เทคนิคทำ Food Delivery อย่างไรให้ปัง

ทุกวันนี้การเพิ่มช่องทางการขายอย่างการให้บริการส่งอาหาร Delivery อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่จะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จและมัดใจลูกค้าให้อยากกลับมาใช้บริการซ้ำได้นั้น เรื่องนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่เจ้าของธุรกิจต้องคำนึงถึง ลองมาดูวิธีการทำ Food Delivery ให้ปังด้วยเทคนิคทั้ง 5 ข้อนี้กันครับ

1.รู้จักลูกค้า

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้บริการเดลิเวอรี่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจหลายคนมองเห็นถึงช่องว่างในการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า และในบางร้านทำไปเพื่อรักษาโอกาสในการขาย (หากร้านนั้นมีคนต่อคิวยาว จนเป็นเหตุให้ลูกค้ารู้สึกเสียเวลาและไม่สะดวก) จึงใช้วิธีจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ควบคู่ไปกับการเปิดหน้าร้าน ด้วยเหตุนี้การศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการรู้ถึงช่วงเวลา ประเภทอาหารที่พวกเขาสั่งซื้อ ปริมาณในการสั่งแต่ละครั้ง ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนเพื่อดำเนินการธุรกิจต่อไปได้

2.โปรโมทและโปรโมชั่น

เมื่อคุณต้องการโปรโมทธุรกิจอาหารของตัวเอง สิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจคือการเลือกใช้ช่องทางที่เหมาะสมในการโปรโมท คงจะไม่มีประโยชน์อะไร หากร้านคุณมีเมนูอาหารน่ากินหลากหลายเมนู แต่มีคนเข้าถึงข้อมูลร้านอาหารของคุณจำนวนน้อยเพียงหยิบมือเดียว ทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ล้วนมีส่วนช่วยเพิ่มการตระหนักรู้ในข้อนี้ได้ คุณสามารถสร้างการรับรู้โดยทั่วไปผ่านเว็บไซต์และเพจของร้าน แล้วเลือกยิงโปรโมชั่น ที่น่าดึงดูดใจเข้าสู่มือถือของกลุ่มลูกค้าผ่าน Line@ อาจนำเสนออาหารจานพิเศษ เฉพาะเมื่อสั่งซื้อแบบเดลิเวอรี่เท่านั้น หรือมอบโปรโมชั่นส่งฟรี เมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 500 บาท เพื่อดึงดูดใจให้เขาอยากจะสั่งอาหารในทันที

 

3.มั่นใจว่าเมนูน่าสนใจ

ขั้นต่อไปหลังมีช่องทางการโปรโมทที่เหมาะสมแล้ว คือการนำเสนอเมนูให้น่าสนใจ ในราคาที่คุ้มค่าผ่านสื่อที่มีอยู่ในมือ เรื่องภาพถ่ายของอาหารจึงมีส่วนสำคัญในข้อนี้ เดี๋ยวนี้เพียงคุณมีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ก็สามารถถ่ายภาพแบบมือโปรได้แล้ว ลองศึกษาวิธีการจัดองค์ประกอบของภาพให้ดูสวยน่ากิน คำนึงเรื่องแสง องค์ประกอบของภาพ เทคนิคหน้าชัดหลังเบลอ การจัดวาง ฯลฯ ก่อนลงมือถ่ายภาพในหลายๆ มุมมอง เพื่อนำภาพถ่ายนั้นมาใช้ในการโปรโมทร้านอาหาร เพียงแค่คนได้เห็นภาพก็อาจเกิดอาการหิว จนอยากโทรสั่งอาหารจากร้านคุณก็เป็นได้

 

4.รักษามาตรฐาน

แม้ว่าลูกค้าพอจะรู้แล้วว่าการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ อาหารที่ได้รับอาจไม่ได้มีหน้าตาสวยงาม หรือสดใหม่เหมือนนั่งกินที่ร้าน แต่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานของอาหารที่จัดส่ง ให้คงคุณภาพเหมือนกับที่เสิร์ฟหน้าร้านให้ได้มากที่สุด อาจเริ่มจากการคัดเลือกหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่มีดีไซน์สวยงาม ไปพร้อมๆ กับมีความแข็งแรงทนทานมากพอที่จะคงสภาพอาหารของร้านคุณให้มีความสดใหม่เหมือนเพิ่งออกจากเตา

5.มองหาพันธมิตร

หากคุณเป็นมือใหม่ในการส่งเดลิเวอรี่และยังไม่พร้อมรับมือกับกระบวนการทุกอย่าง ตั้งแต่รับออเดอร์ รับโทรศัพท์หลายสายจากลูกค้า หรือต้องจัดหาพาหนะเพื่อใช้ในการส่งสินค้า ในขณะที่ยังต้องวุ่นวายกับการบริหารจัดการร้านในส่วนอื่นๆ การเลือกใช้บริษัทรับขนส่งสินค้าและอาหารจากสื่อกลาง จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Lineman Lalamove Foodpanda ฯลฯ ก็ช่วยให้การรับออร์เดอร์มีระบบที่ชัดเจนและแม่นยำ โดยเกิดข้อผิดพลาดหรือการตกหล่นได้น้อย แถมหากร้านของคุณยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก ก็ยังได้ใช้ช่องทางจากเว็บไซต์ของสื่อกลาง ในการประชาสัมพันธ์ร้านได้ในอีกช่องทางหนึ่งด้วย

 

ทั้งนี้คุณต้องไม่ลืมว่าหัวใจของการส่งอาหารผ่านระบบ Delivery นั้นคือ ใหม่ สด และรวดเร็ว

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แนวคิดสำคัญช่วยให้ ธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็ก เติบโต

5 เมนูเด็ด ไม่อยากตกเทรนด์ ต้องเพิ่มในเมนู!

หลักสูตรเปิดร้านอาหาร...ไม่ให้เจ๊ง (Restaurant Feasibility Study) รุ่นที่ 4

  • เรียนจากกูรูตัวจริง ทดลองทำจริง ไม่ขาดทุน
  • ตอบโจทย์ทุกเรื่องที่คนทำร้านอาหารต้องรู้
  • ช่วยให้วางแผนทำร้านได้อย่างเป็นระบบ
  • ยินดีเป็นที่ปรึกษาให้จนกว่าจะเปิดร้านได้จริง!
  • เหมาะกับทั้งผู้ที่กำลังวางแผนเปิดร้านอาหาร และเจ้าของร้านที่ต้องการพัฒนาระบบหรือขยายสาขา

ระยะเวลาอบรม : 2 วัน วันที่ 17-18 ก.ค. 61
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย! http://amarinacademy.com/2578/course/2578/

SHARE
เราคือพื้นที่รวบรวมความรู้และเรื่องราวจากประสบการณ์จริง ของผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจร้านอาหาร พร้อมที่จะมา "สอนคุณให้เป็นมวย" สมัครสมาชิกวันนี้ เพื่อรับข้อมูลฟรีเกี่ยวกับการจัดการร้านอาหาร