6 สิ่งต้องทำก่อนเปิดร้าน ถ้าอยากสำเร็จ

 

ใครว่าการเปิดร้านอาหารเป็นเรื่อง “ง่าย” แค่มีเงินก็พอ ขอให้คิดใหม่ เพราะมีจำนวนไม่น้อยต้อง “เจ๊ง” ตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด!
ธุรกิจร้านอาหาร แม้จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจดาวรุ่งตลอดกาล แต่การจะเปิดร้านอาหารสักร้านให้สำเร็จ เป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะมีรายละเอียดมากมายให้ต้องคิดวางแผน ซึ่งหลายคนที่ล้มเหลวผิดพลาดตั้งแต่ก้าวแรก เช่น กรณีคลาสสิกจ้างผู้รับเหมาผิดประเภท ประเด็นนี้ประเด็นทำหลายคนต้องเสียเงินทิ้งจนมีผลกระทบต่องบบานปลาย หรือ การคิดคอนเซ็ปต์ที่ไม่ลงตัวแต่แรกมีผลโดยตรงต่อแบรนด์ดิ้งร้าน ซึ่งสำคัญต่อภาพลักษณ์ที่จะทำให้ลูกค้าสนใจ
ดังนั้น หากใครก็ตามที่กำลังจะเริ่มลงทุนเปิดร้านอาหาร หรือ ร้านเครื่องดื่ม อยากให้เริ่มต้นลงรายละเอียดกับ 6 สิ่งต่อไปนี้ก่อน เพื่อเป็นการวางเสาเข็มให้กับธุรกิจ
1 การตั้งชื่อร้าน:
– การตั้งชื่อร้านควรจะจดจำชื่อร้านได้ง่าย ไม่ยาวเกินไป
– มีความแตกต่าง และไม่ซ้ำกับที่มีในตลาด
– ง่ายต่อการนำไปออกแบบโลโก้ เชื่อมต่อไปถึงงานตกแต่ง และเมนูของร้าน
– การตั้งชื่อ ควรจะอยู่ในเงื่อนไขที่สามารถนำไปจดทะเบียนการค้าได้
2 การออกแบบร้าน:
จำเป็นต้องใช้ผู้ออกแบบ(Interior) ที่มีประสบการณ์ออกแบบร้านอาหารมาก่อน และต้องเป็นร้านที่ยังดำเนินกิจการอยู่ในระดับสำเร็จ เพราะหลายกรณีปัญหาพบว่า การออกแบบร้านไม่ถูกหลักการทำงานของร้านอาหาร และไม่เป็นไปตามระเบียบด้านสุขาภิบาลสถานประกอบการร้านอาหาร เมื่อถึงขั้นก่อนสร้างเสร็จทำให้ต้องแก้ไขไม่จบ ในขั้นตอนบรีฟ Mood &Tone ที่อยากได้ให้แจ้งงบประมาณที่มีไปให้ผู้ออกแบบทราบด้วย เพื่อที่ผู้ออกแบบจะได้ช่วยควบคุม วัสดุในการใช้ตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ ให้อยู่ในงบประมาณที่เรามี
รูปแบบของร้าน ควรคำนึงถึงสิ่งที่ขาย ชื่อร้าน โลโก้ และการควบคุมสี ภายในร้านเพื่อให้ลูกค้าเกิดการจดจำได้ง่ายขึ้น และเป็นพื้นฐานของการสร้างแบรนด์อีกด้วย
Layout ส่วนบริการ จะต้องคำนึงถึงจำนวนที่นั่งที่จะได้ เพราะยอดขายส่วนหนึ่งมาจากจำนวนที่นั่งที่สามารถรับลูกค้าได้ในแต่ละรอบ หากในแต่ละรอบรับได้น้อยเกินไป ก็อาจจะไม่ถึงจุดคุ้มทุนแต่หากมีมากไปเกินจำนวนลูกค้าที่มี ก็สูญเสียพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์
Layout ส่วนครัว คำนึงถึงขั้นตอนและวิธีการทำงานว่า Flow การทำอาหารสะดวกหรือไม่ หยิบใช้สอยของได้รวดเร็วหรือไม่ รวมถึงจุดออกอาหารและจุดเคลียร์จานว่าอยู่ในตำแหน่งที่จะทำให้พนักงานทำงานได้สะดวกและรวดเร็วหรือไม่
3 อาหาร:
ควรมีอาหารที่เป็น Signature ร้านอย่างน้อย 2-3 เมนู
การตั้งราคาควรคำนึงถึงต้นทุนอาหาร โดยทั่วไปจะให้ อาหารคาวต้นทุนจะอยู่ที่ 30-35% ส่วนเครื่องดื่ม 15-20%
อาหารในแต่ละจานควรจะไม่ส่งผลทำให้ต้องมีการจัดเก็บวัตถุดิบมากเกินความจำเป็น
การทำเมนูอาหารรูปเล่ม ควรมีหน้า “เมนูแนะนำ” เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ามาร้านนี้ต้องทานอะไร
4 การประชาสัมพันธ์:
ทำสื่อแจ้งหน้าร้านก่อนร้านเปิดอย่างน้อย 7 วัน โดยมีรูปภาพเมนูอาหาร , ชื่อร้าน , วันที่จะเปิด และหากมีโปรโมชั่นวันเปิดร้านก็ให้ใส่ไปด้วย เช่น “ฉลองเปิดร้านวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซูชิเซ็ทลด 50%”
ใบปลิวสำหรับแจกลูกค้า ให้ใส่รายละเอียดเหมือนข้อแรก แต่เพิ่ม แผนที่ร้านเข้าไปและช่องทางติดต่อร้าน เผื่อในกรณีสอบถามการเดินทาง
ใช้สื่อทาง Social Media ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะ Facebook เริ่มจากการสร้าง page ร้าน หาก ถ่ายรูปอาหารสำหรับทำเมนูเสร็จ ก็สามารถเอามาลงก่อนร้านเปิดได้ เพื่อเป็นการโปรโมทให้ลูกค้าได้เห็นเมนูของทางร้าน ซึ่งจำเป็นต้องลงทุนซื้อโฆษณาผ่าน Facebook เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้เห็น page และ post ของเรา
5 การรับสมัครพนักงาน :
ควรหาพนักงานครัว และผู้จัดการมาเพื่อฝึกสอนก่อนอย่างน้อย 10 วัน ส่วนพนักงานเสิร์ฟก่อนร้านเปิดสัก 3-5 วัน (สำหรับ SME ขนาดเล็ก)
ควรมีชุดยูนิฟอร์มเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและภาพลักษณ์ของร้านเพิ่มเติม : สำหรับยูนิฟอร์มแนะนำว่าถ้าไม่ใช่ครัวเปิด ชุดพ่อครัวให้เป็นเสื้อยืดเพราะในครัวเต็มไปด้วยความร้อน ซึ่งถ้าเป็นชุดเชฟยุโรป พนักงานจะอึดอัด ทำงานไม่สะดวก
ควรมีรูปแบบการบริการ (SOC) และสูตรวิธีการทำอาหาร (SOP) ที่แน่นอนก่อนรับสมัครพนักงานเพื่อให้พนักงานไม่สับสนและมีความมั่นใจกับร้านว่าสามารถมอบอนาคตให้กับพวกเขาได้
การให้ค่าแรงควรคำนึงถึง ทักษะความยากง่ายของเนื้องาน , อัตราการแข่งขันของพื้นที่ที่เปิดกำลังจ่ายที่ทางผู้ประกอบการสามารถจ่ายได้และยังทำให้ร้านมีผลกำไรอยู่ในเกณฑ์ที่พึงพอใจ 
6 ทำไฟล์สำหรับบันทึกข้อมูล :
ไฟล์บันทึกของยอดขายและจำนวนลูกค้าในแต่ละวัน
ไฟล์บันทึกรายการอาหารที่ขายออกไป
ไฟล์บันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับต้นทุนอาหาร
ไฟล์บันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับค่าแรง
ทั้ง 6 เป็นเพียงส่วนหนึ่งในรายละเอียดงานตั้งแต่เริ่มต้นลงทุนจนกระทั้งเปิดร้านอาหาร ซึ่งในรายละเอียดแต่ละข้อก็มีรายละเอียดย่อย ๆ อีกมาก ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่ที่เปิดแล้วเจ๊ง เปิดแล้วต้องเจอกับสารพัดปัญหา ก็เพราะไม่ได้ทำการวางแผนเตรียมความพร้อมไว้ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทำเพราะไม่รู้!
ดังนั้นจะดีกว่าไหม หากการเริ่มต้นลงทุนทำร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มสักร้าน เราได้เรียนรู้ในรายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ ของการเปิดร้านอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันทุกปัญหาที่จะเกิดตามมา

Upcoming Seminar

++ หลักสูตร ขั้นตอนก่อนเปิดร้านอาหาร รุ่นที่ 1 “Workback Timeline” ++

หลักสูตรนี้ออกแบบขึ้นมาเพื่อคนที่กำลังจะเริ่มทำร้านอาหาร/ร้านเครื่องดื่ม อย่างจริงจังแล้วเท่านั้น!

คุณจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการเริ่มต้นลงทุน ตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง การทำสัญญาจ้างผู้รับเหมา ไปจนถึงการทดลองรันระบบภายในร้านก่อนเริ่มเปิดขายจริง

แต่หากใครมีร้านอาหารอยู่แล้ว และกำลังเจอสารพัดปัญหา และอยากรู้ว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร ก็ไม่ควรพลาดหลักสูตรนี้เช่นกัน!

ทุกหัวใจสำคัญของการทำร้านอาหารคุณจะได้เรียนรู้จากหลักสูตรนี้แน่นอน

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://amarinacademy.com/4390/course/workback-timeline/
โทร.02-422-9999 ต่อ 4484 หรือ 092-254-0742

SHARE