8 ค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ในการเปิดร้านอาหาร

สิ่งที่คนเริ่มต้นทำร้านอาหารควรจะต้องคำนึงถึงก็คือ ค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ในการเปิดร้านอาหาร ซึ่งอาจกระทบโดยตรงต่อการลงทุนและการดำเนินงานในภายหลัง

เหตุผลหลักที่ทำให้คนทำร้านอาหารไม่ประสบความสำเร็จ เพราะวางแผนการลงทุนผิดพลาด พวกเขามักลงทุนมากกว่าที่ตั้งไว้ แต่รายได้กลับไม่เป็นไปตามเป้า

ขนาดผมเป็นสถาปนิกและมีประสบการณ์ในการเปิดร้านอาหารทั้งของตัวเองและคนอื่นมาไม่ต่ำกว่า 10 ร้าน ก็ยังเจอค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดอยู่ตลอด วันนี้เลยถือโอกาสรวบรวม 8 ค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ในการเปิดร้านอาหาร จากประสบการณ์โดยตรงมาให้ดูกัน

  1. ค่ามัดจำสถานที่และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

ถ้าคุณไม่ได้เปิดร้านอาหารบนที่ดินของตัวเอง ค่ามัดจำสถานที่เป็นสิ่งที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ปกติค่ามัดจำพื้นที่นอกห้างสรรพสินค้าจะอยู่ประมาณ 3 เดือนของค่าเช่า ส่วนค่ามัดจำพื้นที่ในห้างฯ คือ 6 เดือน ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ อาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุด รองจากค่าตกแต่งร้านได้เลย

นอกจากค่ามัดจำแล้ว เจ้าของพื้นที่เช่าส่วนใหญ่จะให้ชำระค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือนก่อนเริ่มทำงาน รวมไปถึงค่าประกันภัยและค่าธรรมเนียมสถานที่ต่างๆ หมายความว่า คุณควรจะเตรียมเงินสำหรับหัวข้อนี้ไม่น้อยกว่า 4-7 เดือนของค่าเช่า

  1. ค่าก่อสร้างที่ over budget

หลังทำสัญญากับผู้รับเหมาแล้ว อย่าลืมเผื่องบประมาณไว้ไม่น้อยกว่า 10-15 % เพราะแทบไม่มีร้านไหนจบงบประมาณตามแผนได้เลย เนื่องจากคุณมีโอกาส (สูงมาก) ที่จะเจอค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเจ้าของเอง เช่น เพิ่มตำแหน่งไฟฟา อัพเกรดวัสดุตกแต่ง อุปสรรคหน้างานที่ไม่สามารถทำตามที่ออกแบบได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงแบบ เป็นต้น

  1. ค่าอุปกรณ์ครัวที่ไม่คาดคิด

หากคุณไม่ใช่เชฟหรือไม่เคยมีประสบการณ์ทำร้านอาหารมาก่อน รับรองได้ว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจทำให้คุณหงายหลังได้เลย อุปกรณ์ครัวเป็นส่วนที่ประเมินค่าใช้จ่ายได้ยากที่สุดส่วนหนึ่ง อุปกรณ์บางอย่างแค่คนละยี่ห้ออาจมีราคาต่างกันหลายสิบเท่า ฉะนั้นการปรึกษากับเชฟหรือคนทำร้านอาหารที่มีประสบการณ์ก่อนเริ่มทำร้าน ย่อมทำให้คุณสามารถประเมินค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้แม่นยำมากขึ้น

  1. ค่าขออนุญาตและ ใบอนุญาตต่างๆ

กว่าจะเปิดร้านอาหารได้ เจ้าของต้องทำเรื่องขออนุญาตและใบอนุญาตต่างๆ เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่การก่อสร้าง (หากคุณเริ่มสร้างร้านจากที่ดินเปล่า) ไปจนถึงตอนที่กำลังจะเปิดร้าน เช่น การขอใบอนุญาตจำหน่ายสุรา การจดทะเบียนพาณิชย์ หรือบางร้านที่จดเป็นนิติบุคคลก็จะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าร้านปกติ

แม้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาจจะไม่ได้มากมาย แต่หากคุณละเลยจนโดนปรับ รับรองว่านอกจากค่าปรับสูงกว่าค่าขออนุญาตหลายเท่าแล้ว อาจทำให้ร้านโดนปิดจนสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากก็ได้

  1. ค่าจ้างพนักงานก่อนเปิดร้าน

ก่อนเปิดร้านคุณจำเป็นต้องจ้างพนักงานล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นร้านคุณได้วุ่นวายแน่นอน ตำแหน่งสำคัญเช่น เชฟ ผู้จัดการร้าน หรือแคชเชียร์ รวมถึงพนักงานเสริฟ์บางตำแหน่ง จำเป็นที่จะต้องถูกฝึกก่อนเปิดร้านไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าเชฟที่มีส่วนช่วยเราคิดเมนูด้วยแล้ว ควรเข้ามาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบด้วยซ้ำ เพราะจะช่วยลดความผิดพลาดจากการวางตำแหน่งงานระบบลงไปได้

อ่านเพิ่มเติม 10 พฤติกรรมพนักงานบริการที่ร้านอาหารควรปรับปรุง

  1. ค่าวัตถุดิบช่วงเปิดร้าน

ถ้าร้านคุณมีเมนูใหม่ ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน การทดลองเมนูช่วงก่อนเปิดร้าน รวมถึงการทำ Soft Opening จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ารสชาติอาหารในมุมมองลูกค้าเป็นไปตามที่คิดไว้หรือยัง แถมยังเป็นการตรวจสอบว่าต้นทุนวัตถุดิบเป็นไปตามที่คุณวางแผนไว้ในตอนต้นหรือไม่ ข้อนี้ยังรวมไปถึงการสต๊อกวัตถุดิบในช่วงที่คุณกำลังจะเปิดร้านด้วย ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทอาหารที่คุณขาย ยิ่งคุณมีเมนูที่หลากหลายเท่าไร นั่นหมายถึงต้นทุนการสต๊อกวัตถุดิบที่จะเพิ่มขึ้น

  1. ค่าโฆษณาและการตลาด

ร้านส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเผื่อเงินไว้สำหรับการโฆษณาหรือทำการตลาดก่อนเปิดร้านสักเท่าไร เพราะมักคิดว่าเปิดร้านเสร็จแล้วค่อยโฆษณาก็ได้ ถึงแม้ร้านคุณจะดีแค่ไหน ถ้าลูกค้าไม่รู้จักหรือไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อ ร้านดีแค่ไหน อร่อยแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ เงินส่วนนี้รวมไปถึงงบประมาณในการทำโปรโมชั่นในช่วงเปิดร้าน เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาทดลองร้านคุณด้วย

  1. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เช่น ค่าอุปกรณ์และซอรฟ์แวร์ POS ค่าประกันภัย ค่าลิขสิทธ์เพลง ค่าจ้างที่ปรึกษาต่างๆ ฯลฯ และอาจมีรายละเอียดนอกเหนือจากนี้อีก ที่อาจจะไม่ได้นึกถึงต่อให้คุณมีประสบการณ์แค่ไหนก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือ การเผื่องบประมาณไว้ระดับหนึ่ง จากงบประมาณทั้งหมด และพยายามควบคุม ตรวจสอบการลงทุนเพื่อให้เงินที่ลงไปเกิดประโยชน์สูงสุด

งบประมาณถือเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าลองศึกษาดีๆ เผื่อเงินไว้สักก้อน รับรองว่าคุณไม่ต้องมานั่งกุมขมับกับงบประมาณที่บานปลายแน่นอน

"กลยุทธ์บุฟเฟ่ต์ เผยเคล็ดลับ ทำบุฟเฟ่ต์ให้มีกำไร รุ่นที่ 2"

++แชร์ทุกปัญหาที่ร้านบุฟเฟ่ต์ต้องเจอ++

++เผยทุกเคล็ดลับที่จะช่วยให้ร้านอยู่รอดและมีกำไร++

จาก 3 เซียน ธุรกิจบุฟเฟ่ต์ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนี้!

คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้าน Penguin Eat Shabu
คุณสุรเวช เตลาน เจ้าของร้าน Mo-Mo Paradise
คุณเกษม สัตยารักษ์ General Manager ร้าน Copper International Buffet

รายละเอียดเพิ่มเติม
http://amarinacademy.com/1193/course/buffet-course/
หรือโทร.092 254-0742

Thailand Food Show 'มหกรรมธุรกิจอาหาร'

26 ต.ค. – 4 พ.ย. 61
ชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

พบผู้ประกอบธุรกิจอาหารตัวจริง ตื่นตากับโซนไฮไลท์ AA RESTAURANT & KITCHEN PAVILLION / BUSINESS CONSULTING / FOOD TECH / SWEET EXPERIENCE / FOOD TRUCK

  • ชม ‘สุดยอดเทคโนโลยีร้านอาหาร’ เพื่อบริหารจัดการร้านแบบมืออาชีพ
  • ฟรี! สูตรเด็ด & เทคนิคลับ ‘เมนูรวย สร้างเงินล้าน’
  • ฟรี! ฟังประสบการณ์ ‘เจ็บจริง – รวยจริง’ จากเจ้าของร้าน ‘ยอดขายเงินล้าน’ ตัวจริง
  • ฟรี! ร่วมสัมมนาต่อยอดธุรกิจ ‘ปิดรอยรั่ว’
  • ฟรี! ปรึกษาหารือกับกูรูด้านธุรกิจแบบ 360°

จองบูธ 0-2422-9999 ต่อ 4250-56 หรือ 090-197- 8310

จัดโดยเครืออมรินทร์
พร้อมกับงานบ้านและสวนแฟร์

SHARE
torpenguin
ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี (ต่อ) สถาปนิกและเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร Penguin Eat Shabu ร้านอาหารชาบูสุดแนว ทำอาหารไม่เป็น แต่มีความหลงใหลในธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร งานออกแบบ การบริหารจัดการ และการตลาด