บางทีลูกค้าก็ให้โอกาสเราแค่ครั้งเดียว! ปัจจัยที่ต้องทำ ถ้าอยากมี "ลูกค้าประจำ"

บางทีลูกค้าก็ให้โอกาสเราแค่ครั้งเดียว! ปัจจัยที่ต้องทำ ถ้าอยากมี “ลูกค้าประจำ”

ถอดบทเรียน บางทีลูกค้าก็ให้โอกาสเราแค่ครั้งเดียว
ร้านตั้งข้อสังเกต ลูกค้าไม่กลับมาอีก เพราะร้านไม่พร้อม
ปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญถ้าอยากมี “ลูกค้าประจำ”

บางทีลูกค้าก็ให้โอกาสเราแค่ครั้งเดียว… เจ้าของร้านกาแฟร้านหนึ่งได้มาโพสต์เล่าเรื่องราวในกลุ่ม “คนบ้ากาแฟ” เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าลูกค้าที่เคยมาใช้บริการ ไม่กลับมาใช้บริการอีก โดยเขาได้ตั้งขอสงสัยว่าอาจเป็นเพราะว่าวันที่ลูกค้ากลุ่มนั้นมาใช้บริการ ทางร้านมีโต๊ะไว้บริการไม่เพียงพอ ทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจ ไม่ตอบโจทย์จึงไม่กลับมาใช้บริการอีก

โดยเขาโพสต์ว่า “บางทีลูกค้าก็ไม่ได้มีให้โอกาสเราแก้ตัวนะครับ มาครั้งแรกวันที่โต๊ะไม่พอกันนั่ง หลังจากวันนั้น ผมซื้อโต๊ะใหม่เลย ลูกค้ากลุ่มนี้ก็ไม่ได้มาอีกเลยครับ แต่ก็ขอบคุณมากๆ ครับ ที่มาในครั้งนั้น ทำให้รู้ว่าเรายังมีส่วนไหนที่ต้องปรับ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้มาอีกนะครับ เพราะตอนนี้ร้านเงียบมาก โล่งสุด พ่อค้านั่งตบยุงรอครับ ”

 

🔸ความเห็นจากชาวเน็ต💬

ซึ่งหลังจากโพสต์นี้ออกไปก็ได้มีเจ้าของร้านกาแฟรวมถึงลูกค้าต่างเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจเจ้าของร้านรายนี้กันอย่างล้นหลาม บ้างก็ตั้งข้อสังเกตว่าลูกค้ากลุ่มนั้นอาจจะเป็นลูกค้าขาจร ที่อาจจะผ่านและแวะเข้ามาใช้บริการ เช่น “เขาอาจจะแค่แวะมาแบบขาจรแล้ววันนั้นร้านคุณสวยเลยมาบรรจบที่ร้านคุณ เรื่องที่นั่งไม่แปลกหรอกค่ะ ร้านเปิดแรก ๆ ไม่มีอะไรเพอร์เฟค ใส่ใจเรื่องรสชาติของสินค้าในร้านดีกว่าค่ะ ต่อให้ไม่มีที่นั่ง ถ้าของอร่อยลูกค้าก็มาซื้อค่ะ แต่ก็ดีแล้วที่ใส่ใจปัญหาที่เกิดขึ้นและนำมาแก้ไข สู้ ๆ นะคะ ” “บางทีเป็นขาจรมาแวะค่ะ อย่าหมดหวัง ถ้าเขาผ่านมา เชื่อว่าเขาแวะแน่นอนค่ะ”

เจ้าของร้านบางคนก็ได้มาแชร์ประสบการณ์การทำร้านของตนเองว่า “เรื่องจริงครับ ผมเปิดร้านช่วงแรก ๆ คนเยอะมากมาพร้อม ๆ กัน​ แล้วที่นั่งไม่พออีกอย่างคือรอนาน​ หลังจากนั้นหายไปเลยครับ​ เสียดายโอกาสมาก ๆ ครับ” “ร้านผมก็เคยมีโต็ะแบบนี้ครับ ลูกค้ามากัน 7-8 คน นั่งประชุมงานกันตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ทั้งที่ร้านปิด 6 โมง ใช้ปลั๊กในร้านทุกปลั๊ก กินกาแฟคนละแก้ว คุยกันเสียงดังไม่สนใจลูกค้าคนอื่น มาประมาณ 2 ครั้ง ผมยกโต้ะออกเลย ก็เลยไม่มากันแล้ว”

ไปจนถึงบางคนก็ได้มาแนะนำเจ้าของร้านรายนี้ด้วย เช่น “ร้านกาแฟเก้าอี้ควรมีเบาะนุ่มนั่งสบาย​ ถ้าเอาเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ แข็ง ๆ มาให้นั่ง​ มันไม่รู้สึกผ่อนคลายอ่ะ” และบางคนก็ได้แซวขำ ๆ ว่า “ตัดปัญหาเลยครับ เปลี่ยนแนวเป็นกาแฟยืนกิน เหมือนลูกชิ้นยืนกินอะครับ” เป็นต้น

 

ซึ่งภายหลังเจ้าของร้านนี้ก็ได้มาอัปเดตเพิ่มเติมว่าขณะนี้ร้านของเขามีคนมานั่งแล้ว ไม่ต้องนั่งตบยุงแล้ว พร้อมแนบรูปที่บันทึกภาพบรรยากาศการเข้ามาใช้บริการของลูกค้ามาด้วย

📌นอกจากนี้ปัจจัยที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการร้านเราซ้ำ ๆ หรือกลายเป็นลูกค้าประจำนั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น

🔸รสชาติ😋

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะว่าถ้ารสชาติไม่ถูกปาก ก็ยากที่ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการอีก ลองจินตนาการว่าถ้าหากเราไปใช้บริการร้านอาหาร กินไปคำแรก รสชาติไม่ถูกปากเลย เราก็คงไม่อยากจะกลับไปกินรสชาติที่คิดว่าไม่ถูกปากหรอกใช่ไหมล่ะ ดังนั้นการมีมาตรฐานรสชาติและการรักษามาตรฐานนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องควบคุม ยิ่งถ้ามีลูกค้าประจำมากิน เพราะชอบในรสชาติของเรา แล้วเผอิญวันนั้นเราทำอาหารออกมารสชาติไม่เหมือนเดิม หวานไป เค็มไปอะไรก็ตาม ก็อาจจะทำให้เราเสียลูกค้าประจำคนนั้นไปได้เหมือนกัน

🔸บริการ✨

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบริการ คือหนึ่งในปัจจัยที่ลูกค้าคาดหวังสูงมาก โดยลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความ “เต็มใจ” คือ ต้องยิ้มแย้ม พร้อมบริการลูกค้าเสมอ “จริงใจ” คือ ต้องบริการดีเสมอต้นเสมอปลาย และ “ใส่ใจ” คือ เมื่อเห็นลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ ต้องรีบเข้าไปช่วยทันที ไม่ต้องรอให้ลูกค้าเรียกซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าเราทำได้ ก็จะสามารถสร้างความประทับใจและซื้อใจลูกค้าได้ในระดับหนึ่งแล้ว

🔸ความสะอาด🧽

มาตรฐานอย่างหนึ่งที่ละเลยไม่ได้เลย เพราะมีผลต่อภาพลักษณ์ของร้านและความมั่นใจในการเลือกเข้ามาใช้บริการของลูกค้ามาก ๆ ไม่ว่าจะความสะอาดของบริเวณร้าน อุปกรณ์ทำอาหาร ภาชนะใส่อาหาร โต๊ะ โดยเฉพาะสิ่งที่ลูกค้าต้องสัมผัสหรือใช้ ต้องสะอาด เพราะเราทำธุรกิจที่เกี่ยวกับของกิน ลูกค้าต้องบริโภคเข้าไป ถ้าเขาเห็นว่าร้านเราไม่สะอาดก็อาจจะมีผลต่อการรับประทานอาหารมื้อนั้น ๆ ได้ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาใช้บริการในอนาคตเช่นกัน
.
บางทีเราก็มีโอกาสบริการลูกค้าแค่ครั้งเดียว ดังนั้นพยายามทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกจะดีที่สุด เพราะ First Impression นั้นสามารถสร้างแต้มต่อให้กับธุรกิจของเราได้ กลับกันถ้าลูกค้าไม่ประทับใจตั้งแต่แรก ความหวังที่เขาจะกลับมาใช้บริการอีก ก็อาจจะน้อยมากหรือเท่ากับ “ศูนย์” เลย
.

ติดตามความรู้และข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจอาหารอีกมากมายได้ที่ www.Amarinacademy.com

เรื่องแนะนำ

รู้เทคนิค คิดราคาขาย …ร้านไม่เสี่ยงขาดทุน

สำหรับเจ้าของร้านมือใหม่ มีหลายคนถามเข้ามาหลายเรื่องในการเริ่มต้นเปิดร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ซึ่งหนึ่งในคำถามนั้นก็คือ การคิดราคาขาย ต้องคิดอย่างไร คำนวณจากอะไร ต้องเริ่มอย่างไรดี วันนี้เรามีเทคนิคการ คิดราคาขาย ให้กับร้าน ว่าต้องคำนวณจากอะไร และมีสูตรอย่างไรบ้าง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนจะ คิดราคาขาย 1 เมนู 1. ต้นทุนอาหาร การตั้งราคาอาหารต่อ 1 เมนู ให้อยู่ประมาณ 3 เท่า ของต้นทุนทั้งหมด ทั้งวัตถุดิบ ค่าจัดส่ง ค่าน้ำ ค่าไฟ  เป็นวิธีที่ร้านส่วนมากนิยมใช้ แต่วิธีนี้อาจไม่ละเอียดและไม่แม่นยำมากพอ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ค่าความสูญเสีย รวมถึงค่าวัตถุดิบที่ใช้งานจริง และในส่วนของ Yield (การหาค่าเฉลี่ยของวัตถุดิบ 1 หน่วยที่ผ่านการตัดตกแต่ง หรือหักส่วนที่สูญเสียออกเรียบร้อยแล้ว) ที่ร้านส่วนใหญ่มักไม่ได้นำมาคำนวณด้วย   2. คู่แข่ง กลยุทธ์การตั้งราคา โดยดูจากคู่แข่งของร้านอาหารประเภทเดียวกันกับคุณ จะช่วยคาดเดาได้ว่า ลูกค้ามีกำลังพร้อมจ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ แต่โดยส่วนมากจะนำมาใช้กับร้านอาหารที่สามารถแข่งขันด้านราคาได้โดยไม่กระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ และคุณภาพที่ลูกค้าจะได้รับ เช่น ร้านอาหารบุฟเฟต์ ร้านอาหารตามสั่งที่มีเมนูไม่มาก การตั้งราคาโดยคำนึงถึงคู่แข่งจึงต้องทำร่วมกับการคำนวณต้นทุนด้านอื่น ๆ […]

เปิดร้านอาหาร

มนุษย์เงินเดือน เปิดร้านอาหาร แบบไม่ต้องลาออกจากงาน

สำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังต้องทำงานหลักหรืองานประจำอยู่ อาจจะมีปัญหากับการจัดการด้านเวลาอยู่บ้าง และอีกไม่น้อยที่ยังไม่พร้อมจะลงทุนทำหน้าร้านใหญ่โต เพราะยังเป็นมือใหม่ในตลาด

ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร

ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้!

ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอร่อยหรือการตกแต่งร้านเท่านั้น แต่ต้องอาศัย “ทีมงาน” ที่ดีมีคุณภาพ ช่วยกันสร้างสรรค์ขึ้นมา เจ้าของร้านบางท่านอาจจะคิดว่าให้ทีมแบ่งงานกันทำง่ายๆ ใครว่างก็ไปช่วยคนอื่นทำต่อ แต่ถ้าจะบริหารร้านให้เป็นระบบอย่างมืออาชีพแล้ว ควรจะแบ่งงานกันอย่างไร มาศึกษาการแบ่ง  ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้! ตำแหน่งพนักงานร้านอาหาร ที่เจ้าของร้านมืออาชีพต้องรู้! ร้านอาหารแต่ละชนิดก็จะต้องการพนักงานที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยเราสามารถแบ่งประเภทพนักงานออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ พนักงานหลังร้าน และพนักงานหน้าร้าน  พนักงานหลังร้าน ความสามารถที่จำเป็นของพนักงานหลังร้านหรือในครัวนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของร้านอาหาร และความซับซ้อนของเมนูในร้าน เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด พนักงานไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในครัวมากนัก ก็สามารถประกอบอาหารได้ตามมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น คงต้องการเชฟที่มีประสบการณ์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบ ความสามารถในการใช้มีด การแล่ปลา การปั้นซูซิและทำอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ  ยิ่งเป็นร้านที่พัฒนามากขึ้น ตำแหน่งก็จะยิ่งละเอียด เพื่อความชัดเจนในหน้าที่ ลดความซ้ำซ้อนของงาน และมีโครงสร้างเหมือนกับบริษัทย่อยๆ ที่พนักงานต้องเรียนรู้ขึ้นไปเรื่อยๆ โดยตำแหน่งในครัวแบ่งย่อยได้เป็น  หัวหน้าเชฟ เป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดเบื้องหลังร้าน แค่ต้องทำอาหารได้ดียังไม่พอ แต่ต้องสามารถบริการจัดการครัวได้ด้วย ทั้งเรื่องการกระจายงานให้พนักงานในครัว ดูแลการจัดการวัตถุดิบ คำนวนต้นทุนอาหาร วางแผนและพัฒนาเมนูในร้าน   ผู้ช่วยเชฟ  มีหน้าที่ช่วยจัดการงานต่างๆ ของหัวหน้าเชฟ และดูแลครัวในกรณีที่หัวหน้าเชฟไม่อยู่ […]

ผักคะน้าคละ หรือ ผักคะน้าคัด ? เตรียมวัตถุดิบอย่างไรให้ได้จานเด็ดมัดใจลูกค้า

ผักคะน้าคละ หรือ ผักคะน้าคัด ? เตรียมวัตถุดิบอย่างไรให้ได้จานเด็ดมัดใจลูกค้า  ( SOP การเตรียมวัตถุดิบ + Portion Control = Perfect Dish ) ก่อนจะได้อาหารเลิศรสสักหนึ่งจานต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ และหากว่าร้านอาหารของคุณต้องใช้ผักคะน้าจำนวนมาก แล้วคุณกำลังหาซื้ออยู่ที่ตลาดไท คุณจะเลือกผักคะน้าคละ หรือผักคะน้าคัดดีล่ะ ? สมมติว่าราคาผักคะน้าคละ ในตลาดไท ราคากิโลกรัมละ 23 บาท ก่อนจะนำมาปรุงได้ ต้องตัดใบแก่ ใบเหี่ยว ใบเหลืองทิ้ง ไป และตัดส่วนลำต้นที่แข็งออก คุณอาจจะเหลือผักคะน้าที่ใช้จริงแค่เพียง 7 ขีดเท่านั้น เท่ากับว่าต้นทุนจะไม่ใช่ 23 บาทต่อ 1 กิโลกรัมอีกต่อไป แต่จะเป็น 33 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม   นอกจากนี้คุณยังต้องเสียเวลาไปกับการคัดแยกเอาผักคะน้าสวยๆ ออกจากกองที่คละกันอยู่อีกต่างหาก ทำให้ต้องเสียคนไปด้วยหนึ่งคนกับกระบวนการนี้ และอย่าลืมว่าวัตถุดิบ คน และเวลา […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2022 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.