ร้านฮิตสนั่นโซเชียล เจ้าของสูงวัย ทำอย่างไรได้ใจวัยรุ่น - Amarin Academy

ร้านฮิตสนั่นโซเชียล เจ้าของสูงวัย ทำอย่างไรได้ใจวัยรุ่น

ร้านฮิตสนั่นโซเชียล เจ้าของสูงวัย ทำอย่างไรได้ใจวัยรุ่น

ร้านอาหารดังในตำนานหลายร้าน กำลังส่งต่อให้ลูกหลาน Gen ใหม่บริหารต่อ ในอีกด้านหนึ่ง มีคนวัยเกษียณที่ยังมีไฟ เพิ่งเริ่มมาเปิดร้านอาหาร หรือร้านกาแฟเป็นของตัวเอง นอกจากทลายข้อจำกัดของวัยแล้ว ‘ความสูงวัยแต่ใจยังได้’ กลายมาเป็นจุดเด่น ที่ทำให้ร้านเหล่านี้เข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่มอีกด้วย

1. ร้าน Mobidrip x Mother Roaster

 

คอนเซปต์ร้านกาแฟแบบ Slow Bar มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายชนิด อาจดูไม่แตกต่างจากร้านกาแฟหลายแห่งในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ทำให้ร้านกาแฟ Mobidrip x Mother Roaster มีลูกค้าเวียนไปอุดหนุนไม่ขาดสาย เป็นเพราะร้านกาแฟแห่งนี้มีบาริสต้าเป็นคุณป้าวัย 70 ปี แทนที่จะเป็นบาริสต้าหนุ่ม สาวอย่างที่เราพบเห็นได้โดยทั่วไป

          ร้านกาแฟ Mobidrip x Mother Roaster เกิดจากแรงบันดาลใจของคุณป้าพิณ ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นทุนเดิมประกอบกับมีลูกชายที่มีความรู้ในด้านกาแฟและมักพาคุณแม่ไปดื่มกาแฟร้านใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ จึงมีความคิดที่อยากจะเปิดร้านขายกาแฟเป็นของตัวเองดูบ้างในวัย 70  ปี  โดยเริ่มต้นจากการออกบูธขายระยะสั้นซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  ก่อนตัดสินใจเปิดหน้าร้านเพื่อที่จะสามารถขายได้ตลอดเวลา  ร้านกาแฟรูปแบบ Stand Alone จึงเกิดขึ้น บนถนนมหาพฤฒารามย่านประวัติศาสตร์ที่สามารถเข้าถึงทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ คนวัยเก่าและนักท่องเที่ยวได้

โดยปกติ เราอาจคุ้นเคยกับร้านกาแฟโบราณ ที่มีคนขายเป็นคนรุ่นคุณลุง คุณป้าอยู่แล้ว แต่ภาพของคุณป้าวัยเกษียณกับเครื่องชงกาแฟแบบ Rok Presso ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้แรงพอสมควรในการใช้งาน กลายเป็นสิ่งที่จุดชนวนความสนใจ ทำให้ร้านมีลูกค้าพร้อมใจเดินทางไปชิมฝีมือของคุณป้าภายในระยะเวลาข้ามคืนเมื่อภาพได้ถูกแชร์ออกไปในโลกโซเชียล

ถึงแม้ลูกค้าจะถูกดึงดูดจากภาพของบาริสต้าวัยเก๋า จนอยากที่จะมาสัมผัสกับตัวเองให้ได้สักครั้ง แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจ ก็คือ  passion ของคุณป้าที่มีให้กับการทำร้านกาแฟอย่างเต็มเปี่ยมต่างหาก เริ่มตั้งแต่การเรียนรู้ในศาสตร์การชงกาแฟเพื่อให้ตนเองมีความเข้าใจในธุรกิจที่ทำเป็นอย่างดีไม่แพ้คนอ่อนวัยกว่า ทั้งการเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่ว การเบลนด์ การดริปด้วยตัวเอง คุณป้าจึงสามารถแนะนำ พูดคุย เรื่องเมล็ดกาแฟที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของร้านกาแฟ ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ร้าน Mobidrip x Mother Roaster จึงไม่ได้ขายแค่กาแฟ แต่เป็นการขายประสบการณ์ร่วมระหว่างบาริสต้าวัย 70 คนนี้กับลูกค้าด้วย

ในขณะเดียวกัน ภาพรวมของธุรกิจร้านกาแฟเองมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาชีพบาริสต้าก็เป็นอาชีพที่มองว่าคนสูงวัยสามารถทำได้เอง  ภาครัฐและภาคเอกชนเองจึงมีการฝึกอบรมอาชีพบาริสต้าให้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงวัย แน่นอนว่าต่อจากนี้จะมีร้านกาแฟที่มีบาริสต้าวัยเก๋าเพิ่มขึ้นในคอนเซปต์ที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน

 

กุญแจความสำเร็จ  : อายุไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเริ่มต้นความฝัน  ความรู้จริงในสิ่งที่ตัวเองทำคือสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากร้านมีจุดขายที่แตกต่างแล้ว การเลือกทำเลที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้านั้นก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน

 

Credit photo :FB:  Mobidrip x Mother Roaster

 

2.ร้านข้าวกล่องอาม่า

 

  

 

          การจับพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่รักความสะดวก ทำให้ธุรกิจข้าวกล่องเดลิเวอรี่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของข้าวกล่องออนไลน์ ที่ชื่อข้าวกล่องอาม่าเจ้านี้  คือ อาม่ารัตนา อภิเดชากุลวัย 74  ปี ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้คิดเมนูอาหารและปรุงอาหาร โดยมีหลานชายคุณไบรท์ พิชญุตม์ ทำหน้าที่ดูแลการตลาดและการขายทั้งหมด

จุดเด่นของข้าวกล่องอาม่า นอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการในด้านความสะดวกให้แก่ลูกค้าในยุคปัจจุบันแล้ว  รูปแบบเมนูที่มีให้เลือกมากกว่า 120 เมนู ที่เน้นคุณภาพ ความอร่อย หลากหลาย ภายใต้สโลแกน ‘ทำให้หลานมันกิน’  ยังสามารถสร้างแบรนด์ที่ชัดเจนขึ้นในใจของผู้บริโภค จากการเปิดตัวในวันแรก ๆ มีจำนวนออเดอร์ไม่กี่กล่อง จนกระทั่งปัจจุบันมีออร์เดอร์เป็นหลักพัน จนต้องพัฒนาเว็บไซต์เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสั่งซื้อ จัดส่ง  และขยายการบริการในรูปแบบแคทเทอริ่ง รองรับการจัดส่งจำนวนมาก และต่อยอดการเติบโตในธุรกิจด้านอาหารอื่น ๆ อีกในอนาคต

 

กุญแจความสำเร็จ :  ความสะดวก และการพัฒนาแบรนด์สินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ อาม่าผู้ซึ่งคิดค้นและปรุงเมนูต่าง ๆ ด้วยตัวเองสร้างความหลากหลายให้กับตัวสินค้า ไม่ได้เป็นเพียงข้าวกล่องที่น่าเบื่อเมนูซ้ำ ๆ การปรุงอาหารด้วยตนเองเป็นการการันตีถึงคุณภาพ และรสชาติของอาหาร ผนวกกับการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ส่งเสริมให้ทำการตลาดและขายได้ง่ายขึ้น

 

Credit photo :FB:  amarbox

 

3.ร้านก๋วยเตี๋ยวแม่บังอร

 

          ป้าบังอร ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เลือกจะเปิดร้านอาหาร แทนที่จะใช้ชีวิตวัยเกษียณอยู่ที่บ้านกับงานอดิเรกที่ชอบอย่างคนอื่นทั่วไป

          ร้านก๋วยเตี๋ยวแม่บังอร เน้นเสิร์ฟอาหารไทยจานเดียวตำรับโบราณ แต่เสิร์ฟในรูปแบบสมัยใหม่ เตะตา มีเมนูเด็ดหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นผัดไท ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ หมี่กรอบโบราณ ซึ่งนอกจากคุณป้าจะลงมือในการคัดวัตถุดิบ การปรุง เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นแบบฉบับแล้ว ยังทำหน้าที่ในการบริหารการจัดการหน้าร้านด้วยตนเอง สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ดึงดูดลูกค้าที่ผ่านไปมาคือ การที่คุณป้าออกมาเรียกและต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง

ด้วยทำเลที่ตั้งในย่านราชพฤกษ์ และบางใหญ่ ประกอบกับรูปแบบอาหาร ร้านจึงดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัว และกลุ่มผู้สูงวัยที่นิยมการรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นหลัก แต่ร้านได้รับความนิยมผ่านการทำการตลาดแบบออนไลน์ ซึ่งเกิดจากการจับกระแสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มาทำการโปรโมท และมีการนำเสนอเมนูใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ก๋วยเตี๋ยวแม่บังอร จึงเป็นร้านของคนสูงวัย ที่สามารถสร้างมูลค่าให้กับร้านได้จากเมนูที่เป็นต้นตำรับ แต่นำเสนอบรรยากาศ และเข้าถึงลูกค้ากลุ่มปัจจุบันด้วยวิธีที่ทันสมัย

 

กุญแจสำคัญ : การสร้างจุดแข็งทางด้านรสชาติ คิดถึงอาหารรสมือแม่ คิดถึงแม่บังอร การทำการตลาดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมถึงการให้บริการที่เจ้าของลงมือทำด้วยตัวเองก็เป็นการสร้างความน่าสนใจ ให้เกิดการตลาดแบบบอกต่ออีกด้วย  

 

Credit photo :IG :  ก๋วยเตี๋ยวแม่บังอร

 


 

               การทำร้านอาหาร ยังมีอีกหลายเรื่องราว หลายขั้นตอนที่เจ้าของร้านควรรู้ ดังนั้น ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง กับงานใหญ่ส่งท้ายปี  Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  งานครบรอบ 3 ปีของ Amarin Academy กับการรวมตัวของเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหารกว่า 150 ร้าน พร้อมโอกาสการสร้าง Connection กับร้านชื่อดังต่างๆมากมาย อีกทั้งยังรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายแขนงที่จะมาอัพเดทเทรนด์ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น วิเคราะห์พฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า / งานดีไซน์ร้านสุดเจ๋ง / กลยุทธ์เรียกลูกค้าเข้าร้านสไตส์ Influencer ชื่อดัง ปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วมพูดคุยกับเหล่ากูรูและเจ้าของร้านผู้มากประสบการณ์ในบรรยากาศเป็นกันเอง ซึ่งงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562

 

สมัครเข้าร่วมงาน Amarin Academy 3rd Anniversary : Food Trend Connect  คลิก!!

Amarin Academy

เรื่องแนะนำ

ปั้น พนักงานร้านอาหาร

ปั้น พนักงานร้านอาหาร ให้บริการลูกค้าเหมือนเจ้าของร้าน

ทำยังไงให้พนักงานบริการดี ? เรารวบรวมเทคนิคดีๆ จากการสัมภาษณ์เจ้าของร้านอาหาร ที่ใช้ในการ  ปั้น พนักงานร้านอาหาร ให้บริการดี เหมือนที่เราบริการลูกค้าเองมาฝาก

ถ้าตัดสินใจลุยต่อ! สิ่งที่ต้องทำคืออะไรบ้าง? ในวันที่ขายได้แค่ “ซื้อกลับบ้าน”

ถ้าตัดสินใจลุยต่อ! สิ่งที่ต้องทำคืออะไรบ้าง? ในวันที่ขายได้แค่ “ ซื้อกลับบ้าน ” วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ดูจะไม่หายไปง่าย ๆ ถ้านับจากตอนระบาดใหม่ ๆ ก็กินเวลามาเป็นปี ๆ ทั่วโลกได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการก็ต่างอยู่ในจุดที่ต้องกอดเงินที่มีอยู่ไว้ให้แน่น  ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ประกอบการควรมีการวางแผนการเงินในระยะยาวให้ธุรกิจของคุณยังคงไปต่อได้ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจในช่วงวิกฤต ลองมาดูสิ่งที่ต้องทำในวันที่ขายได้แค่ “สั่งกลับบ้าน” 1.ประเมินความพร้อม: จากบทเรียนการระบาดครั้งก่อน ร้านที่ได้ลองทำเดลิเวอรีแล้วก็พอจะเห็นสถิติและพอประเมินได้ว่า ถ้าต้องเปลี่ยนมาขายแบบซื้อกลับเป็นหลัก ร้านจะมีรายได้เท่าไหร่ พอสำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือไม่ ถ้าประเมินแล้วคิดว่ารายได้โอเค สู้ไหว เปิดแล้วทำให้ร้านพอมีรายได้เข้าบ้างก็ไปข้อต่อไป 2.ต่อรองประนอมหนี้: “รายได้ลดลง รายจ่ายเท่าเดิม” สิ่งต่อมาที่ผู้ประกอบการต้องทำ คือ ลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนให้ได้มากที่สุด ให้ตัวเบาที่สุด โดยทำการพูดคุยตกลงกับเจ้าของที่เพื่อขอลดค่าเช่า หรือขอแบ่งเบาภาระหนี้สินกับธนาคาร อย่างน้อย 1 – 2 เดือน เพื่อลดรายจ่ายเท่าที่เป็นไปได้ 3.เอายังไงกับพนักงาน: แม้ร้านจะไม่เปิดให้บริการนั่งทานในร้าน แต่การจ่ายค่าจ้างพนักงานยังคงอยู่ ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการทำได้ คือ พยายามลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานให้ลดลง โดยการประเมินงานที่ต้องทำในแต่ละวันก่อนว่าร้านเราน่าจะใช้คนเท่าไหร่ ถ้าใช้คนน้อยให้ลองใช้วิธีแบ่งกะเวลาการทำงาน สลับเวลากันมาทำ แต่ต้องคุยกับพนักงานให้ชัดว่า ช่วงนี้อาจจะให้ค่าตอบแทนได้น้อยลง แต่อย่างน้อยก็มีงานทำอยู่ พร้อมทั้งวางแผนการทำงานให้ […]

ผู้จัดการมือใหม่

เคล็ดลับการจัดการร้านอาหาร  ผู้จัดการมือใหม่ ต้องรู้!

เคล็ดลับการจัดการร้านอาหาร ผู้จัดการมือใหม่ ต้องรู้! การจัดการร้านอาหารเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ผู้ประกอบบางรายเลือกที่จะดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง หรือบางรายก็จ้างผู้จัดการร้านเพื่อแบ่งเบาภาระต่างๆ แม้ว่าเงินเดือนของผู้จัดการร้านจะค่อนข้างสูง แต่ก็มาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและความคาดหวังที่สูงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมต้นทุน ยอดขายและกำไรของร้านอาหารให้เป็นไปตามเป้าหมาย วางแผนสั่งวัตถุดิบเข้าร้านให้เหมาะสมกับยอดขาย คอยดูแลมาตรฐานการทำงานของพนักงาน จัดตำแหน่งงานและตารางเวลาให้เหมาะสม ดูแลความเรียบร้อยภายในร้าน แก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ จัดประชุมวางแผนงาน แผนการตลาด และประสานงานกับฝ่ายต่างๆ    สรุปข้อมูลการขาย รายงานปัญหาต่างๆ แก่ผู้บริหาร  รวมถึงหน้าที่อื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของร้าน จะเห็นได้ว่าบทบาทหน้าที่ของ ผู้จัดการร้าน นั้นสำคัญมาก หากคุณเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือผู้จัดการร้านอาหาร เคล็ดลับเหล่านี้อาจจะช่วยพัฒนาทักษะการบริหารจัดการร้านของคุณได้ คือ   มีความหนักแน่น  ปัญหาในร้านอาหารมีได้ทุกวันโดยไม่ซ้ำอย่าง สิ่งที่ผู้จัดการสามารถทำได้ในสถานการณ์เฉพาะหน้าคือ การใช้ความหนักแน่นในการคิดหาวิธีแก้ปัญหา โดยต้องคำนึงถึงในเรื่องต่างๆดังนี้ จะพูดคุยสื่อสารอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะรักษากฎของร้านไว้ ผลลัพธ์ที่คาดหวังคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านลูกค้าหรือพนักงาน คุณจะต้องคิดแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ สื่อสารอย่างมีเหตุผลและเหมาะสม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้จัดการ และได้รับการยอมรับจากทีมงาน ทำให้พนักงานทำงานที่มีความกดดันสูงในร้านอาหารได้โดยไม่ลาออกง่ายๆ  การจัดการเชิงรุก ในธุรกิจร้านอาหารที่มีการแข่งขันสูง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิดล่วงหน้าและจัดการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาในภายหลัง ดังนั้น การวางแผนงานในร้านจะต้องไม่มองแค่ในปัจจุบัน […]

ผักคะน้าคละ หรือ ผักคะน้าคัด ? เตรียมวัตถุดิบอย่างไรให้ได้จานเด็ดมัดใจลูกค้า

ผักคะน้าคละ หรือ ผักคะน้าคัด ? เตรียมวัตถุดิบอย่างไรให้ได้จานเด็ดมัดใจลูกค้า  ( SOP การเตรียมวัตถุดิบ + Portion Control = Perfect Dish ) ก่อนจะได้อาหารเลิศรสสักหนึ่งจานต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ และหากว่าร้านอาหารของคุณต้องใช้ผักคะน้าจำนวนมาก แล้วคุณกำลังหาซื้ออยู่ที่ตลาดไท คุณจะเลือกผักคะน้าคละ หรือผักคะน้าคัดดีล่ะ ? สมมติว่าราคาผักคะน้าคละ ในตลาดไท ราคากิโลกรัมละ 23 บาท ก่อนจะนำมาปรุงได้ ต้องตัดใบแก่ ใบเหี่ยว ใบเหลืองทิ้ง ไป และตัดส่วนลำต้นที่แข็งออก คุณอาจจะเหลือผักคะน้าที่ใช้จริงแค่เพียง 7 ขีดเท่านั้น เท่ากับว่าต้นทุนจะไม่ใช่ 23 บาทต่อ 1 กิโลกรัมอีกต่อไป แต่จะเป็น 33 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม   นอกจากนี้คุณยังต้องเสียเวลาไปกับการคัดแยกเอาผักคะน้าสวยๆ ออกจากกองที่คละกันอยู่อีกต่างหาก ทำให้ต้องเสียคนไปด้วยหนึ่งคนกับกระบวนการนี้ และอย่าลืมว่าวัตถุดิบ คน และเวลา […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-685-7066
E-mail : waraporn_tu@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2021 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.