นวัตกรรมกับ ธุรกิจผลิตอาหาร ในวันที่ผู้บริโภคต้องการความแตกต่าง - Amarin Academy

นวัตกรรมกับ ธุรกิจผลิตอาหาร ในวันที่ผู้บริโภคต้องการความแตกต่าง

นวัตกรรมกับ ธุรกิจผลิตอาหาร ในวันที่ผู้บริโภคต้องการความแตกต่าง

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เวลาไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตเดี๋ยวนี้ บนชั้นวางสินค้าต่างมีสินค้าให้เลือกมากมาย ทั้งๆ ที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ก็มีหลากหลายยี่ห้อเสียจนเลือกหยิบไม่ถูกกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่มีให้เลือกมากขึ้น จากกระแสรักสุขภาพในช่วงที่ผ่านมา

ไม่เพียงแต่การบริโภคภายในประเทศที่กำลังเติบโตขึ้น แต่ธุรกิจการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารและการเกษตรของไทย ก็เติบโตขึ้นถึงปีละ 4.5 – 6.5% ต่อปี มีมูลค่าการตลาดกว่า 620,000 ล้านบาท ส่งออกมากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก และเป็นที่ 3 ของเอเชีย รองจากจีนและอินเดียเท่านั้น โดยเทรนด์การบริโภคอาหารให้เป็นยา อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อย จนถึงขั้นเกิดกระแสลดการบริโภคเนื้อสัตว์กำลังเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจผลิตอาหารต้องใส่ใจการบอกข้อมูลทางโภชนาการและส่วนประกอบทุกอย่างของผลิตภัณฑ์บนฉลากสินค้า เพื่อตอบสนองต่อความต้องการเลือกที่มากขึ้นของผู้บริโภค

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจผลิตอาหารต้องมีการปรับตัว และพยายามสร้างสินค้าของตนเองให้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากสินค้าของเจ้าอื่น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการสินค้าใหม่ๆ ของผู้บริโภค โดยปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้สินค้าของคุณมีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งคือ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในธุรกิจ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ได้รับการพูดถึงใน “เปิดมุมมองใหม่ ไขความสำเร็จธุรกิจผลิตอาหาร” งานสัมมนาที่ธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และท็อปส์ มาร์เก็ต ได้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้และพัฒนาผู้ประกอบการ โดยเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้งานวิจัยและนวัตกรรมในการเพิ่มศักยภาพธุรกิจ

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างคุณโจ – ณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา ผู้นำนวัตกรรมของทานเล่นเพื่อสุขภาพ แบรนด์
“Wel-B” ที่มียอดขาย 100 ล้านบาทต่อปี และคุณปิ่น – รัชยา จันจิตร ผู้ประกอบการแปรรูปมะขาม แบรนด์
“ปิ่นเพชร” ที่พลิกเอาของเหลือทิ้งอย่างเมล็ดมะขามมาเพิ่มมูลค่า เป็นตัวอย่างของธุรกิจผลิตอาหารที่นำเอางานวิจัยและนวัตกรรมมาเป็นตัวช่วยต่อยอดธุรกิจของตน

เริ่มต้นจากความสงสัยและสังเกตสิ่งรอบตัว

คุณปิ่นบอกว่า เดิมทีทำมะขามแปรรูป มะขามสดขายอยู่แล้ว แต่มีช่วงหนึ่งมีบริษัทจากญี่ปุ่นและอินเดียมารับซื้อเมล็ดมะขามจึงเกิดความสงสัยว่าเขานำไปทำอะไร เลยไปหาข้อมูลจนพบว่าในเมล็ดมะขามมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ช่วยสมานแผล ช่วยให้ผิวเรียบเนียน จึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากสกว.ในการทำวิจัยร่วมกัน จนได้สารสกัดเจลโลสจากแป้งเมล็ดมะขาม ที่สามารถนำไปต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเยลลี่ ไอศกรีม ซอสผัดไทย เซรั่มบำรุงผิว ฯลฯ

ด้านคุณโจ เล่าว่า “ผมอยากจะทำสินค้าที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ นั่นคือสินค้าเกษตรแปรรูป เพราะประเทศไทยมีวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรมาก เลยนั่งหาข้อมูลว่าสินค้าการเกษตรสามารถนำเอาเทคโนโลยีไหนมาใช้แปรรูปได้บ้าง จึงพบข้อมูลว่าการ Freeze – Dried หรือเทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารที่มีอยู่เดิมได้มากที่สุด ตอบโจทย์คนรักสุขภาพได้อย่างดี” ตามหลักการที่ว่าหาสินค้าอะไรที่ขายให้คนกินแล้วถูกใจให้ได้ จนได้รับเสียงตอบรับดีสามารถวางขายได้ทั้งในและต่างประเทศ

งานวิจัยสร้างความแตกต่าง

ทั้งที่นวัตกรรมมีส่วนช่วยผลักดันให้ธุรกิจก้าวหน้าต่อไปได้ แต่ผู้ประกอบการธุรกิจผลิตอาหารก็ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับงานวิจัยและนวัตกรรม คุณพีชยา จิระธรรมกิจกุล ผู้จัดการงานอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร และสุขภาพ โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ITAP (สวทช.) เปิดเผยว่าสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก การนำนวัตกรรมมาใช้กับธุรกิจเป็นสิ่งที่ต้องเกิดการลงทุน ในมุมของผู้ประกอบการอาจมองว่าสินค้ายังขายได้ จึงไม่จำเป็นต้องใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วย แต่ผู้ประกอบการควรตระหนักว่าในการแข่งขันทางการตลาดทุกวันนี้ แบรนด์ต้องสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งนวัตกรรมเข้ามาช่วยสร้างความแตกต่างได้

สร้างงานวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่า

รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
เพิ่มเติมว่า เมื่อมีไอเดียแล้วกระบวนการต่อไป คือการนำงานวิจัยมาต่อยอดผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างแบรนด์ Dairy Home ที่ขายนมอินทรีย์ มาขอความช่วยเหลือเรื่องงานวิจัย จนเกิดเป็น “Bedtime Milk” นมสำหรับดื่มก่อนนอน เพราะในนมมีสารเมลาโทนินที่ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น โดยหน่วยงานอย่างสกว.และสวทช.มีส่วนช่วยให้ทุนสนับสนุน ช่วยต่อยอด และช่วยลดความเสี่ยงในการทำการวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้สั้นลง

การเริ่มต้นบางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่คุณปิ่นบอกว่าเพียงคุณมีไอเดียแล้วลองเข้าไปคุยกับหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนงานวิจัย จะมีทีมที่คอยให้คำปรึกษา “โจทย์ของปิ่นเพชรในการขอทุนสนับสนุนการวิจัยตั้งต้นเลยก็คือ คุณสมบัติของเมล็ดมะขามสามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง” นั่นก็เพราะเธออยากทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากเมล็ดมะขาม เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งปีละกว่า 500 ตันมาเพิ่มมูลค่าให้มันได้

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จในธุรกิจด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

เจ้าของแบรนด์ “ปิ่นเพชร” ยังบอกแนวคิดที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้เพิ่มเติมอีกว่า เธอคิดว่านวัตกรรมอยู่รอบๆ ตัว วัตถุดิบแต่ละอย่างมีประโยชน์และคุณค่าในตัวอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มมูลค่าอย่างไรได้บ้าง เมื่อได้คุณสมบัติที่ต้องการ ก็ลองมาสำรวจว่าตอนนี้ลูกค้าสนใจผลิตภัณฑ์ประมาณไหน ก่อนจะปรับให้เข้ากับกระแสเพื่อทำการตลาดได้ถูกจุด

ส่วนคุณโจจาก “Wel-B” บอกว่ากว่าจะผลิตสินค้าออกมาชิ้นหนึ่งได้ ต้องผ่านการลองผิดลองถูกมาแล้วมากมาย การคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นเรื่องง่ายกว่าการทำยังไงให้ขายได้ เพราะสินค้าที่ใหม่เกินไป ราคาสูงเกินไป ผู้บริโภคอาจยังไม่พร้อมรับ จึงทำให้ขายยาก หากคิดของใหม่ขึ้นมา 10 อย่าง แล้วทำสำเร็จได้เพียง 1 อย่าง เพียงเท่านี้เขาก็พอใจแล้ว

“ผมยึดคติที่ว่าดีแล้วต้องดีอีก เพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป ไม่ให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ เพราะงานวิจัยและพัฒนา
ไม่มีวันจบ ถ้าหากคุณมัวแต่กลัวก็จะไม่ได้ทำอะไรสักที ผมจะคิดถึง 2 สิ่งเสมอเมื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ คือ เงินที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายและคุณค่าที่ผู้บริโภคจะได้รับ หน้าที่ของผมคือทำให้คุณค่าที่เขาได้รับมากกว่าราคาที่จ่ายไป” คุณโจกล่าว

สุดท้ายแล้วทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสบการณ์ อย่าเพิ่งล้มเลิกแม้จะผิดหวัง แม้ว่าสินค้าจะออกมาดี รสชาติอร่อย ก็ยังไม่จบ เพราะยังมีเรื่องของการตลาดและองค์ประกอบต่างๆ หลายอย่าง ดังนั้นธุรกิจผลิตอาหารต้องหาจุดแข็งของตัวเองให้เจอ โดยนวัตกรรมถือเป็นตัวติดอาวุธให้ธุรกิจของคุณ ในการสู้กับคู่แข่งในทุกวันนี้

เรื่องแนะนำ

จัดการร้านอาหารได้ดั่งใจด้วยตัวช่วยในยุคดิจิทัล

วิทยากรทั้ง 3 ท่านซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารที่มากประสบการณ์และมาแบ่งปันความรู้ในงานเสวนา ร้านอาหารยุคใหม่ ปรับอย่างไร ให้ทันยุคดิจิทัล จัดขึ้นที่ K ONLINESHOP SPACE ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 5

กฎกระทรวงสาธารณสุข

เจ้าของร้านรู้หรือยัง? กฎกระทรวงสาธารณสุข ที่ร้านอาหารต้องทำตาม

ในการทำร้านอาหารนั้น มีรายละเอียดมากมายที่ต้องเรียนรู้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องของ กฎกระทรวงสาธารณสุข ที่เจ้าของร้านควรศึกษาอย่างละเอียด ว่ามีกฎข้อบังคับใดบ้าง ที่ร้านอาหารจะต้องปฏิบัติตาม สำหรับใครที่ยังไม่ทราบรายละเอียด เราสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้ครับ กฎกระทรวงสาธารณสุข ที่ร้านอาหารต้องทำตาม ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้ประกาศกฎกระทรวง สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ในราชกิจจานุเบกษา  เพื่อให้กลุ่มร้านอาหารต้องปฏิบัติตาม แบ่งเป็น 5 หมวดหมู่ สรุปได้ 22 ข้อ ดังนี้   ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (20 มิ.ย. 2561) ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้ “อาหารสด” หมายความว่า อาหารที่มีสภาพเป็นของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก หรือผลไม้ “อาหารประเภทปรุงสําเร็จ” หมายความว่า อาหารที่ได้ผ่านการทํา ประกอบหรือปรุงสําเร็จพร้อมที่จะรับประทานได้ รวมทั้งของหวานและเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ “อาหารแห้ง” หมายความว่า อาหารที่ผ่านกระบวนการทําให้แห้ง โดยการอบ […]

ชวน ฟิน กิน Thai SELECT สิทธิพิเศษจาก Food delivery

              กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ 3 แพลตฟอร์มเดลิเวอรีชื่อดังระดับประเทศ ส่งเสริมโอกาสทางการตลาดให้กับร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT และสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคให้รู้จักและได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารไทย จากร้านที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย พร้อมมอบโปรโมชั่นส่วนลด และสิทธิพิเศษต่าง ๆ แก่ลูกค้า ภายใต้แคมเปญ “ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” เพื่อสนับสนุนร้านอาหาร Thai SELECT  คืนกำไรให้กับผู้บริโภค กับสิทธิพิเศษมากมายจากแพลตฟอร์มดัง ไม่ว่าจะเป็น Air Asia Food  แพลตฟอร์มที่ได้รวบรวมหลากหลายร้านอาหารมาไว้บริการในราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์คนไทย มอบสิทธิพิเศษ คูปองส่วนลด 150 บาท เมื่อสั่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี ขึ้นต่ำ 300 บาท จากร้านอาหาร Thai SELECT สั่งอาหารได้เลยที่ https://www.airasia.com/food/th/th LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มข้อมูลร้านอาหารของไทย มอบสิทธิพิเศษ คูปองส่วนลด […]

In Home Delivery

Walmart เปิดตัวบริการ In Home Delivery ให้พนักงานนำสินค้าเติมให้ถึงตู้เย็น

วงการเดลิเวอรี่ เริ่มจะมีสีสันขึ้นเรื่อยๆ แล้วค่ะ เมื่อ Walmart ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังในสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้าในยุคนี้มากขึ้นด้วยการเปิดตัวบริการ In Home Delivery  บริการจัดส่งสินค้าที่ลูกค้าสามารถสั่งให้พนักงานนำสินค้ามาเติมให้ที่ตู้เย็นโดยตรงแม้คุณจะไม่ได้อยู่บ้าน เรียกว่าเอาใจลูกค้าที่รักความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ แล้วมีขั้นตอนการจัดส่งอย่างไรบ้าง?   ขั้นตอนการให้บริการ In Home Delivery บริการ In Home Delivery เริ่มแรกผู้ที่จะใช้บริการจะต้องสมัครสมาชิกบริการจัดส่ง In Home เริ่มต้นที่ 19.95 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ราว 600 บาท) และผู้ซื้อจะต้องซื้อสินค้ามูลค่าอย่างน้อย 30 เหรียญต่อครั้ง สามารถสั่งซื้อการจัดส่งได้บ่อยเท่าที่ต้องการแบบไม่จำกัดความถี่ ขณะที่ระบบล็อกบ้านอัจฉริยะหรือ smart-lock ราคา 49.95 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 บาท) ติดตั้งให้ฟรี เมื่อเป็นสมาชิกแล้ว มีการสั่งซื้อสินค้า จากนั้นพนักงานจะส่งสินค้าไปให้ถึงในห้องครัวหรือส่วนอื่นๆ ของบ้านลูกค้า   ความปลอดภัยในการให้บริการ หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า แล้วเรื่องของความปลอดภัย จะปลอดภัยหรือไม่ หากต้องให้คนแปลกหน้าเข้ามาส่งของถึงภายในบ้าน หรือความปลอดภัยของสินค้าในขั้นตอนการจัดส่งจะเป็นอย่างไร ซึ่งผู้ใช้บริการนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยค่ะ […]

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4669, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

ติดต่อแจ้งปัญหาหรือร้องเรียน
02-422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น)
bdcx@amarin.co.th

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 081-664-0666, 091-729-8060
E-mail : sineenart_ya@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2024 Amarin Corporations Public Company Limited.