4 เทคนิค บริหารเงินให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด

เงิน ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจทุกประเภท ธุรกิจร้านอาหารก็เช่นกัน ถ้าเราบริหารเงินในมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร้านของเราก็จะเดินไปได้ด้วยดี กลับกัน ถ้าระบบการจัดการเงินของเรามีปัญหา อาจจะต้องม้วนเสื่อกลับบ้านเลยก็ได้ วันนี้เราจึงมีเทคนิคง่ายๆ ในการ บริหารเงินให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุดมาฝากกัน

1.รู้จำนวนเงินที่หมุนเวียนในธุรกิจ

คุณต้องเข้าใจก่อนว่า เราไม่สามารถควบคุมเงินทุกบาททุกสตางค์ในธุรกิจได้ (ใครจะรู้ว่าวันนี้จะขายอาหารได้กี่จาน มีรายรับกี่บาท หรือต้องจ่ายค่าจานแตกกี่ใบ) แต่เราสามารถกำหนดแผนการใช้จ่ายเงินในมือของเราได้ ก่อนอื่น เราต้องดูว่าเงินที่หมุนเวียนในธุรกิจ (ทั้งรายรับและรายจ่าย) มีอะไรบ้าง สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้

-เงินในมือ หมายถึง เงินที่เราสามารถนำมาใช้ได้ทันที เงินในบัญชีธนาคารก็อยู่ในส่วนนี้ด้วย

-เงินที่คาดว่าจะได้รับ หมายถึง เงินจากลูกค้าที่มาจากการจำหน่ายสินค้าและบริการในร้าน

-ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าพนักงาน ค่าเช่าสถานที่ ภาษี

-ค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอน เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าทำการตลาด ค่าล่วงเวลาพนักงาน

ทั้งนี้คุณควรตรวจสอบ “เงินในมือ” อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่คุณคาดการณ์ได้ เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าจ้างพนักงาน ค่าวัตถุดิบอาหารโดยเฉลี่ย

หากพบว่าเงินในมือของคุณกำลังร่อยหรอลงเรื่อยๆ หรือเรียกว่าภาวะขาดแคลนกระแสเงินสด  จะได้ทำแผนลดการใช้จ่าย หรือทำแผนการตลาดเชิงรุกได้ทัน หรืออีกหนทางหนึ่งคือปรึกษาธนาคารเพื่อขอสินเชื่อเพื่อธุรกิจต่อไป

2.ใช้เงินในมือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ถ้า suppliers หรือร้านที่ส่งวัตถุดิบให้คุณ ไม่ได้กำหนดว่าต้องจ่ายเงินทันที คุณควรขอเครดิตเขาสัก 10-30 วัน และหากเขาเสนอส่วนลด สำหรับการชำระเงินก่อนครบกำหนดวันชำระเงิน จงปฏิเสธข้อเสนอนั้นเสีย เพราะสิ่งที่คุณต้องทำคือ ถือเงินสดในมือให้นานที่สุด และนำเงินนั้นไปลงทุนในกลุ่มการลงทุนปราศจากความเสี่ยง หรืออาจฝากในบัญชีธนาคาร

การทำเช่นนี้ แม้จะได้รับค่าตอบแทนไม่มากนัก (อาจน้อยกว่าจำนวนเงินที่คุณจะได้ลดราคาจาก suppliers ) แต่คือหนทางที่ปลอดภัยกว่า เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จะได้ไม่เกิดปัญหา ขาดแคลนกระแสเงินสดในภานหลัง

3.บริหารการใช้วัตถุดิบและสถานที่ให้มีประสิทธิภาพ

ทุกคนคงคุ้นเคยกับการซื้อของลดราคา เพราะเห็นว่าราคาถูกจนอดใจไม่ไหวใช่ไหม (ทั้งๆ ที่ซื้อมาแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร) แต่เมื่อเราเริ่มธุรกิจเอง โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร การซื้อของลดราคา เราไม่ควรคำนึงถึงส่วนลดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย

บางครั้ง suppliers อาจลดราคาวัตถุดิบบางชนิดให้เรา อย่าเพิ่งรีบซื้อทันที แต่จงคำนึงว่าวัตถุดิบนั้นเราจำเป็นต้องใช้จริงๆ หรือเปล่า หรือซื้อมาแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ในครัวเฉยๆ ยังไม่ทันหยิบมาใช้ก็หมดอายุเสียแล้ว นั่นเท่ากับว่าคุณกำลังโยนเงินลงถังขยะไปฟรีๆ

นอกจากต้องยับยั้งชั่งใจจากวัตถุดิบลดราคาแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือ บริหารจัดการการใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะนั่นคือต้นทุนของร้านล้วนๆ เราจึงขอยกเทคนิคง่ายๆ มาแนะนำ

– เช็ค Stock วัตถุดิบอย่างสม่ำเสมอ การทำเช่นนี้ช่วยป้องกันปัญหาวัตถุดิบหมดกะทันหัน จนต้องวิ่งไปซื้อของแพงๆ ในร้านสะดวกซื้อใกล้เคียง เสียทั้งเวลา แถมยังต้องจ่ายแพงกว่าปกติอีกด้วย

– ตรวจสอบพนักงานในครัวอย่างสม่ำเสมอ ว่าใช้วัตถุตามมาตรฐานที่เรากำหนดไว้ อาจนำระบบ ชั่ง ตวง วัดเข้ามาช่วยในเรื่องนี้

– จัดโปรโมชั่นลดราคาแบบ “นาทีทอง” โดยคิดค้นเมนูขึ้นมาใหม่ ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ไม่ค่อยได้ใช้ในเมนูปกติ หรือวัตถุดิบใกล้เส้นตายจะต้องโยนทิ้งมาเป็นส่วนประกอบ โปรโมทจานนั้นผ่านสื่อออนไลน์ให้คนรีบมาลองกิน แต่วิธีนี้คุณต้องมั่นใจว่าวัตถุดิบที่ใช้ยังมีคุณภาพดีอยู่ ไม่เช่นนั้น จานพิเศษที่อุตส่าห์คิดค้น อาจกลายเป็นจานที่ทำลายชื่อเสียงร้านคุณก็เป็นได้

กรณีที่ร้านอาหารของคุณมีพื้นที่เหลือ เช่น ชั้นดาดฟ้า หรือชั้นใต้ดิน อาจเปิดให้เช่าสถานที่เพื่อจัดงานพิเศษต่างๆ เช่น งานวันเกิด งานเลี้ยงของบริษัท หรือคุณอาจสร้างสรรค์อีเว้นท์ขึ้นมาเอง เช่น สัปดาห์ปูทะเล เป็นต้น โดยกำหนดช่วงเวลาและการชำระเงิน เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มรายได้

4.กำหนดกฎระเบียบการทำธุรกิจให้ชัดเจน

ถ้าคุณทำธุรกิจอาหารประเภทรับจัดเลี้ยง สำหรับโอกาสพิเศษต่างๆ คุณต้องกำหนดระเบียบให้ชัดเจน เช่น ต้องชำระเงินล่วงหน้า 30 เปอร์เซ็นต์ หากจำนวนคนในงานมาไม่ถึงที่คาดการณ์ไว้จะไม่มีการคืนเงิน เป็นต้น เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาในภายหลัง

การบริหารจัดการเงิน ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ท้าทายผู้ประกอบการมากที่สุด ฉะนั้นต้องใส่ใจให้มาก วางแผนการเงินให้รอบคอบ ก็จะช่วยลดปัญหาและความยุ่งยากต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคตได้

ที่มา: https://pos.toasttab.com/


บทความที่เกี่ยวข้อง

 4 กลโกง พนักงาน รูรั่วทางการเงินที่มองข้ามไม่ได้!

จัดการเงินธุรกิจ ก่อนจะ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง”

หลักสูตรเปิดร้านอาหาร...ไม่ให้เจ๊ง (Restaurant Feasibility Study) รุ่นที่ 5

เรียนจากกูรูตัวจริง ทดลองทำจริง ไม่ขาดทุน

ตอบโจทย์ทุกเรื่องที่คนทำร้านอาหารต้องรู้

ช่วยให้วางแผนทำร้านได้อย่างเป็นระบบ

ยินดีเป็นที่ปรึกษาให้จนกว่าจะเปิดร้านได้จริง!

เหมาะกับทั้งผู้ที่กำลังวางแผนเปิดร้านอาหาร และเจ้าของร้านที่ต้องการพัฒนาระบบหรือขยายสาขา

ระยะเวลาอบรม : 2 วัน วันที่ 10-11 ต.ค. 61

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย!
http://amarinacademy.com/2578/course/restaurant-feasibility-study-2/
หรือโทร.092 254-0742

Thailand Food Show 'มหกรรมธุรกิจอาหาร'

26 ต.ค. – 4 พ.ย. 61
ชาเลนเจอร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

พบผู้ประกอบธุรกิจอาหารตัวจริง ตื่นตากับโซนไฮไลท์ AA RESTAURANT & KITCHEN PAVILLION / BUSINESS CONSULTING / FOOD TECH / SWEET EXPERIENCE / FOOD TRUCK

  • ชม ‘สุดยอดเทคโนโลยีร้านอาหาร’ เพื่อบริหารจัดการร้านแบบมืออาชีพ
  • ฟรี! สูตรเด็ด & เทคนิคลับ ‘เมนูรวย สร้างเงินล้าน’
  • ฟรี! ฟังประสบการณ์ ‘เจ็บจริง – รวยจริง’ จากเจ้าของร้าน ‘ยอดขายเงินล้าน’ ตัวจริง
  • ฟรี! ร่วมสัมมนาต่อยอดธุรกิจ ‘ปิดรอยรั่ว’
  • ฟรี! ปรึกษาหารือกับกูรูด้านธุรกิจแบบ 360°

จองบูธ 0-2422-9999 ต่อ 4250-56 หรือ 090-197- 8310

จัดโดยเครืออมรินทร์
พร้อมกับงานบ้านและสวนแฟร์

SHARE
Pitch
เราคือพื้นที่รวบรวมความรู้และเรื่องราวจากประสบการณ์จริง ของผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจร้านอาหาร พร้อมที่จะมา "สอนคุณให้เป็นมวย" สมัครสมาชิกวันนี้ เพื่อรับข้อมูลฟรีเกี่ยวกับการจัดการร้านอาหาร