5 บริการสุดห่วย ที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากมาร้านของคุณ - Amarin Academy

5 บริการสุดห่วย ที่ทำให้ลูกค้าไม่อยากมาร้านของคุณ

1.การบริการที่ทำให้รู้สึกเหมือน ‘ไม่มีตัวตน’

หนึ่งในประสบการณ์ที่ลูกค้าร้านอาหารยอมรับว่าทำให้รู้สึกแย่ ก็คือ การที่พนักงานของร้านไม่ให้ความสนใจในการบริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกล่าวต้อนรับ ลองจินตนาการระหว่างร้าน A : ซึ่งมีพนักงานต้อนรับกล่าวคำทักทาย และจัดการที่นั่งอย่างรวดเร็ว กับร้าน B: ที่ปล่อยให้ลูกค้ายืนรอ ไม่กล่าวคำทักทาย จนคุณต้องเดินเข้าไปหาที่นั่งเอง ร้านไหนที่คุณอยากเดินเข้าไปกินมากกว่ากัน การทักทายนั้นมีความสำคัญมากและเป็นด่านแรกในการสร้างความประทับใจ ซึ่งถ้าหากลูกค้ารู้สึกไม่ดีตั้งแต่เริ่มต้นก็มีแนวโน้มที่จะไม่พอใจในเรื่องอื่น ๆ ด้วย

 

2.พนักงานดูแลเหมือนเพื่อนสนิท…… จนเกินไป

          บริการดุจญาติมิตรนั้นอาจดีสำหรับธุรกิจบางประเภท แต่การบริการสำหรับธุรกิจร้านอาหารนั้นลูกค้าส่วนใหญ่มักต้องการเวลาส่วนตัว การที่พนักงานคุยเล่นกันข้ามหัวลูกค้า หรือใช้คำพูดในการบริการที่แสดงความเป็นกันเองกับลูกค้ามากจนเกินไป นอกจากจะทำให้ลูกค้ารู้สึกตะขิดตะขวงใจ ยังแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการให้บริการอีกด้วย

 

 

3.พนักงานไม่แม่นข้อมูลอาหาร และการบริการ

          ร้านอาหารอร่อยขายได้ แต่ร้านอาหารอร่อยที่ขายดีอยู่ที่พนักงานให้บริการและให้คำแนะนำเมนูต่าง ๆ ได้อย่างมืออาชีพ ลองจินตนการว่า การที่ลูกค้ามีคำถามแล้วพนักงานเสิร์ฟต้องวิ่งไปถามพ่อครัว ถามผู้จัดการ นอกจากจะทำให้การบริการสะดุดแล้ว ลูกค้าย่อมรู้สึกถึงความไม่พร้อมในการให้บริการ

หากพนักงานบริการได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน รู้จังหวะในการเข้าถึงลูกค้า การแนะนำเมนูที่เหมาะสมได้อย่างลื่นไหล สิ่งเหล่านี้จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้อย่างแน่นอน

 

4.การบริการที่สร้างความลำบากให้แก่ลูกค้า

          ในยุคนี้การอำนวยความสะดวกสำคัญไม่แพ้รสชาติอาหาร เพราะเมื่อไหร่ที่ลูกค้ารู้สึกถึงความยุ่งยากในการบริการจากร้านของคุณ เขาจะตัดสินใจไปร้านอื่นทันที ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันที่ลูกค้าส่วนพกเงินสดติดตัวน้อยลง แต่ร้านไม่สามารถจ่ายด้วยระบบ QR PAYMENTได้ การกำหนดจำนวนขั้นต่ำในการใช้บัตรเครดิตสูง ๆ  หรือแม้กระทั่งการจำกัดการสั่งอาหารบางเมนูอย่างไม่สมเหตุสมผล ล้วนแล้วแต่สร้างความรู้สึกไม่สะดวกให้กับลูกค้าได้ทั้งนั้น

 

5.ร้านอาหารที่มีรูปแบบบริการสร้างความอึดอัด

ในประเทศแถบยุโรปมีร้านอาหารที่ทำการตลาดโดยการใช้คำพูดที่หยาบคายใส่ลูกค้า แต่แทนที่ลูกค้าจะเกลียดกลับมีลูกค้ามากมายต่อคิวเพื่อลองกิน แต่ไม่ใช่ว่าทุกร้านจะประสบความสำเร็จในการสร้างจุดขายลักษณะนี้ได้ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีวัฒนธรรมแตกต่าง  ยกตัวอย่าง ร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ร้านดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ฯ ซึ่งมีข้อกำหนดการบริการกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ห้ามถ่ายรูป ห้ามขอซอสเพิ่ม ห้ามสั่งจองล่วงหน้า เมื่อเกิดการรีวิวในเชิงลบ ร้านดังกล่าวกลับแสดงจุดยืนที่จะไม่ง้อลูกค้าจนเกิดเป็นกระแสถล่มร้านในที่สุด

จากกรณีนี้จะเห็นว่าคุณอาจจะเลือกจุดขายที่สะท้อนตัวตนของคุณได้ถ้าหากคุณมีจุดแข็งในด้านรสชาติที่ดีพอ แต่ต้องเลือกวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภคเมื่อเกิดความคิดเห็นเชิงลบที่ดีด้วย อย่างไรก็ตามการสร้างจุดขายด้วยการบริการที่ดีนั้น จะช่วยให้ร้านสร้างความสำเร็จในระยะยาวได้มากกว่าอยู่ดี

นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริการอีก เช่น การคิดเซอร์วิสชาร์จ แต่ไม่ได้บริการอะไรเป็นพิเศษ การปฏิเสธการช่วยเหลือบางอย่าง เช่น การถ่ายรูปให้ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็อาจสร้างความรู้สึกติดลบให้กับร้านของคุณได้เช่นกัน

เรามักพบว่า ร้านอาหารบางร้านเมื่อขายดี มาตรฐานในการบริการกลับตกลงจนลูกค้าหนีหายไปในที่สุด ปัญหาในด้านการบริการนั้นสามารถแก้ไขและป้องกันได้ โดยการกำหนด SOP เพื่อควบคุมการบริการให้ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ควรออกกฎเพื่อให้ยึดถือปฏิบัติ และให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมพนักงานหน้าร้าน

เรื่องแนะนำ

ส่วนผสมของ SOP กับวิธีทำคู่มือ ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้

ส่วนผสมของ SOP ที่ดี และวิธีทำคู่มือมาตรฐานสำหรับร้าน อย่างง่ายๆใครก็ทำได้! ตามสัญญาจากบทความที่แล้วที่ผมได้พูดถึง เจ้า SOP (Standard Operating Procedure) หรือ “คู่มือร้านอาหาร” ว่ามันมีความสำคัญอย่างไร และ อุปสรรคของเจ้าของร้านคืออะไร .. แล้วควรมีมุมมองยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้กันไปแล้ว  วันนี้ผมขอแนะนำเรื่อง ส่วนผสมที่ดีสำหรับ SOP ว่ามีอะไรบ้าง สำหรับคนที่สนใจทำเจ้าคู่มือนี้ จะได้มี “ตัวชี้วัด” ง่ายๆ ไว้ใช้เป็น Benchmark หรือตัวเปรียบเทียบกันนะครับ…ไปดูกันเลย 1.ต้องสื่อสารอย่างเข้าใจง่าย และ เหมาะกับพนักงานทุกประเภท  เพราะไม่ใช่ทุกร้านที่จะมีโอกาสจ้างทีมงานเรียนจบมาจากสถาบันสอนทำอาหาร หรือมีประสบการณ์การทำงานร้านอาหารมาหลายปีแล้ว มาสมัครร้านเรา ส่วนใหญ่ที่ร้านผมเจอ จะเป็นญาติห่างๆ ของแม่บ้าน ,น้องๆ AEC หรือไม่ก็เป็น พาร์ทไทม์ วัยเรียน ที่อยากจะมาหาประสบการณ์กัน ร้านอาหารหลายๆ ร้านคงจะเข้าใจกับ ประโยคที่ว่า “พนักงานดีๆ หายาก” หรือ “อยู่ไม่ทน” มากที่สุด นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ “คู่มือร้านอาหาร” เหมาะกับ […]

ต้นทุนอาหารควบคุมได้ กำไรเห็น ๆ

  การกำหนดต้นทุนอาหารส่วนใหญ่จะกำหนดไม่เกิน 35-40 เปอร์เซนต์ของต้นทุนทั้งหมด โดยสูตรการคำนวณที่นิยมใช้กันคือต้นทุน เท่ากับ ยอดขาย (ราคาขาย ) คูณด้วยเปอร์เซนต์ของต้นทุน เพราะฉะนั้นถ้าเรากำหนดต้นทุนและยอดขายโดยประมาณไว้แล้ว เราก็จะได้จำนวนต้นทุนเพื่อควบคุมไว้ให้ไม่เกิน ยกตัวอย่าง ยอดขาย 90,000 คูณด้วย 35 เปอร์เซนต์ เท่ากับต้นทุนต้องไม่เกิน 31,500  บาท เป็นต้น ระบบการควบคุมต้นทุนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ควรทำควบคู่กับระบบการจัดทำ Recipe  เพื่อกำหนดราคาขาย  และการกำหนด SOP เพื่อจัดการเมนูอาหาร   การจัดทำ  recipe เพื่อลงรายละเอียดของวัตถุดิบ   การจัดทำ recipe นั้นจะช่วยให้เรากำหนดราคาขายที่เหมาะสม ประเมินงบประมาณจัดซื้อวัตถุดิบ และยังช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบ ยกตัวอย่าง ดังนั้น ข้าวไข่ข้นกุ้งเมนูนี้ จึงมีต้นทุนอยู่ที่ 14.4 % หากขายที่ราคา 90  บาท นอกจากนี้ การคำนวณวัตถุดิบควรลงละเอียดในเรื่องของ yield  (การหาค่าเฉลี่ยวัตถุดิบ) ลงไปด้วยเพื่อการกำหนดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของการจัดทำ Recipe […]

ทำร้านอาหารให้น่าประทับใจ

8 เทคนิค ทำร้านอาหารให้น่าประทับใจ

เปิดร้านอาหารทั้งที ก็อยากทำให้ดีที่สุด แต่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าชื่นชอบและประทับใจในทุกๆ ด้าน วันนี้เรามี 10 เทคนิค ทำร้านอาหารให้น่าประทับใจ มาแนะนำ

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2024 Amarin Corporations Public Company Limited.