
  • ถ้าสิ่งที่ทำอยู่ มันดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงก็ได้ (1)

คะแนน 10-16 : ต้องเตรียมตัวอีกมาก

หากคุณได้คะแนนในช่วงนี้ถือว่ายังต้องเตรียมตัวค่อนข้างมาก เพราะการเปิดร้านอาหารต้องอาศัยทักษะหลากหลายด้าน ทั้งการบริหารจัดการงาน การบริหารจัดการคน การคำนวณตัวเลข เพื่อหาจุดคุ้มทุน และต้องอาศัยความเอาใจใส่ ความทุ่มเท และความละเอียดรอบคอบ เพราะเป็นธุรกิจที่โอกาสเจ๊งค่อนข้างสูง (เนื่องจากมีคู่แข่งมาก ถ้าคุณทำได้ไม่ดี ลูกค้าก็พร้อมจะวิ่งหาเจ้าอื่นทันที)

คะแนน 17 – 23 : ควรหาความรู้เพิ่มเติมสักหน่อยก็เปิดร้านได้

ถ้าได้คะแนนในช่วงนี้ ถือว่าคุณมีต้นทุนที่ดีพอสมควร เพียงหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมในด้านที่คุณยังไม่ถนัด ก็จะช่วยป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนได้ โดยเจ้าของร้านอาหารบางคนอาจเลือกหาหุ้นส่วนทางธุรกิจ เพื่อช่วยดูแลงานในด้านที่คุณไม่ถนัด ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระไปได้ระดับหนึ่ง

คะแนน 24  -30  : คุณพร้อมแล้ว ลุยเลย!

หากคุณได้คะแนนในช่วงนี้ถือว่าคุณพร้อมสำหรับการเปิดร้านอาหารแล้ว! เพราะคุณมีความรู้ ความสามารถและทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจร้านอาหารครบถ้วน แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป เพราะการทำร้านอาหารไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว คุณยังคงต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ แล้วคุณจะพบกับความสำเร็จเอง!

คำถาม 10 ข้อที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อเช็คว่าคุณพร้อมจะเปิดร้านอาหารหรือยัง แต่เมื่อเปิดร้านอาหารแล้วคุณยังต้องเจอ “แบบทดสอบ” อีกมากมายที่เข้ามาท้าทายคุณอยู่เสมอ โดยสิ่งที่จะช่วยให้คุณก้าวผ่านไปได้คือความอดทน มุ่งมั่น พร้อมเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอ ก็จะช่วยให้ร้านอาหารของคุณประสบความสำเร็จได้

เรื่องแนะนำ

เทคนิคทำ SOP งานบริการดี ลูกค้าไหลมาเทมา

งานบริการ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการทำร้านอาหารก็ว่าได้ ซึ่งถ้าอยากให้ร้านของคุณมีงานบริการที่ดี การทำ SOP สำหรับงานบริการลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของร้านต้องทำ เพื่อให้พนักงานมีแบบแผนการบริการที่เป็นระบบ ถูกต้องตาม มาตรฐานของร้าน แล้ว เทคนิคทำ SOP เพื่อให้งานบริการดี ลูกค้าประทับใจทำได้อย่างไร มาดูกันครับ เทคนิคทำ SOP งานบริการดี ลูกค้าไหลมาเทมา การกำหนดบทบาทหน้าที่ พนักงานมีส่วนสำคัญในการชี้วัดว่า SOP ที่เขียนขึ้นมา สามารถใช้ประโยชน์ในการควบคุมมาตฐานงานบริการได้ดีจริงหรือไม่ การกำหนด SOP ที่ดี ควรทำให้พนักงานแต่ละคนรู้บทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน ของตัวเอง ว่ามีอะไรบ้าง และจะต้องปฏิบัติอย่างไรในสถานการณ์ต่าง ๆ  รวมถึงช่วยให้มองเห็นภาพรวมการทำงานร่วมกับส่วนอื่น ๆ ได้   รูปแบบที่นำมาใช้ และความชัดเจน รูปแบบเป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างกระชับและเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น อาจจะเป็นการใช้แผนผัง หรือภาพประกอบที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้จดจำง่าย ใช้ศัพท์เทคนิคที่เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน มีภาษาที่สอดคล้องกับผู้ที่นำไปปฏิบัติจริง และตรวจสอบให้แน่ใจในการนำเอกสารมาใช้ มีการกำกับเลขที่เอกสารเพื่อใช้อ้างอิง   วัตถุประสงค์และการวัดผล วัตถุประสงค์ที่สำคัญของการกำหนด SOP ด้านการบริการ คือ การรักษามาตรฐานที่เกิดจากการให้บริการลูกค้าที่เป็นไปอย่างมีลำดับขั้นตอน ช่วยลดความผิดพลาด  […]

Food Rotation Labels สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ มาตรฐานครัวสำคัญที่ร้านอาหารควรมี

Food Rotation Labels สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ มาตรฐานครัวสำคัญที่ร้านอาหารควรมี ทุกวันนี้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับอาหารการกินในทุก ๆ ทาง นี่จึงเป็นเหตุผลชวนให้ผู้ประกอบการหันมาใส่ใจสุขลักษณะในการประกอบอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งต่อคนเสิร์ฟและคนรับประทาน ลองเปลี่ยนมาใช้ สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ กัน! . สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ (Food Rotation Labels หรือบางคนอาจจะเรียกว่า Daydot) คือ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดระบบวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ประกอบอาหาร โดยในสติกเกอร์จะมีหัวข้อให้ผู้ใช้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบนั้น ๆ เช่น วัตถุดิบคืออะไร ผลิตวันไหน หมดอายุเมื่อไหร่ และใครเป็นคนเปิดใช้ เพื่อป้องกันการนำวัตถุดิบที่ไม่ปลอดภัยมาใช้ในการบริโภค ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมีบนสติกเกอร์ติดอาหาร: 1.ชื่อผลิตภัณฑ์ (Product) เพื่อบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้น คืออะไร 2.การจัดเก็บ (Type) : มีการจัดเก็บแบบไหน เช่น แช่แข็ง (Frozen) แช่เย็น (Chiller) หรือเก็บในอุณหภูมิห้อง (Ambient) 3.วันที่ผลิต (Product Date) 4.เวลาผลิต (Production Time) 5.วันที่หมดอายุ (Expiry Date) […]

เทียบ ข้อดี – ข้อพิจารณา บริการน้ำเปล่า “ตั้งน้ำไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าหยิบ” กับ “ให้ลูกค้าสั่งกับพนักงาน”

เทียบ ข้อดี – ข้อพิจารณา บริการน้ำเปล่า “ตั้งน้ำไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าหยิบ” กับ “ให้ลูกค้าสั่งกับพนักงาน” บริการแบบไหนเหมาะกับร้านคุณ!? เวลาไปร้านอาหารคุณชอบบริการแบบไหนมากกว่ากัน!? ระหว่างร้านที่ “ตั้งน้ำไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าหยิบ” กับ “ให้ลูกค้าสั่งกับพนักงาน” ในแง่ของผู้ประกอบการรูปแบบบริการ 2 อย่างข้างต้นต่างก็มีข้อดี ข้อด้อยแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับร้าน แต่แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนเข้ากับร้านเราล่ะ ? ลองมาดูข้อดี ข้อด้อยของบริการน้ำดื่ม 2 รูปแบบนี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจนำมาปรับใช้กับร้านคุณสิ! . หมายเหตุ: น้ำดื่มที่ยกมาพูดถึง คือ น้ำเปล่า ซึ่งในที่นี้จะขอเรียกสั้น ๆ ว่า “น้ำ” . <<ตั้งน้ำไว้บนโต๊ะให้ลูกค้าหยิบ>> ข้อดี 1.แน่นอนว่าวิธีนี้ทำให้ลูกค้าสามารถหยิบน้ำดื่มเติมเองได้ทันที ไม่ต้องรอเรียกพนักงานให้มารับออเดอร์หรือรอพนักงานเดินไปหยิบน้ำมาเสิร์ฟ เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ทันใจลูกค้า 2.เนื่องจากการมีน้ำมาตั้งอยู่ใกล้ ๆ ทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มเปิดเครื่องดื่มเพิ่มมากกว่าการต้องสั่งให้พนักงานมาเสิร์ฟ เพราะลูกค้าสามารถตัดสินใจได้เดี๋ยวนั้น จะดื่มก็หยิบเพิ่มเลย ในทางกลับกันถ้าต้องใช้เวลาในการรอ ลูกค้าก็อาจจะเปลี่ยนใจแล้วเลือกที่จะกลับไปกินที่บ้านหรือที่อื่นแทน เพราะเพียงเสี้ยวนาทีก็มีผลต่อการตัดสินใจ 3.เมื่อมีน้ำไว้บริการบนโต๊ะอยู่แล้วทำให้ภาระงานของพนักงานลดลง ข้อนี้อาจเห็นได้ไม่ชัดในการเสิร์ฟรอบแรก เพราะถึงพนักงานไม่ได้มาเสิร์ฟน้ำ แต่ก็อาจมีการเสิร์ฟน้ำแข็ง และต้องเสิร์ฟอาหารอยู่แล้ว แต่เมื่ออาหารออกหมด ลูกค้ารับประทานมาได้สักพักน้ำก็อาจจะหมด ทีนี้เมื่อมีน้ำอยู่บนโต๊ะ […]

เดลิเวอรี่

5 ปัญหาต้องรู้! ก่อนนำร้านเข้าสู่ระบบ เดลิเวอรี่

เดลิเวอรี่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำกำไรในธุรกิจอาหารก็ว่าได้ค่ะ แต่แน่นอนว่ามีข้อดี ก็ย่อมมีข้อเสีย ถ้าหากลองติดตามกลุ่มเจ้าของร้านอาหารขนาดเล็ก ก็จะพบว่าหลายรายมีปัญหากับการเข้าร่วมให้บริการเดลิเวอรี่ ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการร้านอาหารอยู่ไม่น้อย วันนี้ Amarin Academy รวม 5 ปัญหาที่ต้องเจอ เมื่อร้านของคุณเข้าสู่ระบบ เดลิเวอรี่ และร้านอาหารต้องเตรียมรับมืออย่างไร   5 ปัญหา เมื่อนำร้านเข้าสู่ระบบ เดลิเวอรี่ 1. ระบบการทำบัญชี ระบบบัญชี การเงิน และกระแสเงินสดมีความสำคัญกับธุรกิจร้านอาหารมาก ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อนำร้านเข้าระบบ เดลิเวอรี่ ก็คือ การรายงานยอดขายที่ไม่ตรงกันระหว่างหน้าร้านและผู้ให้บริการ กำหนดและระบบการวางบิล การจ่ายเงินค่าคอมมิชชั่นที่ไม่สอดคล้อง ซึ่งถ้าหากต้องมีการจัดการแก้ไขทุกเดือนก็จะทำให้เสียเวลาในการบริหารจัดการอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้นก่อนการตกลงทำสัญญาเป็นพันธมิตรร่วมกับผู้ให้บริการรายใด ร้านอาหารจำเป็นต้องศึกษาระบบด้านการเงิน การบัญชี เพื่อเลือกผู้ให้บริการที่สอดคล้องกับระบบร้านของตัวเอง หรือเตรียมความพร้อมด้านระบบบัญชีหลังบ้าน เพื่อลดปัญหาในการดำเนินการให้มากที่สุด และควรคำนึงถึงการจัดการด้านภาษีจากรายได้ส่วนนี้ด้วย   2. รสชาติ และคุณภาพอาหารลดลง เมื่อนำร้านเข้าระบบเดลิเวอรี่ อีกหนึ่งปัญหาที่อาจต้องเจอ ก็คือ รสชาติและคุณภาพอาหารที่ลดลง บางร้านถึงขั้นแย่เลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการจัดส่ง หรือการบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ดีพอ ตัวอย่างเช่น กรณี […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2025 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.