5 เคล็ดลับความสำเร็จของ ยูนิโคล่ พลิกจากความผิดพลาดสู่ความสำเร็จ - Amarin Academy

5 เคล็ดลับความสำเร็จของ ยูนิโคล่ พลิกจากความผิดพลาดสู่ความสำเร็จ

5 เคล็ดลับของ ยูนิโคล่ พลิกจากความผิดพลาดสู่ความสำเร็จ

ถ้าคุณกำลังรู้สึกท้อกับการทำธุรกิจ เราอยากให้อ่านเรื่องของ ทาดาชิ ยานาอิ ประธานบริษัท ยูนิโคล่ บริษัทค้าปลีกเสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ผู้ที่เคยเกือบล้มละลาย จากการวางกลยุทธ์ทางการตลาดผิดพลาด

เขาเคยเขียนหนังสือที่ชื่อว่า “ชนะหนึ่ง แพ้เก้า” เอาไว้ ในหนังสือเผยให้รู้ว่าเขาวางแผนไว้ 10 อย่างแต่ล้มเหลวไปเสีย 9 อย่าง แต่ความสำเร็จหนึ่งเดียวนั้น ทำให้เขาก้าวไกลจนยืนหยัดเป็น ยูนิโคล่ ในทุกวันนี้…

งานที่ทาดาชิ ยานาอิ ทำอย่างมีความสุขและทำให้เขาประสบความสำเร็จ ณ วันนี้เป็นงานเดียวกับที่เขาเคยคิดว่าไม่น่าจะทำได้ โดยยานาอิมีเคล็ดลับที่อยากฝากให้คนหนุ่มสาวเป็นพิเศษ 5 ข้อ คือ

1.อย่าด่วนตีกรอบตัวเอง

ในวัยที่ชีวิตเพิ่งเริ่มต้น อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจว่าตัวเองเหมาะหรือไม่เหมาะกับงานอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ควรลองทำดูก่อน จนกว่าจะแน่ใจว่ามันไม่เหมาะกับตัวเองจริงๆ

2.จงมีความเชื่อมั่น

อย่ายอมให้ใครมาบอกคุณว่า “ทำไม่ได้” แม้คัมภีร์การตลาดฉบับมาตรฐานสอนไว้ว่า เวลาจะขายอะไรสักอย่าง เราต้องกำหนดลักษณะกลุ่มเป้าหมาย เช่น อายุ เพศ รายได้ ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ อย่างชัดเจน จะได้ผลิตสินค้าและทำการตลาดได้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

อีกเหตุผลหนึ่งคือการคิดผลิตภัณฑ์เพื่อคนทุกคนเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าจะเป็นไปได้…แต่ทาดาชิกลับคิดตรงกันข้าม เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเขาตั้งใจจะผลิตเสื้อผ้าที่คนทุกเพศทุกวัยสมใส่ได้โดยไม่ขึ้นกับยุคสมัย และเขาย้ำเสมอว่าอย่าออกแบบเสื้อผ้าให้โดดเด่นจนกลบตัวคนใส่ จะว่าไปแล้วแนวคิดนี้ก็เหมือนกับแนวคิดของสตีฟ จอบส์ ที่ออกแบบแอปเปิลให้มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ถูกใจคน (เกือบ) ทั้งโลก และจะเห็นว่ากฎทุกกฎมีข้อยกเว้นทั้งนั้น จงอย่าให้กฎเกณฑ์ใดๆ กลายมาเป็นข้อจำกัดของคน

3.คำนึงถึงคุณภาพ

แม้จะขายแต่เสื้อผ้าแบบพื้นฐานทว่าซีอีโอผู้นี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพอย่างที่สุด เขาจึงทุ่มเททรัพยากรให้กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาก เช่น ผ้าฟลีซ (fleece) ซึ่งแต่เดิมเป็นผ้าที่ใช้ในวงการกีฬาเท่านั้น เขาก็ให้ทีมพัฒนาจนมันมีเนื้อเบาลง มีหลายสีหลายแบบและเป็นสินค้าที่ใช้ทำตลาดในช่วงปีแรกๆ หรือฮีตเทค (heattech) ผ้าเนื้อบางราวกับผิวหนังชั้นที่สองแต่ให้ความอบอุ่นก็เป็นสินค้ายอดฮิตในปัจจุบัน

4.เรียนรู้จากความผิดพลาด

ทาดาชิรู้ดีว่าญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อจำกัด ส่วนตลาดนอกญี่ปุ่นนั้นมีขนาดใหญ่มาก เขาจึงพยายายามไปเปิดตลาดในต่างประเทศ ปี ค.ศ.2001 เขาได้ไปเปิดสาขาที่อังกฤษถึง 20 สาขา แต่ทว่าทั้งหมดต้องปิดตัวลงในเวลาแค่สามปี เช่นเดียวกับตอนไปบุกตลาดที่จีนและอเมริกาในปี ค.ศ.2005 ทุกสาขาต้องปิดตัวลลงภายในเวลาไม่ถึงปี ซึ่งทำให้บริษัทเกือบจะล้มละลาย แต่ในที่สุดเขาก็คิดกลยุทธ์ใหม่ คราวนี้แทนที่จะเปิดร้านเล็กๆ หลายๆ แห่ง เขาเลือกเปิดร้านที่มีขนาดใหญ่ที่เรียกว่าแฟล็กชิปสโตร์ เพื่อให้ร้านนี้ทำหน้าที่สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าในท้องถิ่นนั้นๆ

ร้านใหม่ที่นิวยอร์กสร้างขึ้นในปี ค.ศ.2006 มีขนาด 36,000 ตารางฟุต ตามมาด้วยสาขาที่ 2 และ 3 ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับ ซึ่แม้จะใหญ่โตราวกับสนามฟุตบอล แต่ทุกวันนี้ก็มีคนเดินเต็มร้าน จนเรียกได้ว่าไหล่ชนไหล่กันเลยทีเดียว

5.ใส่ใจโลกและสังคม

เขาให้นโยบายไว้ว่าบริษัทต้องให้ความสำคัญกับการกุศลและท้องถิ่นยิ่งกว่าการทำเป้าการขาย เพราะทาดาชิตั้งใจจะสร้างบริษัทของเขาให้เป็นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าบริษัทไม่ใส่ใจโลกและสังคมก่อน

หากยังสงสัยว่ามหาเศรษฐีผู้นี้ไฟแรงขนาดไหน ก็ตอบได้ว่าแม้บริษัทของเขาจะก้าวมาได้ไกลขนาดนี้ แต่ทาดาชิ ยานาอิ ก็ยังยืนยันว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ข้อมูลจาก: คิดแบบคนธรรมดาไปทำไม คิดแบบคนที่สำเร็จง่ายกว่า สำนักพิมพ์อมรินทร์

ขอบคุณภาพจาก: style-republik.com

fastretailing.com

เรื่องแนะนำ

6 ปัญหาที่ต้องระวัง  ในการนำ ร้านอาหารเข้าระบบเดลิเวอรี

6 ปัญหาที่ต้องระวัง เมื่อนำ ร้านอาหารเข้าระบบเดลิเวอรี

        การจะนำ ร้านอาหารเข้าระบบเดลิเวอรี เป็นทางเลือกกึ่งบังคับของผู้ประกอบการหลายๆท่าน ในช่วงที่มีการ Shutdown กรุงเทพฯ รวมถึงอีกหลายจังหวัดจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 การปรับตัวเข้าสู่ระบบเดลิเวอรี จึงเป็นการเพิ่มโอกาสทำยอดขายทางออนไลน์ เพื่อชดเชยกับยอดขายหน้าร้านที่ลดลง รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทางในการขายใหม่ๆให้กับลูกค้า แต่ระบบนี้ก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีเสมอไป ลองมาดูปัญหาที่ผู้ประกอบการควรระวังเพื่อไม่ให้ร้านขาดทุน!! หากต้องนำร้านอาหารเข้าร่วมให้บริการเดลิเวอรี 6 ปัญหาที่ต้องระวัง  เมื่อนำ ร้านอาหารเข้าระบบเดลิเวอรี 1. ไม่สามารถรักษาคุณภาพและรสชาติของอาหารได้         การส่งอาหารผ่านระบบเดลิเวอรี จะต้องมีการควบคุมมาตรฐานของอาหาร โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าอาหารจะต้องปรุงสุกใหม่ เนื้อสัตว์ควรผ่านกระบวนการทำอาหารที่อุณหภูมิมากกว่า 70 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงการจำหน่ายอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนในอาหาร         นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอาจจะต้องเจอกับปัญหารสชาติและคุณภาพของอาหารที่ด้อยลง ซึ่งมีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย เช่น เกิดจากระยะเวลาในการจัดส่งที่ล่าช้า หรือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับชนิดของอาหาร เช่น อาหารทอด เมื่อนำบรรจุลงกล่องที่ปิดมิดชิด จะทำให้เกิดไอน้ำควบแน่นอยู่ที่ฝากล่อง และเกิดความชื้นทำให้อาหารนั้นไม่กรอบ รสชาติและสัมผัสของอาหารจึงไม่เหมือนเดิม ทางร้านควรมีแนวทางการแก้ไข โดยอาจจะเลือกใช้กล่องที่มีรูระบายความร้อน […]

Operation ไม่ดี ส่อเค้าร้านเจ๊ง Set up ด่วน

5 ปัญหาน่าท้อใจของคนทำธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งเกิดจากระบบร้านอาหาร Operation ที่หย่อนประสิทธิภาพ ส่งผลต่อยอดขายและการเติบโต ขั้นร้ายแรงสุดอาจต้องปิดร้านก็เป็นได้ มาเช็กกันว่า ปัญหาอะไรบ้างที่ทำให้เจ้าของร้านอาหารต้องถอดใจ   Operation ไม่ดี ส่อเค้าร้านเจ๊ง Set up ด่วน 1. ลูกค้าคอมเพลนบ่อย ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหารเปลี่ยนไป ขนาดอาหารที่เสิร์ฟน้อยลง วันก่อนไปกินเสิร์ฟแบบนี้  อีกวันไปกินเสิร์ฟอีกแบบ พนักงานบริการขาดนู่น ลืมนี่ เหล่านี้เป็นคอมเพลนยอดฮิตของลูกค้าส่วนใหญ่ ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากการOperation ที่ไม่นิ่งพอ การวางระบบ Operation จึงเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมการทำงานไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เพราะไม่มีลูกค้าคนไหนอยากไปร้านที่ทำให้รู้สึกผิดหวังเป็นครั้งที่ 2   2. ขายดีนะ แต่ไม่มีกำไร น่าแปลกที่ร้านอาหารขายดี แต่ต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถจัดการกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น การวางระบบงานครัวที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการออกแบบและการวางแผนการผลิต การจัดเก็บวัตถุดิบที่ดีจะช่วยลดการสูญเสีย และเกิดการนำมาใช้เพื่อสร้างรายได้สูงสุด นอกจากนั้นยังรวมไปถึง การตรวจเช็คอาหารก่อนเสิร์ฟ การจัดการ  Recipe และ Sop เพื่อกำหนดขั้นตอนและมาตรฐานการปรุงอาหาร จะช่วยให้คุณวางแผนจัดการต้นทุน ส่งผลถึงคุณภาพอาหารที่ดี ทำให้เจ้าของร้านอาหารสามารถประเมินถึงเมนูที่ทำกำไรได้ ซึ่งการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนนั้นจะช่วยให้ไม่ประสบกับปัญหาขาดทุนจากการแบกต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น   3. […]

มือใหม่เปิดร้านอาหาร …สร้างจุดขายในโลกออนไลน์อย่างไรให้ปัง!

หากคุณเปิดร้านอาหาร และต้องการทำตลาดออนไลน์ให้สำเร็จ ก็ต้องเริ่มต้นสร้างตัวตนในใจลูกค้าให้ได้ก่อน ร้านค้าเกือบทุกร้านใช้วิธีการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และแข่งกันด้วยการทำ Content Marketing จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ร้านของคุณจะสามารถเป็นหนึ่งในร้านที่ลูกค้าเลือก มาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจ และนำไปปรับใช้กับร้านของคุณได้บ้างสำหรับ มือใหม่เปิดร้านอาหาร  มือใหม่เปิดร้านอาหาร …สร้างจุดขายในโลกออนไลน์อย่างไรให้ปัง! ทำให้….เหนือความคาดหมาย การสื่อสารที่ดีอย่างเหนือความคาดหมาย จะทำให้ลูกค้าจดจำคุณได้เพียงข้ามคืน  ยกตัวอย่างร้านอาหารเรือนจรุง ร้านอาหารไทยในจังหวัดอยุธยา สามารถรับลูกค้าได้เพียงโต๊ะเดียว การที่ลูกค้าจดจำว่าเป็นร้านที่จองยาก เป็นจุดขายที่แตกต่างก็จริง แต่ก็อาจจะทำให้ลูกค้าปัจจุบันที่ชอบความสะดวก ไม่ชอบรอนานจนถอดใจ แต่ร้านนำตรงนี้มาเป็นจุดแข็ง โดยกำหนดให้ลูกค้าอยากจะกินจริง ๆ เขียนจดหมายมาเพื่อบอกเหตุผลว่าทำไมถึงควรได้คิวที่ร้านไป การเขียนจดหมายเป็นรูปแบบวิธีการสื่อสารแบบเดิมขัดกับพฤติกรรมคนปัจจุบัน เป็นวิธีการที่เหนือความคาดหมาย แต่ยังสามารถบอกตัวตนของร้านที่เน้นการอาหารตำรับไทย ปรุงด้วยกรรมวิธีแบบเดิม ๆ อีกด้วย เห็นได้ว่า การทำให้เกิดการแชร์ Content เป็นเรื่องยากในปัจจุบัน แต่คนแชร์ที่เรื่องราวเหล่านี้ออกไปเพราะอยากแชร์ โดยไม่คำนึงว่ากำลังโฆษณาให้กับร้านนี้เลย จึงทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น   ทำให้รู้… Right Time Right Target           การสื่อสารว่าคุณเป็นร้านอาหารที่สามารถตอบความต้องการของลูกค้าในเรื่องรสชาติและบริการเป็นการสื่อสารกับลูกค้าทั่วไปที่อยากกินอาหารอยู่แล้ว มันจึงไม่เพียงพอ  การศึกษาความต้องการเชิงลึกของลูกค้าให้ได้ รู้ว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร อยากได้อะไร และสามารถนำเสนอมันได้อย่างถูกเวลา จะทำให้ลูกค้าจดจำร้านของคุณได้มากกว่า เช่น ร้านอาจจะพบว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นหัวหน้าครอบครัว […]

เทคนิค การบริหารร้าน ให้รุ่ง เจ้าของร้านควรโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง

ไม่ว่าจะเปิดร้านอะไร แน่นอนว่า คุณย่อมหวังให้ธุรกิจของคุณไปได้ด้วยดี มีกำไร แต่การที่จะทำให้ร้านขายดี ทำกำไรได้นั้น ก็ต้องมี การบริหารร้าน ที่ดีด้วย ซึ่งเจ้าของร้านควรโฟกัสที่ในเรื่องอะไรบ้าง มาดูกันครับ เทคนิคการบริหารร้านให้รุ่ง เจ้าของร้านควรโฟกัสเรื่องอะไรบ้าง กำหนดทิศทาง ตั้งเป้าหมายให้ดี ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่จะต้องมีการวางแผนเพื่อเติบโตในแต่ละปี เจ้าของร้านอาหารควรมีความชัดเจนในการกำหนดเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ให้ทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และสามารถสื่อสารความตั้งใจนั้นไปสู่ทีมงานร้านอาหารทุกฝ่ายได้  เช่น ตั้งใจให้เป็นร้านไก่ทอดที่ชนะร้านไก่ทอดชื่อดังภายใน 5  ปี โดยการขยายสาขาให้มากที่สุด  หรือเป็นร้านผักออแกนิกส์อันดับ 1 ที่มีกลยุทธ์จับมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการฟิตเนส  การโฟกัสกับ  “การสร้างภาพความสำเร็จขึ้นในใจของทีมงาน เพื่อให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะสร้างความสำเร็จนั้น” เป็นสิ่งสำคัญ ก่อนที่จะกำหนดแผนงานเพื่อให้แต่ละฝ่ายรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ของตัวเอง และคอยตรวจสอบแผนงานนั้นอยู่เสมอ มองหาโอกาส เพื่อวางแผนการเติบโต             ร้านอาหารไม่ใช่การซื้อมาขายไป แต่การทำธุรกิจร้านอาหารให้อยู่รอด ต้องมองหาช่องทางในการเติบโต ธุรกิจร้านอาหารต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อยอดขาย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกจากสภาวะการแข่งขัน หรือปัจจัยภายในที่เกิดจากการดำเนินงานของร้านเอง เจ้าของร้านอาหารที่ดีจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาร้านอาหาร ตรวจสอบข้อผิดพลาดเพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง ทำการบ้านเรื่องคู่แข่งอยู่ทุกวัน ในขณะเดียวกันก็มองหาโอกาสในการที่จะพัฒนาร้านให้พร้อมต่อการเติบโตในอนาคต วางแผนการเติบโตของพนักงานแต่ละฝ่าย             พนักงานร้านอาหารไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นทรัพยากรที่จำเป็นจะต้องส่งเสริมให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพมากที่สุด เพื่อให้พนักงานสามารถไปดูแลลูกค้าให้ดี สมกับที่นำรายได้มาให้เรา เจ้าของร้านอาหารนอกจากจะต้องรับรู้หน้าที่ของพนักงานแต่ละคนแล้ว ยังต้องวางแผนในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและเติบโตในสายงาน […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 089-208-1511 คุณ อรนิภา พรหมหิตาทร (ปาล์มมี่)
E-mail : amarin.academy@gmail.com

© COPYRIGHT 2020 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.