Uwajima สดจริง สะอาดจริง ได้มาตรฐานญี่ปุ่น! - Amarin Academy

Uwajima สดจริง สะอาดจริง ได้มาตรฐานญี่ปุ่น!

Uwajima สดจริง สะอาดจริง ได้มาตรฐานญี่ปุ่น!

สำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นคงทราบดีว่า หัวใจสำคัญของร้านอาหารญี่ปุ่นคือ วัตถุดิบต้องสดใหม่ ได้คุณภาพ แต่การจะเสิร์ฟทุกเมนูให้มีมาตรฐานเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการจัดการวัตถุดิบมีความซับซ้อน วันนี้ คุณแฝง รุณใจ ผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่นในเครืออิมแพ็ค ผู้คร่ำวอดในวงการอาหารมานานกว่า 20 ปี (บุกเบิกทั้งโอ ปองแปง เปปเปอร์ลันช์ ทรูคอฟฟี่ มารุกาเมะฯลฯ ) จะมาเปิดเผยเคล็ดลับ การจัดการวัตถุดิบให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าประเทศญี่ปุ่นได้ทราบกัน

Uwajima เมืองขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด

ร้าน Uwajima (อุวะจิมะ) เกิดขึ้นจากความร่วมมือของเครืออิมแพ็คกับทาง Tsubohachi (สึโบฮาจิ) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้นำแฟรนไชน์ร้านสึโบฮาจิ มาเปิดในประเทศไทยและประสบความสำเร็จค่อนข้างมากมาแล้ว โดยร้านนี้เราวางคอนเสปต์ว่าอยากได้ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้บรรยากาศสบายๆ อยู่ริมทะเลสาบ ให้คนได้มานั่งพักผ่อน จึงเกิดเป็นร้านอุวะจิมะขึ้น ซึ่งอุวะจิมะเป็นชื่อเมืองแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่อง อาหารทะเล เพราะคนในเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวประมง จึงทำให้เมืองแห่งนี้ กลายเป็นแหล่งอาหารทะเลแหล่งใหญ่ ที่กระจายวัตถุดิบสดๆ สู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น

ควบคุมมาตรฐานด้วยระบบของชาวญี่ปุ่นแท้ๆ

ข้อดีของการมีเพื่อนคู่คิดเป็นชาวญี่ปุ่นมีหลายด้าน ข้อแรกคือ เราจะได้วัตถุดิบที่พิเศษกว่าร้านอื่นๆ เขาจะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบดีๆ ให้เรา ฉะนั้นวัตถุดิบบางชนิดที่คู่แข่งไม่มีขาย หรืออาจจะมีแค่บางช่วงของปี เราจะมีขายตลอดทั้งปีเลย เช่น ปูทาราบะ ปูขน เป็นต้น หรือปลาแซลมอนเรานำเข้าแบบสดๆ ไม่ใช่ Frozen ส่งจากประเทศญี่ปุ่นวันศุกร์ วันอังคารก็ถึงมือเราแล้ว ฉะนั้นวัตถุดิบที่เป็นอาหารทะเล หรือของสดทุกชนิด ลูกค้าจึงมั่นใจได้เลยว่าสดจริง และส่งตรงจากญี่ปุ่นจริงๆ

ข้อสองคือ เขาจะเป็นผู้ช่วยวางแผนการบริหารจัดการขั้นตอนการทำงานต่างๆ ภายในร้านให้เป็นระบบและเข้มแข็ง มีคู่มือการบริการ เริ่มตั้งแต่ลูกค้าก้าวเข้าร้านต้องทำอย่างไร ต้องพูดอย่างไร พนักงานในครัวต้องทำงานอย่างไร โดยก่อนที่พนักงานจะได้เริ่มงานจริงต้องผ่านการเทรนด์อย่างน้อย 1 เดือน และทุกเมนูของเรา เชฟชาวญี่ปุ่นจะเป็นผู้สร้างสรรค์ทั้งหมด จึงมั่นใจได้เลยว่าเมนูเป็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

ข้อสามคือ การตรวจสอบคุณภาพ เรามีการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มข้นมาก โดยมีการตรวจสอบถึง 2 ขั้นตอน ขั้นแรก เราจะใช้การจ้าง Mystery Shopper เป็นผู้ตรวจสอบ (Mystery Shopper คือลูกค้าที่มาใช้บริการเพื่อประเมินการบริการโดยไม่เปิดเผยตัว โดยได้รับการฝึกอบรมจนมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบบริการ รวมถึงภาพรวมในร้านค้า) ขั้นที่ 2 ทางสึโบฮาจิ ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นผู้ดูแลอีกขั้นหนึ่ง เราต้องส่งตัวอย่างอาหารไปตรวจเช็คแบคทีเรียทุกๆ 3 เดือน เพื่อตรวจสอบว่าร้านอาหารของเรามีการจัดการที่ได้มาตรฐานหรือไม่ เมื่อมีการตรวจที่เข้มข้นมากๆ เราจึงต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดเป็นอันดับหนึ่ง อุปกรณ์ที่ใช้ปรุงหรือเสิร์ฟอาหาร ต้องผ่านน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดพิเศษ การแต่งกายของพนักงานต้องสะอาด เรียบร้อย เราเคร่งครัดกับเรื่องความสะอาดมากๆ ลูกค้ามั่นใจได้เลยว่ากินแล้วไม่มีปัญหาแน่นอน

รังสรรค์เมนูจากเชฟชาวญี่ปุ่น

เมนู signature ของร้านมี 3 รายการ คือ อุวะจิมะ บานญ่า คาวด้า (Uwajima Bangna Ca’uda) ผักสด เช่น พริกยักษ์ แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศราชินี หัวไชเท้าญี่ปุ่น แครอท ฯลฯ เย็นฉ่ำ รับประทานคู่กับน้ำสลัดสไตล์ฟิวชั่นผสมวัตถุดิบจากญี่ปุ่นและน้ำสลัดบานญ่า คาวด้า ถัดมาคือ ซี่โครงหมูย่างซอสมิโสะ (Legent of Miso Yaki) ซี่โครงหมูหมักซอสมิโสะ โรยด้วยพริกไทยดำเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง คือ มันฝรั่งบด ไข่กับมายองเนส  และน้ำสลัดงาขาว สุดท้าย ชุดซูชิเรนโบว์ (Rainbow Sushi) ประกอบด้วยซูชิและซาชิมิ 6 อย่าง ได้แก่ แซลมอนซาชิมิ, เอ็นงาวะบอล, แซลมอนบอล,แคลิฟอร์เนียโรล, ซูชิปลาทูน่า

วัตถุดิบพรีเมี่ยม เจาะกลุ่มลูกค้า B+

กลุ่มลูกค้าที่เรามองไว้อยู่ในระดับ B+ เพราะมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง โดยกลุ่มหลักที่เราต้องการคือ ผู้ที่อยู่อาศัยในละแวกเมืองทองธานี รองลงมาคือผู้ที่มาร่วมงานประชุมใหญ่ๆ และกลุ่ม Exhibitor ที่มาร่วมจัดงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะพักในโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อิมแพคฯ

เราโปรโมทร้านทั้งทาง offline คือป้ายบอกทาง ซึ่งมีทุกถนนในอิมแพค และตามโรงแรมที่ลูกค้าพักก็จะมีป้ายบอกทางมาที่นี่อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังโปรโมททาง online คือเฟซบุ๊กด้วย

เทรนด์พนักงาน เทรนด์เชฟ เพื่อพัฒนาร้านและแก้ไขปัญหา

ปัญหาที่ร้านเราเจอบ่อยๆ คือ ลูกค้าไม่ค่อยคุ้นเคยกับเมนูเท่าไร เพราะว่าเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ฉะนั้นพนักงานต้องอธิบายลูกค้าอย่างละเอียดว่า อาหารแต่ละจานใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง มีวิธีการปรุงอย่างไร และการที่พนักงานจะอธิบายลูกค้าได้ชัดเจนนั้น ทุกคนจะต้องรู้วิธีทำ และได้ลองชิมอาหารทุกจานว่ารสชาติเป็นอย่างไร จุดเด่นอยู่ตรงไหน เมื่อลูกค้าสงสัยเขาจะได้เล่าประสบการณ์ตรงของตัวเองให้ฟังได้เลย เพราะถ้าเอาแต่ฟังเชฟพูด ไม่เคยชิม เขาจะอธิบายไม่ได้เลย

ปัญหาถัดมาคือ เชฟมักมีการหมุนเวียนเปลี่ยนงานบ่อย ทำให้งานสะดุด ฉะนั้นเราต้องพยายามรักษาคนกลุ่มนี้ให้ได้ โดยสิ่งที่เราวางแผนไว้คือ อาจจะส่งเชฟคนไทยไปเรียนที่ญี่ปุ่น เมื่อเขากลับมา นอกจากมาเป็นเฮดเชฟแล้ว ยังมาเป็นครูสอนเชฟคนอื่นๆ และเป็นคนควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบร้านอาหารอื่นๆ ในเครือด้วย ว่าสิ่งที่เขาสอนไปเป็นไปตามมาตรฐานหรือเปล่า

“ลูกค้าเดิมต้องเก็บ ลูกค้าใหม่ต้องมา” หัวใจสำคัญของการทำร้านอาหาร

ทุกวันนี้การทำร้านอาหารมีการแข่งขันสูงมาก สิ่งที่เราทำได้คือต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมให้ได้ ต้องเอาให้อยู่ เราคิดเสมอว่าเมื่อลูกค้าเข้าร้านมาแล้ว เขาต้องเดินออกไปด้วยรอยยิ้ม ถ้าลูกค้าคนไหนมีปัญหา ผู้จัดการร้านต้องเข้าไปดูแลทันที นอกจากนี้ เรายังต้องหาฐานลูกค้าใหม่ควบคู่กันไป โดยฝ่ายการตลาดจะเป็นผู้ดูแลในส่วนนี้

ฉะนั้นสรุปง่ายๆ คือ ลูกค้าเดิมต้องเก็บ ลูกค้าใหม่ต้องเข้า และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ คือหัวใจสำคัญของร้านอาหาร

มือใหม่ร้านอาหาร ต้องวางระบบให้เป็น

สำหรับคนที่อยากเปิดร้านอาหาร สิ่งสำคัญที่คุณต้องรู้คือเรื่องการวางระบบงานและการวางแผน คุณต้องคิดต้นทุนอาหารให้เป็น ต้องวางตำแหน่งแบรนด์ของตัวเองได้ กำหนดกลุ่มลูกค้าให้ตรงจุด และคิดเมนูเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนั้นๆ และที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่อง Operation หรือพนักงานที่อยู่ในระดับปฏิบัติงาน ต้องมีการสร้างระบบการทำงานให้ดี ได้มาตรฐาน เพราะเขาคือคนที่ต้องเจอกับลูกค้าโดยตรง ลูกค้าจะพอใจหรือไม่พอใจก็ขึ้นอยู่กับคนกลุ่มนี้

ไม่ว่าการตลาดจะทำแคปเปญดีแค่ไหน ถ้าการบริการไม่ตอบสนอง ร้านก็ไปไม่ได้ ฉะนั้นผมมองว่า Operation ต้องเป็นตัวนำ แล้วการทำงานส่วนอื่นๆ คอยสนับสนุนข้างหลัง

นี่คือหลักการบริหารงานร้านอาหาร จากผู้บริหารร้านอาหารมืออาชีพ แม้ร้านอาหารของหลายๆ คน จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น หรือมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่เชื่อว่าบทเรียนที่ได้ในครั้งนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับร้านอาหารของเพื่อนๆ ได้แน่นอน

เรื่องแนะนำ

เสวย

ถอดเคล็ดลับ “เสวย” จากรุ่นสู่รุ่น รีแบรนด์ใหม่อย่างไร ให้ปัง!

” เสวย ” ร้านอาหารไทยที่เปิดมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ปี 1972 เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ร้านอาหารไทยที่เก่าแก่ร้านหนึ่ง และยังเป็นร้านอาหารที่ได้รับ ตราสัญลักษณ์ Thai Select จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมอบให้แก่ร้านอาหารที่มีคุณภาพดีเยี่ยม และเป็นร้านที่ขายอาหารไทยต้นตำรับคุณภาพดี เป็นการบ่งชี้ว่าได้มาตรฐานอาหารไทย ตามแบบวิธีการปรุงอาหารไทย ใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารไทย  ซึ่งร้านเสวย เปิดมายาวนานกว่าสี่สิบปี แบรนด์ที่เก่าแก่นี้ได้ถูกส่งไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง คุณตาม พีรพงศ์ ดาวพิเศษ ด้วยอายุของแบรนด์ รวมถึงกลุ่มลูกค้าเดิมที่อายุเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลาที่ต้องจับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และรีแบรนด์ใหม่ เสวย จะมีวิธีอย่างไร ที่ทำให้ร้านปังยิ่งขึ้น   “ เสวย ” จากรุ่นสู่รุ่น รีแบรนด์ใหม่อย่างไร ให้ปัง! คุณตาม พีรพงศ์ เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้ว นับจากวันที่เริ่มเข้ามาบริหารร้านเสวย การรับช่วงต่อจากรุ่นคุณพ่อ ที่ร้านเป็นที่รู้จักแล้ว ไม่ได้หมายความว่าการเข้ามาบริหารในรุ่นที่ 2 นี้ เส้นทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป “ช่วงแรกที่เข้ามาบริหาร เรียกว่าขาดทุนย่อยยับก็ว่าได้ พอของไม่สดผมทิ้งเลย ช่วงแรกร้านขาดทุนมากขึ้นเกือบ 3 เท่า […]

MAJI Curry

MAJI Curry ข้าวแกงกะหรีี่จากญี่ปุ่น ดึงจุดแข็งดีกรีแชมป์เรียกลูกค้าคนไทย

ถ้าพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิต คงจะมีหลายเมนูในใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องมีเมนู ข้าวแกงกะหรี่แน่นอน ซึ่งข้าวแกงหรี่น้องใหม่จากประเทศญี่ปุ่น MAJI Curry ที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น เลือกประเทศไทย เป็นสาขาแรกในต่างประเทศ   MAJI Curry ข้าวแกงกะหรี่ดีกรีแชมป์ แม้จะเป็นแบรนด์ข้าวแกงกะหรี่น้องใหม่ในประเทศไทย ที่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นหูมากนัก แต่MAJI Curry มีดีกรีถึงแชมป์ข้าวแกงกะหรี่อันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ในปี 2018 และเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น ที่ลูกค้าต้องมาต่อคิวรอเป็นจำนวนมาก และยอดขายเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ถึง 200% และMAJI Curry เลือกที่จะขยายสาขาในต่างประเทศ และประเทศไทยก็เป็นที่แรก เลือกประเทศไทยเป็นสาขาแรก ในต่างประเทศ? คุณซาโตชิ ยามาโมโต ผู้บริหารบริษัท ซันปาร์ค กรุงเทพ จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของMAJI Curry เผยว่า เคยทำธุรกิจราเมงในประเทศไทยอยู่แล้ว และเห็นว่าตลาดในประเทศไทยใหญ่มาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น บางประเทศ เลยทำให้สนใจที่จะมาเปิดธุรกิจร้านแกงกะหรี่ในประเทศไทย ก่อนหน้านี้ก็มีการสำรวจด้วยว่าคนไทยชอบทานแกงกะหรี่ จากร้านแกงกะหรี่ชื่อดังที่เปิดอยู่ในไทยอย่าง CoCoICHIBANYA และเห็นกว่าคนไทยชอบกินแกงกะหรี่ อยากประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน และข้าวแกงกะหรี่ก็เป็นที่รู้จักของคนไทยอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะทำตลาดได้ง่าย   […]

ทำไมเปิด “คาเฟ่” แล้วไม่รุ่ง? เจ้าของร้านกาแฟ พร้อมสมาชิกกลุ่ม “คนบ้ากาแฟ” แชร์เหตุผลทำไมไม่สำเร็จ

ถอดบทเรียน เจ้าของร้านกาแฟแชร์เหตุผล ทำไมเปิด ” คาเฟ่ ” แล้วไม่รุ่ง? สมาชิกกลุ่ม “คนบ้ากาแฟ” ร่วมแสดงความเห็น และปัจจัยอื่น ๆ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ   เพราะเหตุผลนี้ทำให้เปิด คาเฟ่ ไม่รุ่ง! เจ้าของร้านกาแฟดังแชร์ปัจจัยที่เป็นต้นเหตุให้การทำร้าน คาเฟ่ ได้รับการตอบรับที่ไม่ดีเท่าที่ควร ในกลุ่มคนบ้ากาแฟ โดยมีเจ้าของร้านกาแฟ คาเฟ่ คนอื่นๆ ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ด้วย . เจ้าของร้านรายนี้ได้สรุปเหตุผลที่ทำให้การทำคาเฟ่ไม่รุ่งไว้ว่า “ เหตุผลที่คนทำ cafe ไม่รุ่ง 1. ไม่มีความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ และธุรกิจ ของตัวเอง (ไม่กินกาแฟ อยากทำร้านกาแฟได้มั้ยคะ 55555 ) 2. ไม่รู้ต้นทุนตัวเอง ต้นทุนต่อแก้ว /ค่าเช่า /ค่าพนักงาน/ ต้นทุนแฝง ฯลฯ 3. เลือกทำเลไม่เป็น ไม่รู้จักช่องทางขาย (เลือกทำเลราคาถูก แต่ไม่มีลูกค้า ) 4. สนองความต้องการตัวเองจนลืมเหตุและผล (ของมันต้องมี) […]

จริงหรือไม่!? ร้านสวยแม้กาแฟแย่คนก็ซื้อ? ผู้ใช้ทวิตเตอร์แชร์มุมมอง กาแฟแย่และแพง แต่คนเยอะมากเพราะถ่ายรูปสวย หรือคาเฟ่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว?

จริงหรือไม่!? ร้านสวยแม้กาแฟแย่คนก็ซื้อ? ผู้ใช้ทวิตเตอร์แชร์มุมมอง กาแฟแย่และแพง แต่คนเยอะมากเพราะถ่ายรูปสวย หรือ “คาเฟ่” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว? เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในทวิตเตอร์ เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ได้มีการแชร์มุมมองเกี่ยวกับรสชาติของเครื่องดื่มและอาหารของร้าน คาเฟ่ ว่ามักจะมีรสชาติแย่ ในขณะที่ราคาแพงมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้ไปใช้บริการเยอะมาก ด้วยเหตุผลว่าเพราะร้านนั้นถ่ายรูปสวย และเธอยังได้ตั้งคำถามต่ออีกว่า ทำไมคาเฟ่ที่มีมุมถ่ายรูปถึงได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ ได้ขนาดนี้ จนบางทีเธอก็คิดว่าทำไมให้ทำคาเฟ่ให้เป็นสตูดิโอถ่ายรูปไปเลย… โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์รายนี้ยังได้เสริมถึงเรื่องนี้อีกว่า ที่เธอได้พูดถึงประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะรู้สึกว่าการที่คนซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารมาแล้วกินไม่หมด เพราะว่าไม่อร่อย ทำให้เกิด waste จากการบริโภคได้ ความเห็นจากชาวเน็ต ซึ่งหลังจากเรื่องนี้ออกไปก็ได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม บ้างก็บอกว่า “ไปคาเฟ่ไหนๆ ก็ไม่เจอที่เครื่องดื่มถูกปากเลยค่ะ ราคาก็แรงมากส่วนใหญ่แก้วละ 60-150 เลยนะที่เจอมา” “คาเฟ่แบบนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ได้ไม่นานหรอก ต่อให้ร้านสวยถ้าของกินแพงแต่คุณภาพห่วย คงไม่มีใครไปซ้ำเกิน 2 ครั้งหรอกค่ะ มุมก็มุมเดิม เข้าใจแหละว่าช่วงนี้คนไม่ค่อยได้เที่ยวไหน ร้านกาแฟสวยๆ สักร้านก็ทำให้ผ่อนคลายเหมือนไปเที่ยวพักผ่อนได้ แต่สิ่งที่น่าจะดึงดูดได้จริงคือคุณภาพสินค้า” บ้างก็บอกว่า “บางร้านก็อร่อยนะคะ แต่ชาวเซลฟี่เยอะไปหน่อย เดินวนถ่ายทั่วร้านจนทำให้คนที่อยากไปนั่งกินเฉย ๆ รู้สึกไม่เป็นส่วนตัวเหมือนโดนคุกคามก็มี นั่งกินอยู่ดี ๆ มายืนจ้องแบบฉันจะถ่ายตรงนี้แกลุกไปสิ”  คาเฟ่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต? […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.