20 เทรนด์ ธุรกิจอาหาร ปี 2020 ที่ผู้ประกอบการควรรู้ - Amarin Academy

20 เทรนด์ ธุรกิจอาหาร ปี 2020 ที่ผู้ประกอบการควรรู้!

20 เทรนด์ ธุรกิจอาหาร ปี 2020

ที่ผู้ประกอบการควรรู้!

 

1.ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น

เมื่อโลกก้าวไกลเรื่องเทคโนโลยีขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของร้านแบรนด์ใหม่ๆ จะเริ่มลงทุนกับการใช้ระบบเทคโนโลยีมากขึ้น และอาจลดแรงงานคนลง ร้านจะให้ลูกค้าบริการตัวเองมากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่าย ส่วนร้านดั้งเดิมเก่าแก่ ก็จะหันมาใช้ระบบการจัดการใหม่ๆมากขึ้น โดยทายาทรุ่นใหม่ที่เข้ามาบริหารร้านเพื่อควบคุมต้นทุนให้มากที่สุด

 

2. Social Marketing สำคัญมาก

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ ถ้าอยากให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น การทำการตลาดบนโลกออนไลน์สำคัญมาก อะไรที่เป็นกระแสใน Social จะส่งผลกระทบรวดเร็ว ทำให้คนอยากลองและตามไปรีวิวมากมาย แต่ที่สำคัญร้านของคุณก็ต้องมีคุณภาพด้วย เพราะอย่าลืมว่าถ้าร้านไม่ดีจริง กระแสมาไวก็ไปไวได้เช่นกัน

 

3. เดลิเวอรี่ แข่งขันสูง

ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้เดลิเวอรี่จึงมาแรงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จนมาถึงปีนี้ และเกิดการแข่งขันกันที่สูงขึ้น ธุรกิจร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้านก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ก็อยู่ที่ว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจะงัดกลยุทธ์ไหนออกมาเพื่อดึงดูดลูกค้าได้มากกว่ากัน

 

4. มากกว่าการกิน คือการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า

แม้ว่าเรื่องรสชาติจะสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจอาหาร แต่ปัจจุบันการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆในการทานให้กับลูกค้า เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดความตื่นตาตื่นใจปละประทับใจไม่น้อย เช่น การให้ลูกค้ามีส่วนร่วม หรือแม้แต่การกินอาหารพร้อมโชว์เทคโนโลยี AR

 

5. อาหารหรูในราคาที่เอื้อมถึง

ในปีนี้เชื่อว่าผู้บริโภคจะต้องได้เข้าถึงอาหารคุณภาพดี แต่ราคาย่อมเยาว์มากขึ้น เช่น โอมากาเสะบางร้าน ที่จะมีในราคาที่ถูกลงเท่าตัว เพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มอื่นได้รับประสบการณ์แบบนี้บ้าง

6. การกินแบบวิถี Locavore

Locavore คือกลุ่มคนที่มีวิถีการกินแบบอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นการสนันสนุนอาหาร หรือวัตถุดิบที่มาท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจในชุมชนนั้นๆ เช่นผลิตภัณฑ์การโครงการหลวง หรือจากชุมชนพื้นบ้าน เป็นต้น ซึ่งจะมีผู้บริโภคที่เลือกกินแบบนี้เพิ่มขึ้น

7. อาหารสุขภาพยังคงอยู่

ในปีที่ผ่านมาเริ่มมีผู้บริโภคที่หันมาสนใจอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ทำให้ธุรกิจอาหารสุขภาพเกิดขึ้นมากเช่นกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่ในปีนี้นั้นเทรนด์รักสุขภาพก็ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น แบรนด์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นก็มักคำนึงถึงเรื่องสุขภาพเป็นประเด็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกวัตถุดิบ หรือกระบวนการผลิต

 

8. Plant-based meat ต้องมา

จากความตื่นตัวในเรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใส่ใจในเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งการ Plant-based meat หรือเนื้อที่ไม่ได้ทำจากเนื้อนั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งในต่างประเทศมีแบรนด์ใหญ่ที่เริ่มทำแล้ว ส่วนในประเทศไทยก็เริ่มมีแบรนด์ที่เริ่มทำแล้วเช่นกัน เช่น Sizzler

9. เทรนด์ Flexitarian

เทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในอเมริกา โดยหลักแล้วเป็นการทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น หรือ ทานมังสวิรัติเป็นหลัก เน้นทานอาหารจำพวกผักเป็นส่วนใหญ่ โดยที่สามารถทานเนื้อสัตว์ได้บ้าง เป็นกลุ่มคนที่หันมากินมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ

10. อาหารจากแมลง
แมลงมีคุณค่าทางโปรตีนสูงกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปอยู่ถึง 2 เท่า ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีความสนใจในเมนูอาหารที่ทำจากแมลง
เราจะเห็นเมนูอาหารหรือสินค้าที่ถูกแปรรูปมาจากแมลงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมนูในร้านอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต

 

11. Zero-waste  แพ็คเกจจิ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

การที่ร้านจะเปลี่ยนมาใช้แพ็คเกจจิ้งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น อาจทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น และตามมาด้วยราคาสินค้าที่อาจสูงตาม แต่การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ร้านเกิด Food waste น้อยลงในระยะยาว แพ็คเกจจิ้งนำมาใช้ซ้ำได้ หรือย่อยสลายง่าย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย

12. สะดวก สดใหม่ และดีต่อสุขภาพ

อย่างที่รู้กันว่ายุคนี้ ผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แต่ก็ยังคงต้องใช้ชีวิตแบบเร่งรีบอยู่ ดังนั้น สิ่งที่ตอบโจทย์ได้ดีคือ อาหารเพื่อสุขภาพแบบพร้อมทานจะมีมากขึ้น ต้องสะดวก เร็ว และดีต่อสุขภาพด้วย

 

13. อาหารสำหรับผู้สูงอายุ
การที่สามารถครองใจกลุ่มผู้สูงอายุได้สำเร็จ จะทำให้ได้ฐานลูกค้าที่ซื้อซ้ำสูงขึ้นมาก ดังนั้นควรออกแบบสินค้าและเมนูต่างๆ ให้มีความสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้สูงอายุด้วย เช่น สินค้ามีน้ำหนักเบา มีฉลากคำอธิบายตัวใหญ่ หรือ ทำโปรโมชั่นส่วนลดสำหรับผู้สูงอายุ

14. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำเกือบ 0%

ทิศทางการดื่มแอลกอฮอล์ลดลง ทั่วโลกโดยเฉพาะในโซนยุโรป เพราะกลุ่มคน Millenial ให้ความสนใจในเรื่อง
ของการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น จึงทำให้ดื่มแอลกอฮอล์ลดลง ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการที่ทำ เครื่องดื่มทางเลือกประเภท Mocktail หรือ Functional drink

15. ทางเลือกอาหารเด็ก

เนื่องจากมีสถิติบอกว่าภายในปี 2030 เด็กทั่วโลกกว่า 250 ล้านคนจะเป็นโรคอ้วน หากยังบริโภคขนมหรืออาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ซึ่งจุดนี้ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัวในการผลิตขนม หรืออาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง หรือไม่มีประโยชน์ให้น้อยลง

 

16. จัดส่งชุดวัตถุดิบ ส่งตรงถึงบ้าน

ร้านที่มีบริการกดสั่งวัตถุดิบที่ต้องการ แล้วจัดส่งให้ถึงบ้าน เพื่อความสะดวกของลูกค้า ซึ่งธุรกิจนี้น่าจะเหมาะกับการเจาะกลุ่มเฉพาะ เช่น คนที่กินอาหารคลีนทำเองที่บ้าน เป็นต้น

17. ยุคของการ Collaboration

จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา มีหลายแบรนด์ที่จับมือร่วมกันในการผลิตสินค้าใหม่ๆ เป็นการที่นำจุดเด่นของแต่ละแบรนด์มาทำร่วมกัน เป็นการแลกเปลี่ยนฐานลูกค้ากัน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด

 

18. ร้านที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม

ร้านที่เปิดเพื่อลูกค้าเฉพาะกลุ่ม มีคอนเซ็ปต์ร้านที่ชัดเจน เช่น ถ้าร้านนั้นอยากเน้นเรื่องของชาเขียวเป็นหลัก อยากให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์การดื่มชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ก็จะคัดสรรชาเขียวที่ดี หรือตกแต่งบรรยากาศร้านให้มีความเป็นญี่ปุ่นให้มากที่สุด ซึ่งกลุ่มลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มเฉพาะคนที่รักการดื่มชาเขียว หรือ ชอบทานอาหารที่ทำจากชาเขียว ก็จะมีความอินมากกว่า

 

19. Coffee Stand 

ปีที่ผ่านมาร้านกาแฟยังคงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งในปีนี้การเปิดร้านกาแฟ จะเป็นในลักษณะทำเป็น Slow Bar ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านใหญ่โต หรือเป็นการใช้พื้นที่ร่วมกับร้านอื่นที่สามารถส่งเสริมการขายร่วมกันได้

20. การจ่ายเงินไร้เงินสดและการเข้ามาของ Vending machine
แนวโน้มการใช้เงินสดจ่ายจะมีทิศทางที่ลดลง  แต่จะมีทางเลือกในการจ่ายเงินในแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้น
เพื่อให้คนที่มาใช้บริการร้านได้รับความสะดวกสบายขึ้น และควรมีระบบการจ่ายเงินสำหรับชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน จะมีระบบจ่าย Alipay

สำหรับ Vending machine ก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากในปีที่แล้ว รวมถึงอาจจะมีความหลากหลายของสินค้าในตู้เพิ่มมากขึ้นด้วยในปีนี้

                20 เทรนด์ ธุรกิจอาหาร ที่เราได้นำเสนอไปนั้น เป็นเพียงแนวโน้มที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเหล่าผู้ประกอบการเองว่าจะสามารถนำจุดไหน ไปปรับใช้กับ ธุรกิจอาหาร ของตัวเองได้บ้าง เพราะการจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างไม่ใช่เพียงแค่ทำตามเทรนด์เท่านั้น

 

ขอบคุณข้อมูล hungrybiz

 

เรื่องแนะนำ

ลดใช้พลาสติก

ฟู้ดแพชชั่น ผนึก 3 พันธมิตร ลดใช้พลาสติก Single-use plastic

เรียกว่าเป็นปีที่หลายองค์กรใหญ่ ในธุรกิจอาหาร เริ่มตื่นตัวและให้ความสำคัญในการรณรงค์เรื่องการ ลดใช้พลาสติก แบบใช้แล้วทิ้ง ( single-use Plastic ) มากขึ้น ด้วยการใช้วัสดุที่ย่อยสลายง่าย หรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อลดจำนวนขยะพลาสติกที่จะเกิดขึ้น ล่าสุดบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เจ้าของเชนร้านอาหาร บาร์บีคิว พลาซ่า, จุ่มแซบฮัท, สเปซ คิว, ฌานา และ เรดซัน ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ประกาศเปลี่ยนมาใช้กล่องชานอ้อย ในการส่งอาหารเดลิเวอรี่ ของร้านในเครือ   ฟู้ดแพชชั่น เดินหน้า ลดใช้พลาสติก Single-use Plastic ในขณะที่ธุรกิจอาหารแบบเดลิเวอรี่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ผู้ประกอบการร้านอาหารหลายร้านให้หันมาเสิร์ฟเดลิเวอรี่กันมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า การเติบโตของธุรกิจเดลิเวอรี่ ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นการเพิ่มการใช้พลาสติกมากขึ้นเช่นกัน การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ 1 ครั้ง แน่นอนว่าจะต้องมีพลาสติกเข้ามาเกี่ยวข้องในส่วนของบรรจุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ในการทานอาหาร ใน 1 ออเดอร์ สร้างขยะถึง 4 ชิ้น คือ กล่อง ช้อนส้อม ถุงน้ำจิ้ม และถุงใส่ของ อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินตลาดเดลิเวอรี่ไทยปี 2562 มีมูลค่าอยู่ที่ 35,000 […]

ดังกิ้น

ดังกิ้น โดนัท ทุ่ม 10 ล้าน ลุย Food Truck เข้าหาลูกค้าถึงที่

การรอให้ลูกค้าเข้ามาหาอย่างเดียวนั้น คงจะใช้ไม่ได้แล้วในยุคนี้ ยุคที่มีการแข่งขันกันสูงมาก ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอาหารในบ้านเรา ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย เหล่าธุรกิจอาหารแบรนด์ใหญ่ ก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่ง  ต้องวิ่งตามผู้บริโภคให้ทันอย่างเช่นแบรนด์โดนัทชื่อดัง ดังกิ้น โดนัท   ดังกิ้น โดนัท ทุ่ม 10 ล้าน ลุย Food Truck เข้าหาลูกค้าถึงที่ ล่าสุดดังกิ้น โดนัท แบรนด์โดนัทชื่อดังที่เราคุ้นเคย ก็ลุกขึ้นมาลุยทำการตลาดที่เข้าหาผู้บริโภคมากขึ้น และดังกิ้น เลือกที่จะทำ Food Truck หรือหน่วยรถขายโดนัท พร้อมเครื่องดื่ม ที่เปิดให้บริการนอกสถานที่ โดยรถคันนี้จะเข้าหาลูกถึงที่แบบใกล้ชิด เน้นเจาะตามชุมชนต่างๆ เช่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล และคอมมูนิตี้มอลล์ ปัจจุบันเริ่มเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา คือ สาขาอิมแพค เมืองทองธานี และสาขาเดอะซีน ทาวน์อินทาวน์ การทำ Food Truck ในครั้งนี้ ของดังกิ้น ใช้งบลงทุนโดยเฉลี่ย ประมาณ 1 ล้านบาท […]

เฟ้นหาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ พัฒนาเมืองอัจฉริยะด้วยดิจิทัล ในโครงการ SMART CITY D – BOOST CAMP, (EEC FORUM)

ดีป้า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และบริษัท ดูเรียน คอร์ปปอเรชัน จำกัด (DURIAN) จัดโครงการ SMART CITY D - BOOST CAMP

Follow Me

Contact

เว็บไซต์ : amarinacademy.com
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Tel : 02-422-9999 ต่อ 4662 หรือ 4865, 092-254-0742
Email : amarin.academy@gmail.com

สนใจลงโฆษณากับเว็บไซต์ Amarin Academy
Tel. 087-032-9750 ปิยาสวัสดิ์ วิบูลย์ปิ่น (แอม)
E-mail : ampiya23@gmail.com
Tel. 091-739-0941 ดรรชนี จันทร์ฉาย (เปิ้ล)
E-mail : nongdad1@gmail.com , dadchanee_ch@amarin.co.th

© COPYRIGHT 2020 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.