ทำไม Starbucks งดเสิร์ฟวิปครีมสำหรับบริการ Delivery?

ทำไม Starbucks งดเสิร์ฟวิปครีม สำหรับบริการ Delivery?

ทำไม Starbucks งดเสิร์ฟวิปครีม
สำหรับบริการ Delivery?
ถอดบทเรียน ดราม่าสั่งเครื่องดื่มผ่านแอปฯ กับวิปครีมที่หายไป

ทำไม Starbucks ถึงงดเสิร์ฟวิปครีมสำหรับบริการ Delivery ? วันก่อนได้มีประเด็นดราม่าเกี่ยวกับการเสิร์ฟวิปครีมผ่านบริการ Delivery กับร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่โดนลูกค้าคอมเพลนประมาณว่าร้านแย่มาก สั่งกาแฟใส่วิปครีมมา แต่ไม่เห็นมีวิปครีมเลย ไม่ตรงปก ไม่น่ามาขายในแพลตฟอร์ม ในขณะเดียวกันร้านก็ได้ออกมาอธิบายว่าทางร้านได้ใส่วิปครีมไปให้แล้วจริง ๆ พร้อมแนบภาพจากล้องวงจรปิดของร้าน ในขณะที่พนักงานกำลังบีบวิปครีมลงบนเครื่องดื่ม เพื่อยืนยันว่าทางร้านใส่วิปครีมไปให้แล้วจริง ๆ ซึ่งสันนิษฐานว่าวิปครีมอาจจะละลายไปในระหว่างการจัดส่ง

ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกก่อนว่าวิปปิ้งครีมที่ใช้กับเครื่องดื่ม แบ่งออก 2 ชนิด คือ วิปปิ้งครีมแท้ และวิปปิ้งครีมเทียม

 

  • Dairy Whipping Cream วิปปิ้งครีมชนิดครีมแท้ หรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า “ครีมสด” เผ็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไขมันเนยที่มาจากนมวัว 100% โดยมีไขมันเนยอยู่ที่ 30-35% มีสีออกครีมอ่อน หรือเหลืองอ่อน ๆ ค่อนข้างมีความเข้มข้น และหอมกลิ่นนมที่ชัดเจน วิปครีมชนิดนี้ไม่มีการเติมความหวานลงไป ตีให้ขึ้นฟูยาก เกิดการยุบตัว และแยกชั้นง่าย ไม่คงทนต่อสภาพอากาศ

กล่าวคือ อุณหภูมิที่สูงมีผลต่อการตีขึ้นของวิปปิ้งครีม โดยควรเก็บไว้ในอุณหภูมิที่ 2-6 °C ดังนั้นจึงไม่ควรนำออกมาวางรอ ควรนำออกมาจากตู้เย็นเมื่อจะใช้งานเท่านั้น ค่อนข้างมีอายุสั้น เสียง่าย หลังเปิดใช้งานจึงควรใช้ให้หมดภายใน 4-5 วัน โดยวิปปิ้งครีมชนิดนี้ถือว่าเป็นรสครีมที่มีรสชาติดีที่สุด เหมาะกับการนำมาทำเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรีที่ต้องแช่ตู้เย็น เช่น เครปเค้ก บานอฟฟี่ เค้กครีมสดต่างๆ

  • Non-Dairy Whipping Cream วิปปิ้งครีมเทียม เป็นวิปปิ้งครีมที่มีส่วนผสมของไขมันพืช โดยอาจจะเป็นไขมันพืช 100% หรือไขมันพืชผสมกับไขมันนม ในอัตราส่วน 1:1 มีการแต่งกลิ่น และน้ำตาลเพื่อแต่งรสชาติ มีลักษณะคงตัว ทนต่อสภาพอากาศร้อน ค่อนข้างตีขึ้นให้ฟูง่าย ไม่ค่อยยุบตัว และมีราคาที่ถูกกว่า วิปปิ้งครีมแบบ Dairy Whipping Cream


สำหรับ Starbucks ใช้วิปปิ้งครีมชนิดแรก นั่นก็คือ Dairy Whipping Cream วิปปิ้งครีมชนิดครีมแท้ ซึ่งค่อนข้างยุบตัวและแยกชั้นง่าย ไม่คงทนต่อสภาพอากาศ ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการขายที่ต้องผ่านการขนส่งอย่างการ Delivery เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่ต้องผ่านการขนส่งนั้น จะมีคุณภาพ หน้าตาต่างออกไปจากใช้บริการรับประทานที่ร้าน เพราะยังมีปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ระยะเวลาในการขนส่ง สภาพอากาศ สภาพของถนนหนทางที่ผ่าน ไปจนถึงประสิทธิภาพกล่องบรรจุอาหารและการถือของไรเดอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางแบรนด์ไม่สามารถควบคุมได้ และมันอาจส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า และภาพลักษณ์ของแบรนด์ เช่นเดียวกับที่ได้ยกตัวอย่างไปข้างต้น ทั้งนี้จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายได้ว่าทำไม Starbucks ถึงเลือกที่จะงดเสิร์ฟวิปครีมสำหรับบริการ Delivery

References: https://food.trueid.net/detail/Y9oe54LWy2mA, https://www.facebook.com/bblks/posts/6161300190563505, https://www.facebook.com/…/a.1746…/10159393759432766/…
#AmarinAcademy #ร้านอาหาร

เรื่องแนะนำ

Food Rotation Labels สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ มาตรฐานครัวสำคัญที่ร้านอาหารควรมี

Food Rotation Labels สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ มาตรฐานครัวสำคัญที่ร้านอาหารควรมี ทุกวันนี้ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับอาหารการกินในทุก ๆ ทาง นี่จึงเป็นเหตุผลชวนให้ผู้ประกอบการหันมาใส่ใจสุขลักษณะในการประกอบอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งต่อคนเสิร์ฟและคนรับประทาน ลองเปลี่ยนมาใช้ สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ กัน! . สติ๊กเกอร์บอกรายละเอียดวัตถุดิบ (Food Rotation Labels หรือบางคนอาจจะเรียกว่า Daydot) คือ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดระบบวัตถุดิบที่จะนำมาใช้ประกอบอาหาร โดยในสติกเกอร์จะมีหัวข้อให้ผู้ใช้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบนั้น ๆ เช่น วัตถุดิบคืออะไร ผลิตวันไหน หมดอายุเมื่อไหร่ และใครเป็นคนเปิดใช้ เพื่อป้องกันการนำวัตถุดิบที่ไม่ปลอดภัยมาใช้ในการบริโภค ตัวอย่างข้อมูลที่ควรมีบนสติกเกอร์ติดอาหาร: 1.ชื่อผลิตภัณฑ์ (Product) เพื่อบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์นั้น คืออะไร 2.การจัดเก็บ (Type) : มีการจัดเก็บแบบไหน เช่น แช่แข็ง (Frozen) แช่เย็น (Chiller) หรือเก็บในอุณหภูมิห้อง (Ambient) 3.วันที่ผลิต (Product Date) 4.เวลาผลิต (Production Time) 5.วันที่หมดอายุ (Expiry Date) […]

พีคไทม์ ออเดอร์แน่น! ร้านอาหารรับมืออย่างไร?

Host จัดคิว ให้เหมาะสมกับที่นั่ง การทำยอดขายขึ้นอยู่กับการจัดที่นั่ง การจัดการด้านที่นั่งให้เพียงพอกับลูกค้าตามจำนวนที่คาดการณ์ การจัดสรรที่นั่ง และรับออเดอร์ได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยลดระยะเวลาในการบริการหน้าร้าน ส่งผลให้ร้านสามารถทำรอบได้สูง ในช่วงเวลาพีคไทม์ ร้านอาหารหลายแห่งจะมีการจ้าง Host ในการรับหน้าที่ต้อนรับลูกค้า พาลูกค้าไปยังที่นั่ง แต่หากร้านของคุณเป็นร้านเล็ก ๆ ก็สามารมอบหน้าที่ให้กับหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ หรือผู้จัดการร้านอาหารในการดูแล โดยจะต้องมีทักษะในการวางแผนจัดการที่นั่ง การสื่อสารกับลูกค้า  รวมถึงประสานกับพนักงานส่วนบริการเพื่อรับหน้าที่ต่อได้เป็นอย่างดี   อุปกรณ์ วางแผนให้เหมาะกับ Turn ถ้าหากอุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกค้า อาจส่งผลโดยตรงกับประสบการณ์ในการรับบริการ การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณอาจจะคาดการณ์ได้จากจำนวนลูกค้าที่สูงสุดที่รับในช่วงพีคไทม์ ว่าจะใช้ได้กี่รอบ ยกตัวอย่าง ร้านอาหาร 40 ที่นั่ง คาดการณ์ว่าจะรับลูกค้าได้ 2 รอบในช่วงพีคไทม์ อุปกรณ์สำหรับลูกค้าจะต้องมี 80 ชุด  และคุณอาจจะบวกจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นสัก 1 เปอร์เซนต์ โดยคำนวณให้เพียงพอ ไม่ควรเผื่อการนำอุปกรณ์ที่มีอยู่ไปล้างเพื่อใช้ในช่วงเวลานี้   เตรียมอาหารให้พร้อม มีคนรอซื้อแต่ไม่มีของขาย มีขายแต่ขายช้า ลูกค้าต้องรอเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้รับลูกค้าได้น้อยรอบ  รวมถึงประสบการณ์ยอดแย่อันดับต้น ๆ ที่ลูกค้าร้านอาหารเจอและทำให้ไม่กลับไปกินร้านอาหารนั้น ๆ […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.