หัวใจสำคัญที่ทำให้ ร้านอาหารประสบความสำเร็จ - Amarin Academy

หัวใจสำคัญที่ทำให้ ร้านอาหารประสบความสำเร็จ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ ร้านอาหารประสบความสำเร็จ

ยุคนี้ใครๆ ก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และคนรุ่นใหม่แทบทุกคนมักมุ่งหน้าสู่ธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ (ดูเหมือน) ง่าย น่าสนุก ลงทุนไม่มาก ไม่ต้องอาศัยทักษะใดเป็นพิเศษ และที่สำคัญน่าจะได้กำไรเยอะแน่ๆ แต่จริงๆ แล้ว การจะทำให้ ร้านอาหารประสบความสำเร็จ มีปัจจัยต่างๆ มากมาย แต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

1.มี Passion อย่างแรงกล้า

“Without passion there is no big success” คือประโยคที่เป็นจริงอย่างที่สุด เพราะถ้าเจ้าของร้านยังไม่อยากทำร้านให้ดี มีคุณภาพ แล้วจะพนักงานจะอยากทำงานให้ดีที่สุดหรือ

ดังนั้นก่อนจะเปิดร้าน คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณชอบในธุรกิจอาหารจริงหรือเปล่า กรณีที่คุณเปิดร้านเล็กๆ ทำเอง จัดการทุกอย่างเอง คุณอยากตื่นขึ้นมาเปิดร้านทุกวัน เตรียมวัตถุดิบ ทำอาหาร เสิร์ฟ บริการลูกค้า เก็บล้าง ปิดร้าน เช็คยอดเงิน ไปซื้อวัตถุดิบ แล้วเปิดร้านใหม่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้นหรือไม่ หรือกรณีที่คุณจ้างพนักงาน คุณพร้อมจะปวดหัวกับเรื่องพนักงาน ทั้งการทำครัว การบริการลูกค้า ปวดหัวกับเรื่องรายได้ที่อาจไม่ตรงตามเป้า ต้องมาคิดเมนูใหม่ๆ หรือออกโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี ฯลฯ

ถ้าถามตัวเองแล้วคุณรับได้ และยังอยากเปิดร้านอาหารอยู่ ถือว่าคุณประสบความสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ทั้งนี้หากคุณเปิดร้านด้วย passion อันแรงกล้า ก็ควรแชร์ความรู้สึกนั้นให้พนักงานรับรู้ให้ได้มากที่สุด พยายามทำให้เขารู้สึกรักในงานที่ทำ สนับสนุนเมื่อเขาทำงานได้ดี ถ้าเกิดปัญหาก็พยายามหาทางออกที่ดีที่สุด สำคัญที่สุดต้องไม่มองเขาเป็นเพียงพนักงาน แต่เป็นคนที่ช่วยทำให้ร้านประสบความสำเร็จ

2.มีคู่แข่งที่ผลักดันให้เราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

คนทำธุรกิจหลายคนมักมองคู่แข่งว่าเป็นสิ่งเลวร้าย เพราะจะทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของคุณลดลง แต่รู้ไหมว่าการมีคู่แข่งถือเป็นข้อดีที่ทำให้คุณพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

เมื่อไม่มีคู่แข่ง หลายคนอาจหยุดพัฒนาตัว เพราะไม่ว่าอย่างไร ลูกค้าก็ต้องใช้บริการคุณแน่ๆ แต่หากมีคู่แข่งขึ้นมาเมื่อไร คุณจะรู้สึกตื่นตัวทันทีว่าคู่แข่งจะขายอะไร จะทำดีกว่าเราไหม แล้วเราต้องเอาอะไรไปสู้ ความคิดเหล่านี้แหละ จะเป็นแรงผลักดันให้คุณพัฒนาร้าน ทั้งด้านรสชาติอาหาร ความหลากหลายของเมนู โปรโมชั่นและการบริการให้ดียิ่งกว่าเดิม แล้วถ้าคุณทำได้ดี ลูกค้าก็จะเลือกคุณเอง

3.พร้อมทุ่มเททุกวินาทีให้ธุรกิจ และที่สำคัญร้านต้องมีมาตรฐาน

หากคุณคิดจะเปิดร้านอาหารเป็นอาชีพเสริม จ้างเชฟ ผู้จัดการร้าน พนักงานสัก 2-3 คน สัปดาห์หนึ่งเข้าไปตรวจร้านสักที สิ้นเดือนรับเงิน จ่ายค่าแรงลูกน้อง คุณควรหยุดความคิดไว้ก่อน เพราะการเปิดร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คุณต้องอาศัยความทุ่มเทและเอาใจใส่ทุกขั้นตอน

ทั้งนี้สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ ไม่มีพนักงานคนไหนทุ่มเทให้ร้าน เหมือนอย่างที่ตัวคุณทำเอง แต่ถ้าคุณโชคดี ได้พนักงานทำงานดี ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ ก็ไม่มีเครื่องการันตีอยู่ดีว่า เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป ฉะนั้นอย่าหวังพึ่งใคร แต่จงลงมือไปคลุกคลีกับธุรกิจ เรียนรู้ทุกๆ ขั้นตอน คุณไม่จำเป็นต้องยืนหน้าเตาเอง หรือลงไปเสิร์ฟเอง แต่ควรรู้ทักษะเหล่านี้ไว้บ้าง เพื่อที่คุณจะได้สามารถควบคุม ตรวจสอบ พนักงานได้ หรือหากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น พนักงานลาออกกะทันหัน คุณจะได้ทำแทน หรือเทรนด์พนักงานใหม่ได้

ขณะเดียวกันร้านของคุณก็ต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน รสชาติอาหารสม่ำเสมอ การบริการดีเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่าลูกค้าจะมากินเมื่อไร ก็ยังประทับใจเสมอ

4.มองธุรกิจตัวเองในฐานะลูกค้า

เจ้าของร้านอาหารต้องคำนึงเสมอว่า ร้านอาหารของคุณ “ดี” แค่ในสายตาคุณไม่ได้ แต่ต้อง ดีในสายตาลูกค้าด้วย เมื่อคุณทำร้านอาหาร ใส่ใจกับมันมากๆ ก็มักคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว ย่อมได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนแน่ อย่ามัวแต่จมกับความคิดนั้น ลองถอยออกมามองภาพรวม มองร้านตัวเองในฐานะลูกค้าคนหนึ่งว่า ถ้าคุณเข้ามาใช้บริการในร้านอาหารร้านนี้ คุณประทับใจและอยากกลับมาอีกหรือไม่

จำไว้เสมอว่า ลูกค้าคือคนสำคัญที่คุณควรใส่ใจ ทีมคือเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ ถ้าปราศจากคน 2 กลุ่มนี้ ร้านคุณคงประสบความสำเร็จได้ยาก ฉะนั้นหน้าที่ของคุณคือ บริหารจัดการทุกๆ อย่างในร้านให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อความสำเร็จที่รอคุณอยู่

เรื่องแนะนำ

ร้านฮิตสนั่นโซเชียล เจ้าของสูงวัย ทำอย่างไรได้ใจวัยรุ่น

ร้านฮิตสนั่นโซเชียล เจ้าของสูงวัย ทำอย่างไรได้ใจวัยรุ่น ร้านอาหารดังในตำนานหลายร้าน กำลังส่งต่อให้ลูกหลาน Gen ใหม่บริหารต่อ ในอีกด้านหนึ่ง มีคนวัยเกษียณที่ยังมีไฟ เพิ่งเริ่มมาเปิดร้านอาหาร หรือร้านกาแฟเป็นของตัวเอง นอกจากทลายข้อจำกัดของวัยแล้ว ‘ความสูงวัยแต่ใจยังได้’ กลายมาเป็นจุดเด่น ที่ทำให้ร้านเหล่านี้เข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่มอีกด้วย 1. ร้าน Mobidrip x Mother Roaster   คอนเซปต์ร้านกาแฟแบบ Slow Bar มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายชนิด อาจดูไม่แตกต่างจากร้านกาแฟหลายแห่งในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ทำให้ร้านกาแฟ Mobidrip x Mother Roaster มีลูกค้าเวียนไปอุดหนุนไม่ขาดสาย เป็นเพราะร้านกาแฟแห่งนี้มีบาริสต้าเป็นคุณป้าวัย 70 ปี แทนที่จะเป็นบาริสต้าหนุ่ม สาวอย่างที่เราพบเห็นได้โดยทั่วไป           ร้านกาแฟ Mobidrip x Mother Roaster เกิดจากแรงบันดาลใจของคุณป้าพิณ ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟเป็นทุนเดิมประกอบกับมีลูกชายที่มีความรู้ในด้านกาแฟและมักพาคุณแม่ไปดื่มกาแฟร้านใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำ จึงมีความคิดที่อยากจะเปิดร้านขายกาแฟเป็นของตัวเองดูบ้างในวัย 70  ปี  โดยเริ่มต้นจากการออกบูธขายระยะสั้นซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  ก่อนตัดสินใจเปิดหน้าร้านเพื่อที่จะสามารถขายได้ตลอดเวลา  ร้านกาแฟรูปแบบ […]

ร้านอาหารของคุณเป็นแบบไหน วางระบบ อย่างไรให้สำเร็จ

การเปิดร้านอาหาร ถ้าอยากให้ร้านของคุณราบรื่น มีปัญหาให้น้อยที่สุด แน่นอนว่าก็ต้องมีการวางระบบร้านที่ดี ซึ่งในการวางระบบร้านนั้น ก็ต้องดูด้วยว่าร้านของคุณเป็นแบบไหน จะได้มีการ วางระบบ ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับร้าน แล้วต้องวางระบบอย่างไร กับร้านแต่ละประเภท มาดูกัน ร้านอาหารของคุณเป็นแบบไหน วางระบบ อย่างไรให้สำเร็จ ประเภทของร้านอาหาร ร้านอาหารประเภท Fast Food             ร้านอาหารประเภทจานด่วน หรือที่เรียกว่า Quick Service  Restaurant  ราคาไม่สูงและเน้นความรวดเร็วเป็นหลัก ส่วนใหญ่ร้านอาหารประเภทนี้จะเน้นการ Pre Cook ไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อสามารถเสิร์ฟลูกค้าได้เร็วขึ้น และเน้นการบริการแบบ Self Service ความรวดเร็ว        : ★★★★★ การบริการ            : ★★ ความหลากหลายเมนู/คุณภาพอาหาร : ★★   ร้านอาหารแบบ Fast Casual             เป็นร้านที่ยกระดับการบริการขึ้นมาจากร้าน Fast Food เน้นความสะดวกสบาย รวดเร็ว มีการบริการที่ไม่เป็นทางการมากนัก  โดยจะมีพนักงานมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ […]

พกน้ำจิ้มไปร้านอาหาร เป็นการไม่ให้เกียรติร้านไหม? ความคิดเห็นจากสมาชิก กลุ่มคนรักบุฟเฟต์ (Buffet Lovers)

พกน้ำจิ้มไปร้านอาหาร เป็นการไม่ให้เกียรติร้านไหม? ความคิดเห็นจากสมาชิก กลุ่มคนรักบุฟเฟต์ (Buffet Lovers) แอดได้ไปเห็นโพสต์หนึ่งที่สมาชิก “กลุ่มคนรักบุฟเฟต์ (Buffet Lovers)” ได้มาตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นเรื่องน้ำจิ้มได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งประเด็นนี้ได้มีการตั้งคำถามถึง “การพกน้ำจิ้มไปร้านบุฟเฟต์ ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติร้านหรือไม่?” โดยสมาชิกเจ้าของโพสต์ ได้ยกตัวอย่างว่าเธอก็เป็นคนหนึ่งที่พกน้ำจิ้มซีฟู้ดไปร้านบุฟเฟต์ ด้วยเหตุผลว่าบางร้านน้ำจิ้มไม่ถูกปาก เลยพกไปเองดีกว่าจะได้กินได้เยอะ ๆ และเปรียบเทียบว่าถ้าตนเป็นเจ้าของร้านก็น่าจะชอบ ที่ไม่ต้องเปลืองน้ำจิ้มที่ร้าน . ซึ่งเมื่อเรื่องนี้ออกไปก็ได้มีสมาชิกกลุ่มดังกล่าวต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันด้วยเหตุผลที่หลากหลาย แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายหลัก ๆ คือฝ่ายที่คิดว่าสามารถพกน้ำจิ้มไปได้ ไม่เห็นเป็นอะไร แต่ต้องมีการสอบถามหรือขออนุญาตร้านก่อนพกน้ำจิ้มเข้าไปด้วย กับฝ่ายที่คิดว่าไม่ควรนำอาหารอื่น ๆ เข้าร้านอาหาร โดยสรุปเป็นเหตุผลหลัก ๆ ได้ ดังนี้  มองว่า พกน้ำจิ้มไปได้ กินคีโต “คนกินคีโตต้องพกไปค่ะ ต้องปรุงน้ำจิ้มเอง แล้วไปทานเนื้อสัตว์ (ที่ไม่หมัก) ที่ร้าน แต่คิดว่ายังไงก็ควรพูดคุยตกลงกันก่อนว่าโอเคทั้งสองฝ่ายไหม เพราะบางร้าน Signature เขาคือน้ำจิ้ม” “คนกินคีโตบางที่ก็เรื่องปกติเลย พกไปเองเพราะไม่อยากหลุดหรือปนเปื้อนเยอะกว่าจะเข้าใหม่ลำบาก” “เราทานคีโต พกน้ำจิ้มไปเอง ร้านน่าจะชอบนะคะ เพราะเราทานน้ำจิ้มทั่วไปไม่ได้” […]

บอนชอน

ไขสูตรลับธุรกิจดัง บอนชอน ขายไก่ยังไงให้ได้ 1000 ล้าน!

เพราะอะไรบอนชอนถึงเข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดของแบรนด์ไก่ทอดชื่อดังอย่าง KFC ได้ แถมยังจุดกระแสให้ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานยอมต่อแถวรอคิวเข้าร้านเป็นชั่วโมง!

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2023 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.