5 เมนูเด็ด ไม่อยากตกเทรนด์ ต้องเพิ่มในเมนู! - Amarin Academy

5 เมนูเด็ด ไม่อยากตกเทรนด์ ต้องเพิ่มในเมนู!

5 เมนูเด็ด ไม่อยากตกเทรนด์ ต้องเพิ่มในเมนู!

อย่างที่ทราบกันว่าทุกวันนี้เทรนด์อาหารสุขภาพกำลังมาแรงมาก ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอเมนูสุขภาพเต็มไปหมด กลายเป็นโอกาสของร้านอาหาร ถ้าหากคุณปรับตัวทัน และครีเอทเมนูใหม่ๆ ออกมารองรับความต้องการผู้บริโภคได้ตรงจุด ก็มีโอกาสเพิ่มยอดขายได้ง่ายๆ อย่างนั้นมาดูกันกว่าว่า 5 เมนูเด็ด ที่ว่านั้น มีอะไรบ้าง

1.เมนูไร้คาร์โบไฮเดรต หรือใช้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแทน

เทรนด์นี้ถือว่ากำลังมาแรงในหมู่ผู้บริโภค โดยเมนูไร้คาร์โบไฮเดรตนั้น คือการใช้วัตถุดิบอื่นแทนวัตถุดิบที่ทำมาจากแป้ง เช่น การใช้ผักบางชนิดแทนอาหารจำพวกเส้น เป็นต้น โดยร้านอาหารที่อยากเพิ่มเมนูเพื่อตอบรับเทรนด์นี้ ก็อาจใช้วิธีครีเอทเมนูใหม่หรือปรับเมนูเดิมเล็กน้อย เช่น ลองใช้แครอทหั่นฝอยแทนเส้นสปาเกตตี้ ใช้ใบกระหล่ำแทนขนมปังเบอร์เกอร์ เป็นต้น

หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน จำพวก ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต เมล็ดพืช ธัญพืช เผือก มัน เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร ก็ถือว่าเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพเช่นกัน

2.เมนูมังสวิรัสและวีแกน (Vegan)

หลายคนคงคุ้นเคยกับอาหารมังสวิรัสเป็นอย่างดี วันนี้เราเลยขออธิบายเมนูวีแกนเป็นหลัก ทั้งนี้วีแกน คือการรับประทานอาหารมังสวิรัติประเภทหนึ่ง แต่เคร่งครัดมากกว่า โดยนอกจากจะไม่บริโภคเนื้อสัตว์แล้ว ยังงดบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นนม เนย ชีส ไข่ น้ำผึ้ง ยีสต์ และเจลาติน

เห็นข้อห้ามมากมายเจ้าของร้านอาจกุมขมับ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถสร้างสรรค์เมนูเหล่านี้ได้ง่ายๆ โดยใช้ธัญพืช เต้าหู้ ผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลักแทน เช่น เมนูสเต๊กเต้าหู้ สลัดธัญพืช เป็นต้น

3.เมนูไร้น้ำตาล

อย่างที่ทราบว่าทุกวันนี้หลายๆ ฝ่ายพยายามรณรงค์ให้ลดการบริโภคน้ำตาล เพราะเป็นต้นเหตุของสารพัดโรค ร้านอาหารก็ควรปรับตัวด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมนูเครื่องดื่มหรือของหวาน ที่อาจเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคด้วยการใช้วัตถุดิบแทนความหวานอื่นๆ เช่น หญ้าหวาน เป็นต้น โดยอาจลองปรับเพียงบางเมนู หรือเพิ่มเป็น Option ให้ผู้บริโภคเลือกได้ว่าอยากใส่น้ำตาลตามปกติ หรือใช้หญ้าหวานแทนก็ได้

4.เมนูโปรตีนสูง

เมนูนี้ถือว่าเอาใจคนรักการออกกำลังกาย เพราะกระแสการบริโภคโปรตีนกำลังมาแรง สังเกตจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มักโฆษณาว่า เสริมโปรตีนมากว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นนม เครื่องดื่ม หรือแม้แต่ขนม โดยร้านอาหารของเราก็สามารถนำมาปรับเป็นเมนูใหม่ได้เช่นกัน เช่น สเต๊กอกไก่ย่าง สลัดแซลมอนย่าง สลัดไข่ต้ม เป็นต้น

5.เมนูออร์แกนิค

อาหารออร์แกนิคถือเป็นเมนูที่พลาดไม่ได้ แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะสูงกว่าทั่วไป แต่ก็ถือเป็นราคาที่ผู้บริโภคเข้าใจและยอมรับได้อยู่แล้ว ฉะนั้นหากจะเพิ่มในเมนู เป็นทางเลือกก็ไม่น่าจะมีปัญหา โดยอาจเพิ่มเป็นเมนูง่ายๆ ใช้วัตถุดิบไม่มาก เช่น ยำผลไม้ออร์แกนิค สลัดผัก เป็นต้น

5 เมนูที่ว่ามานี้ ร้านอาหารเห็นแล้วอาจกังวลว่าจะต้องคิดเมนูอีกมากมาย (กลัวว่าจะวุ่นวาย) แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถเลือกเมนูเพียงบางประเภทที่คิดว่าเหมาะกับร้านของตนเอง และคิดเมนูเพิ่มประเภทละ 2-3 เมนูก็พอ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสการขายให้ร้านของคุณ

ทั้งนี้เมนูใหม่ๆ ที่คิดขึ้นนั้น ควรเป็นเมนูที่ไม่จำเป็นต้องซื้อหาวัตถุดิบเพิ่มเติมมากนัก แต่ควรนำวัตถุดิบที่ร้านของคุณจำเป็นต้องใช้ในเมนูอื่นๆ อยู่แล้ว มาประยุกต์ใช้เป็นหลัก เพื่อลดภาระต้นทุน เพราะเมนูเหล่านี้เป็นเพียงเมนูทางเลือกเท่านั้น หากจำเป็นต้องสั่งวัตถุดิบมาจำนวนมากแล้วขายไม่หมดขึ้นมา จะกลายเป็นปัญหาตามมาในภายหลัง

เรื่องแนะนำ

คู่แข่งร้านอาหาร

Marketing Collaboration สร้างพันธมิตรจาก คู่แข่งร้านอาหาร

“Marketing Collaboration”  สร้างพันธมิตรจาก คู่แข่งร้านอาหาร ในช่วงหลายปีมานี้ ถือเป็นยุคแห่งการ Collaboration หรือการจับมือกันของธุรกิจอาหาร เราจะเห็นหลาย ๆ แบรนด์สร้างสินค้าหรือโปรโมชั่นใหม่ร่วมกัน ทำให้เกิดความแปลกใหม่ในวงการธุรกิจอาหารมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างพันธมิตรจาก คู่แข่งร้านอาหาร ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างธุรกิจอาหารนี้ มีประโยชน์มากมาย ดังนี้ สร้างความน่าสนใจและให้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับผู้บริโภค ปลุกกระแสทางการตลาดให้เป็นไวรัล และได้รับการพูดถึงในวงกว้าง แลกเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าระหว่างแบรนด์ ขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ลดการแข่งขัน และเพิ่มพันธมิตรทางการค้า ทำให้แบรนด์ดูทันสมัย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่มากขึ้น ใช้จุดแข็งของพาร์นเนอร์มาชดเชยจุดอ่อนของแบรนด์ตัวเอง   เหล่านี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่กำลังมาแรงทีเดียว กับการสร้างพันธมิตรจาก คู่แข่งร้านอาหาร เราลองมาดูตัวอย่างความร่วมมือในธุรกิจอาหารที่น่าสนใจกัน ว่ามีแบรนด์ไหน จับมือกับแบรนด์ไหนบ้าง   4 Case Study: เปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้าร้านอาหาร Bar B Q Plaza X Pizza Hut ในปีที่ผ่านมา บาร์บีคิวพลาซ่าและพิซซ่าฮัท ได้จัดแคมเปญและออกเมนูฟิวชั่นร่วมกัน โดยทางร้านบาร์บีคิวพลาซ่าจะมีเมนูหมูที่เสิร์ฟแบบใหม่บนถาดพิซซ่า เครื่องเคียงแบบพิซซ่าและน้ำจิ้มใหม่ ส่วนร้านพิซซ่าฮัท ก็มีพิซซ่าหน้าหมูบาร์บิกอนในซอสใหม่ เป็นการรวมจุดเด่นของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกัน สร้างความตื่นเต้นแก่ลูกค้า และเกิดเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียในช่วงนั้นได้  […]

ทำเลไม่ดี

เจ้าของร้านอ่านเลย! แชร์ 7 วิธี ทำเลไม่ดี ทำอย่างไรให้ขายดี

การจะเปิดร้านอาหาร ใครๆ ก็คงอยากจะได้ทำเลที่ดี หรือทำเลทองจริงไหมครับ เพราะหากเลือกทำเลในการเปิดร้านได้ดี ร้านของคุณก็มีโอกาสที่จะขายได้ หรือเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากกว่า แต่ก็ใช่ว่าทุกร้านจะได้ทำเลดีที่ต้องการเสมอไป ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ที่ทำให้ร้านของคุณต้องไปอยู่ในทำเลที่ไม่ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าอยู่ในทำเลไม่ดีแล้วคุณจะไม่มีทางออก มีเจ้าของร้านหลายรายที่ประสบความสำเร็จได้แม้จะอยู่ในทำเลที่ไม่ดี วันนี้เราเลยขอแชร์ 7 วิธี ทำเลไม่ดี ทำอย่างไรให้ขายดี มาดูกันครับ แชร์ 7 วิธี ทำเลไม่ดี ทำอย่างไรให้ขายดี วิธีที่ 1 ทำป้ายโฆษณาให้คนรู้จัก แม้วิธีนี้จะดูเป็นวิธีที่ค่อนข้างเก่า ดั้งเดิม แต่ก็ยังคงใช้ได้อยู่ เพราะหากร้านคุณอยู่ในทำเลที่ไม่ดี ไม่มีคนเดินผ่าน ก็ทำให้ไม่มีใครเห็นร้านคุณ อย่างน้อยก็ควรมีป้ายโฆษณาเพื่อบอกว่าพิกัดร้านคุณอยู่ที่ไหน อาจจะทำป้ายแนะนำร้านแล้วนำไปวางไว้ในจุดที่มีผู้คนสัญจรไปมา เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสที่จะเดินทางเข้ามาที่ร้านได้อย่างง่ายขึ้น และเริ่มรู้จักร้านของคุณ แต่การใช้วิธีนี้ เจ้าของร้านอาจจะต้องวางแผนในการทำป้ายโฆษณาด้วย ไม่ว่าจะเป็นใบปลิว แผ่นพับ หรือป้ายโฆษณา เพื่อช่วยควบคุมเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่าย   วิธีที่ 2 กระตุ้นยอดขาย ด้วยโปรโมชั่น การจัดโปรโมชั่นในกรณีนี้ หวังผลให้ลูกค้าได้เห็นและได้รู้จักทำเลที่ตั้งของร้าน โดยอาจใช้ส่วนลดเป็นแรงจูงใจในการเข้ามาที่ร้าน แต่ทั้งนี้การจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย เพื่อดึงลูกค้าไม่ควรใช้บ่อยจนเกินไป เพราะจะเป็นการลดทอนคุณค่าร้านของคุณ และทำให้ลูกค้าสนใจร้านคุณแค่ช่วงมีโปรโมชั่นเท่านั้น แต่แนะนำให้ใช้วิธีนี้เป็นใบเบิกทางไปสู่วิธีการอื่น ๆ ให้คนได้รู้จักร้านของคุณมากขึ้น […]

ยอดขายร้านอาหาร

จิตวิทยาการตลาด เพิ่ม ยอดขายร้านอาหาร ด้วย “เทคนิค FOMO”

        ในยุคที่ร้านอาหารถูกบังคับให้ต้องพึ่งพาระบบเดลิเวอรี การตลาดออนไลน์จึงยิ่งมีการแข่งขันสูงขึ้น โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้าซื้ออาหารจากร้านของตัวเอง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ คือการสร้างโฆษณาที่น่าสนใจ แต่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ลองมาศึกษาหลักจิตวิทยาการตลาด ที่จะช่วยเพิ่ม ยอดขายร้านอาหาร ของคุณด้วยเทคนิค FOMO ครับ หลักจิตวิทยาการตลาด: เทคนิค FOMO  ช่วยเพิ่ม ยอดขายร้านอาหาร         FOMO เป็นคำย่อมาจาก Fear Of Missing Out ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดจากทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่า “ไม่อยากพลาดโอกาส” เช่น กลัวจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษที่มีจำกัด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เป็นการเลือกจากความรู้สึกในตอนนั้นมากกว่าการใช้เหตุผล และทำให้เกิดความพอใจที่ซื้อได้ทันเวลา รู้สึกคุ้มค่า เหมือนเวลาที่เผลอซื้อสินค้าช่วง Flash Sales แม้จะไม่จำเป็นนั่นแหละ หรือแม้แต่การกด Like เพจที่รวมโปรโมชันอาหารต่างๆ ในเฟสบุ๊ก เพราะไม่มีใครอยากพลาดโอกาสกันหรอกครับ          จะเห็นว่าหลักจิตวิทยาแบบนี้พบได้จริงในชีวิตประจำวัน และเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย  รวมถึงช่องทางออนไลน์ก็สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ได้ โดยที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก ผู้ประกอบการร้านอาหารในยุคนี้ […]

ปิ๊งไอเดียธุรกิจ

ปิ๊งไอเดียธุรกิจ ใน 4 สเต็ป

เมื่อคิดอยากจะทำอะไรสักอย่าง อย่ามัวแต่นั่งรอโอกาสให้ผ่านเข้ามา แต่คุณต้องสวมวิญญาณนักสืบ คอยเสาะหาไอเดีย แรงบันดาลใจ ระดมความคิด คิดและหาข้อมูลอย่างหนัก เตรียมความพร้อมก่อนจะกระโดดเข้าสู่สังเวียนธุรกิจจริง

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.