มนุษย์เงินเดือน เปิดร้านอาหาร แบบไม่ต้องลาออกจากงาน - Amarin Academy

มนุษย์เงินเดือน เปิดร้านอาหาร แบบไม่ต้องลาออกจากงาน

มนุษย์เงินเดือน เปิดร้านอาหาร แบบไม่ต้องลาออกจากงาน

สำหรับคนที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังต้องทำงานหลักหรืองานประจำอยู่ อาจจะมีปัญหากับการจัดการด้านเวลาอยู่บ้าง และอีกไม่น้อยที่ยังไม่พร้อมจะลงทุนทำหน้าร้านใหญ่โต เพราะยังเป็นมือใหม่ในตลาด อย่างไรก็ตามด้วยช่องทางการขายที่หลากหลาย ทำให้ความฝันของมนุษย์เงินเดือนที่จะ เปิดร้านอาหาร เป็นของตัวเองเป็นเรื่องไม่ยากอีกต่อไป เพียงแต่คุณต้องกำหนดคอนเซ็ปต์และเลือกประเภทร้านอาหารที่เหมาะสมกับตัวคุณเองให้เจอก่อนเริ่มลงมือทำ

Delivery:

ตอนนี้ใครๆ ก็นิยมสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ธุรกิจร้านอาหารแบบ Delivery ถือว่ามาแรง ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านและสามารถทำตามออร์เดอร์ล่วงหน้าได้ โดยการใช้เครื่องมือสื่อสารออนไลน์เข้ามาช่วย เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มเข้ามาในธุรกิจร้านอาหารแต่อาจไม่มีทุนมากหรืออาจจะทำงานประจำไปด้วย

เพียงแค่คุณเปิดเพจใน Facebook หรือ Instagram อัพโหลดรูปอาหาร พร้อมราคา และค่าจัดส่ง เท่านี้ก็เปิดร้านอาหารได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ร้าน เจคิวปูม้านิ่ง, ร้านดีเจภูมิ เมนู, ร้าน My Little Boss  Baby Food อาหารเด็ก ระดับพรีเมี่ยม ส่งตรงถึงบ้าน ฯลฯ

ขายตลาดนัด (ตอนเย็น):

การทำร้านประเภทนี้เหมาะกับคนที่สามารถจัดสรรเวลาจากงานประจำได้ เพราะการขายของตลาดนัดนั้นต้องมีเวลาในการตระเตรียมก่อนการขายและเก็บร้านหลังจากขายเสร็จ อย่างไรก็ตามการขายของตลาดนัดเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายมากพอๆ กับแรงใจ แต่มีข้อดีตรงที่สามารถมองเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนว่าได้กำไรเท่าไหร่ต่อวัน และถ้าหากร้านของคุณได้รับความนิยมก็อาจเกิดการบอกต่อ ทำให้มีกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนมาไม่ขาดสาย พร้อมกันนั้นก็ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าได้ด้วย

ก่อนเปิดร้านอาหารในตลาดนัด คุณต้องทำการบ้านหลายๆ ด้าน ทั้งการสำรวจทั้งทำเลที่ตั้ง เวลาเปิด-ปิด (โดยประมาณ) ความหนาแน่นของชุมชน และร้านค้าภายในตลาดว่ามีใครขายอะไรอยู่ก่อนแล้วบ้าง  เพื่อที่จะได้ประเมินความเหมาะสมก่อนเลือกเช่าแผงในตลาดนั้นๆ

Food truck:

ร้านอาหารชั่วคราวหรือร้านอาหารเคลื่อนที่ ซึ่งอาจใช้รถบรรทุกขนาดเล็กเป็นครัวและเป็นหน้าร้านไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่ ไม่ต้องเลือกทำเล ไม่ต้องมีพนักงานมาก แถมยังสามารถเคลื่อนย้ายร้านไปตามสถานที่ต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากใช้งบประมาณไม่สูงนัก ไม่ต้องจ้างพนักงาน ไม่ต้องเสียค่าบริหารจัดการอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น

ร้านอาหารประเภท Food truck เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นในธุรกิจร้านอาหาร แต่อาจจะยังไม่พร้อมในเรื่องของเงินทุน หรือยังไม่แน่ใจว่าคอนเซ็ปต์ที่คิดไว้จะตอบโจทย์ตลาดหรือเปล่า โดยข้อจำกัดของร้านอาหารประเภทนี้คือ จะไม่มีลูกค้าประจำ เพราะจำเป็นต้องย้ายสถานที่ไปเรื่อยๆ และไม่สามารถขายได้ทุกวัน ทำให้รายได้ไม่มีความแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น ร้าน Mother Trucker Burger, ร้าน Pizza Aroy ฯลฯ

Pop-up store:

การออกร้านตามงานเทศกาลเฉพาะกิจต่างๆ มักมีช่วงระยะเวลาในการเปิดร้านไม่นานนัก หากคุณมีแบรนด์ร้านอาหารเป็นของตัวเองอยู่แล้ว Pop-up store เป็นช่องทางที่ดีในการแนะนำแบรนด์คุณให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพราะงานแฟร์ใหญ่ๆ มักจัดขึ้นในทำเลทองและดึงดูดคนให้มางานจากทั่วสารทิศ แต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องคำนึงถึงคือแบรนด์คุณต้องมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากพอ โดยคุณอย่าลืมว่าในงานแฟร์แบบนี้จะเป็นแหล่งรวมของร้านอื่นๆ อีกมากมายเช่นกัน

เรื่องแนะนำ

ผักคะน้าคละ หรือ ผักคะน้าคัด ? เตรียมวัตถุดิบอย่างไรให้ได้จานเด็ดมัดใจลูกค้า

ผักคะน้าคละ หรือ ผักคะน้าคัด ? เตรียมวัตถุดิบอย่างไรให้ได้จานเด็ดมัดใจลูกค้า  ( SOP การเตรียมวัตถุดิบ + Portion Control = Perfect Dish ) ก่อนจะได้อาหารเลิศรสสักหนึ่งจานต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ และหากว่าร้านอาหารของคุณต้องใช้ผักคะน้าจำนวนมาก แล้วคุณกำลังหาซื้ออยู่ที่ตลาดไท คุณจะเลือกผักคะน้าคละ หรือผักคะน้าคัดดีล่ะ ? สมมติว่าราคาผักคะน้าคละ ในตลาดไท ราคากิโลกรัมละ 23 บาท ก่อนจะนำมาปรุงได้ ต้องตัดใบแก่ ใบเหี่ยว ใบเหลืองทิ้ง ไป และตัดส่วนลำต้นที่แข็งออก คุณอาจจะเหลือผักคะน้าที่ใช้จริงแค่เพียง 7 ขีดเท่านั้น เท่ากับว่าต้นทุนจะไม่ใช่ 23 บาทต่อ 1 กิโลกรัมอีกต่อไป แต่จะเป็น 33 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม   นอกจากนี้คุณยังต้องเสียเวลาไปกับการคัดแยกเอาผักคะน้าสวยๆ ออกจากกองที่คละกันอยู่อีกต่างหาก ทำให้ต้องเสียคนไปด้วยหนึ่งคนกับกระบวนการนี้ และอย่าลืมว่าวัตถุดิบ คน และเวลา […]

เบื้องหลัง การทำร้านกาแฟ กับดักที่คุณอาจจะไม่เคยรู้

ปัจจุบันร้านกาแฟกลายเป็นสินค้าที่ขายไลฟ์สไตล์มากกว่าแค่เครื่องดื่ม ลูกค้าจึงต้องการมากกว่ารสชาติ แต่ต้องการประสบการณ์การดื่มที่ดีด้วย ไม่ว่าคุณจะ ทำร้านกาแฟ ร้านเล็กๆ หรือร้านกาแฟที่ติดตลาดมีลูกค้าขาประจำ ก็อาจพลาดท่าเสียทีกับดักเหล่านี้ได้เหมือนกัน มาดูกันว่า อะไรบ้างที่ทำให้ร้านกาแฟไม่โตได้อย่างที่หวัง เบื้องหลังการ ทำร้านกาแฟ กับดักคุณที่อาจจะไม่เคยรู้ กับดัก…ลูกค้า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดกรณีเจ้าของร้านกาแฟไล่ลูกค้า เนื่องจากลูกค้านั่งนาน ทำให้เกิดความเห็นแตกต่างกันจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายที่โทษลูกค้าว่าเอาเปรียบร้าน และอีกฝ่ายที่โทษร้านว่าใจแคบและโต้ตอบกับลูกค้าเกินกว่าเหตุ คำถามคือ คุณจะทำอย่างไรหากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นกับร้านของคุณ คำตอบก็คือ การบริหารจัดการลูกค้า ที่ทำให้หลายร้านติดกับดัก.. ในความเป็นจริงเราไม่สามารถกำหนดว่า ลูกค้าต้องซื้อเครื่องดื่มขั้นต่ำเท่าไหร่ นั่งได้ครั้งละกี่ชั่วโมงเสมอไป โดยเฉพาะร้านกาแฟดี ๆ ย่อมหลีกเลี่ยงกรณีแบบนี้ได้ยาก แต่คุณสามารถทำได้ 3 อย่าง คือ       1. การเรียนรู้พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร       2. การออกแบบการบริการที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น       3 .การจัดการเมื่อเกิดปัญหาด้านบริการ  เพราะฉะนั้นในกรณีที่ลูกค้ากลุ่มหลัก เป็นกลุ่มที่มาใช้ร้านกาแฟเพื่อนั่งทำงานระยะเวลา 2-3 […]

เริ่มทำธุรกิจ

คำถามสำคัญที่คุณควรถามเมื่อ เริ่มทำธุรกิจ

สำหรับคนที่กำลัง เริ่มทำธุรกิจ คงมีหลายเรื่องให้ต้องคิดมากมายใช่ไหมครับ แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมขายของสิ่งเดียวกัน บางร้านถึงขายดีกว่าอีกร้านหนึ่ง?

พีคไทม์ ออเดอร์แน่น! ร้านอาหารรับมืออย่างไร?

Host จัดคิว ให้เหมาะสมกับที่นั่ง การทำยอดขายขึ้นอยู่กับการจัดที่นั่ง การจัดการด้านที่นั่งให้เพียงพอกับลูกค้าตามจำนวนที่คาดการณ์ การจัดสรรที่นั่ง และรับออเดอร์ได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยลดระยะเวลาในการบริการหน้าร้าน ส่งผลให้ร้านสามารถทำรอบได้สูง ในช่วงเวลาพีคไทม์ ร้านอาหารหลายแห่งจะมีการจ้าง Host ในการรับหน้าที่ต้อนรับลูกค้า พาลูกค้าไปยังที่นั่ง แต่หากร้านของคุณเป็นร้านเล็ก ๆ ก็สามารมอบหน้าที่ให้กับหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ หรือผู้จัดการร้านอาหารในการดูแล โดยจะต้องมีทักษะในการวางแผนจัดการที่นั่ง การสื่อสารกับลูกค้า  รวมถึงประสานกับพนักงานส่วนบริการเพื่อรับหน้าที่ต่อได้เป็นอย่างดี   อุปกรณ์ วางแผนให้เหมาะกับ Turn ถ้าหากอุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกค้า อาจส่งผลโดยตรงกับประสบการณ์ในการรับบริการ การเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณอาจจะคาดการณ์ได้จากจำนวนลูกค้าที่สูงสุดที่รับในช่วงพีคไทม์ ว่าจะใช้ได้กี่รอบ ยกตัวอย่าง ร้านอาหาร 40 ที่นั่ง คาดการณ์ว่าจะรับลูกค้าได้ 2 รอบในช่วงพีคไทม์ อุปกรณ์สำหรับลูกค้าจะต้องมี 80 ชุด  และคุณอาจจะบวกจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นสัก 1 เปอร์เซนต์ โดยคำนวณให้เพียงพอ ไม่ควรเผื่อการนำอุปกรณ์ที่มีอยู่ไปล้างเพื่อใช้ในช่วงเวลานี้   เตรียมอาหารให้พร้อม มีคนรอซื้อแต่ไม่มีของขาย มีขายแต่ขายช้า ลูกค้าต้องรอเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้รับลูกค้าได้น้อยรอบ  รวมถึงประสบการณ์ยอดแย่อันดับต้น ๆ ที่ลูกค้าร้านอาหารเจอและทำให้ไม่กลับไปกินร้านอาหารนั้น ๆ […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.