4 ร้านเฟอร์นิเจอร์ แต่งร้านก็ดี (แต่งบ้านก็โดน)

เฟอร์นิเจอร์ คืออีกหนึ่งองค์ประกอบหลักที่ร้านอาหารทุกร้านต้องมี นอกจากด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว เฟอร์นิเจอร์ยังมีประโยชน์ในแง่ความสวยงาม สะท้อนตัวตนของร้านอาหารคุณอีกด้วย วันนี้เราจึงมี 4 ร้านเฟอร์นิเจอร์ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาแนะนำ เผื่อผู้ประกอบการท่านใดสนใจ อยากลองนำเฟอร์นิเจอร์สวยๆ มาตกแต่งร้าน (และบ้าน) ได้นะครับ

NEAT

ประณีต เรียบง่าย สไตล์ญี่ปุ่น พร้อมปรับรูปแบบตามความต้องการ

NEAT ร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เพิ่งเปิดตัวแบรนด์ได้ปีกว่าๆ แม้จะเป็นน้องใหม่ในตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศ แต่กลับเป็นมือเก๋าในตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์สู่ประเทศญี่ปุ่น ฉะนั้นจึงมั่นใจในความ “ประณีต” ของกระบวนการผลิต และบริการได้เต็มร้อย เพราะแม้จะผลิตเพื่อขายคนไทย แต่คุณภาพเดียวกับสินค้าส่งออกแน่นอน

“แบรนด์นี้เกิดจากการที่เราต่อยอดธุรกิจจากที่บ้าน ซึ่งเดิมผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพาราส่งออกอยู่แล้ว โดยก่อนจะสร้างแบรนด์เราได้วิเคราะห์ SWOT ของธุรกิจเดิม จึงได้รู้ว่าจุดแข็งของเราคือ ความประณีตในการผลิตสินค้า เราจึงนำจุดเด่นนี้มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ โดยตัดคำว่า “ประ” ออก แล้วเหลือคำว่า “ณีต” แปลงเป็นภาษาอังกฤษว่า “NEAT” ซึ่งมีความหมายว่า ประณีต เรียบร้อยเช่นเดียวกัน และเนื่องจากเราส่งออกสินค้าสู่ญี่ปุ่นมา 26 ปี ทำให้ดีไซน์ของเรามีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น และความเรียบง่ายอยู่พอสมควร ซึ่งถือว่าตรงกับเทรนด์การตกแต่งบ้าน ตกแต่งร้านในปัจจุบัน” คุณนิวชยานันท์ เมฆสุต หนึ่งในเจ้าของแบรนด์ NEAT กล่าว

ทั้งนี้คุณเนยชัยนันท์ เมฆสุต อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ได้เล่าถึงข้อโดดเด่นที่ทำให้ NEAT แตกต่างจากร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปไว้ว่า จุดแข็งของ NEAT คือลูกค้าสามารถปรับขนาดเฟอร์นิเจอร์ได้ตามต้องการ

“ด้วยความที่ธุรกิจเดิมเราเป็นโรงงานผลิต ทำให้เราสามารถผลิตสินค้าได้ตามที่ลูกค้าสั่ง เช่น อยากได้โซฟารูปแบบนี้ แต่เปลี่ยนจาก 2 ที่นั่ง เป็น 3 ที่นั่ง เปลี่ยนจากสีไม้อ่อน เป็นไม้สีเข้ม เปลี่ยนสีเบาะ ฯลฯ โดยวัสดุหลักเราเลือกใช้ไม้ยางพารา เพราะเป็นไม้ที่เราถนัดและราคาไม่สูง ฉะนั้นราคาสินค้าจะอยู่ในระดับที่จับต้องได้ เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ และข้อที่สำคัญคือ เราจะไม่ผลิตสินค้าสต็อกไว้ แต่ผลิตตามที่ลูกค้าสั่ง ฉะนั้นลูกค้ามั่นใจได้เลยว่า จะได้สินค้าใหม่  ไม้ไม่โทรมแน่นอน”

“สิ่งสำคัญที่เรายึดถือเสมอในกระบวนการทำงานคือ ความใส่ใจ และให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้ามากๆ เพราะเราคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่สิ่งของที่คนซื้อตามแฟชั่น แต่เขาซื้อเพื่อใช้งานจริงๆ และใช้งานยาวๆ ไม่อยากเปลี่ยนใหม่บ่อยๆ ฉะนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเป็นอันดับแรก รวมทั้งมีบริการหลังการขายที่ดีด้วย”

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่

Line: @neatfurniture
Facebook: Neat
Website: www.neat-furnituredesign.com
Tel: 096 774 7700 หรือ 086 368 4129

ฌ เฌอ

จับ pain point ของลูกค้า ใส่ใจทุกรายละเอียด เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

“หลักสำคัญในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของเรามี 3 ข้อคือ ความปลอดภัย ประโยชน์ใช้สอยและดีไซน์ 3 ข้อนี้คือสิ่งที่ลูกค้าจะพบในงานของเราแน่นอน” – เบ – ธันน์ธนัถ สิรีกนกรัจน์ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ฌ เฌอ

ฌ เฌอ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบง่ายที่เหมาะกับทุกคนในบ้านด้วยรูปแบบที่ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่มีการใช้วัสดุและสีสันที่ทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ ที่เปิดมานานกว่า 3 ปี เกิดจากการต่อยอดธุรกิจโรงงานผลิตโซฟาหนังส่งออกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินงานมานานกว่า 26 ปี และพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ชาวญี่ปุ่น ฉะนั้นการันตีได้เลยว่าคุณภาพสินค้านั้นอยู่ในระดับดีเยี่ยมแน่นอน

“จุดเด่นของสินค้าที่เรานำเข้ามาคือ ความปลอดภัย ทั้งในเชิงการใช้งาน ที่เราใช้วัสดุคุณภาพดี ได้มาตรฐาน มีความแข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้ในระยะยาว รวมทั้งความปลอดภัยในเชิงที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม กระบวนการผลิตไม้ของพาร์ทเนอร์ชาวญี่ปุ่นที่ผลิตให้กับเราได้รับมาตรฐาน F4 Stars ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะของญี่ปุ่น คือมีสารฟอร์มาลดีไฮด์ในปริมาณที่น้อยที่สุดตามมาตรฐานการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ฉะนั้นจึงปลอดภัยสำหรับเด็ก เมื่อเด็กๆ จับโต๊ะ จับเก้าอี้แล้วเอามือเข้าปากก็ไม่ต้องกังวล

“อีกข้อที่สำคัญคือเรื่องประโยชน์ใช้สอย ที่ทีมงานค่อนข้างพิถีพิถันในการออกแบบเพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้า เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นจะมีฟังก์ชันบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น ตู้วางทีวี ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอคือ สายไฟที่พันกันมั่วไปหมด แถมยังมีกล่องรับสัญญาณต่างๆ วางทับซ้อนกัน ดูไม่สวย ทีมงานผู้ออกแบบก็ออกแบบใหม่ให้มีกล่องเก็บสายไฟ และช่องสำหรับวางกล่องต่างๆ ทำบานเปิดเป็นกระจก จะได้รับสัญญาณจากรีโมทได้ ทำให้พื้นที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นและทำความสะอาดง่าย หรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นลูกค้าอยากวางชิดผนัง แต่ที่บ้านเขาดันมีบัวด้านล่าง ทีมงานผู้ออกแบบก็ออกแบบใหม่ให้เฟอร์นิเจอร์ส่วนบนยื่นออกมาเล็กน้อย ลูกค้าก็นำไปวางชิดผนังได้แล้ว สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนเป็นจุดเล็กๆ ซึ่งหลายคนอาจมองข้าม แต่จริงๆ แล้วถ้าเราทำให้ลูกค้าได้ เขาจะรู้สึกแฮปปี้มาก เพราะมันแสดงถึงความใส่ใจจริงๆ”

นอกจากนี้คุณบิ๊งมนัสดา วราศิริกุล อีกหนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์กล่าวเสริมว่า “ด้านดีไซน์เราพบว่าปัญหาของการซื้อเฟอร์นิเจอร์ในปัจจุบันคือ พ่อแม่ชอบแบบหนึ่ง ลูกชอบอีกแบบหนึ่ง แต่เขาต้องอยู่บ้านเดียวกัน ฉะนั้นเราเลยมาคิดต่อว่าจะหาจุดที่คนทั้งสอง Generation ชอบเหมือนกันได้อย่างไร มันเลยออกมาที่งานดีไซน์ เฟอร์นิเจอร์ของเราจะมีกลิ่นอายความวินเทจ เก่านิดๆ รูปลักษณ์แบบที่คนรุ่นพ่อแม่ชอบ แต่เปลี่ยนวัสดุให้ดูทันสมัยขึ้น ดูเรียบๆ สไตล์คนรุ่นใหม่ ฉะนั้นไม่ว่าพ่อแม่ หรือลูกซื้อสินค้าของเราเข้าบ้าน ทุกคนก็จะชอบ กลุ่มเป้าหมายของเราก็ขยายได้มากขึ้น”

“ด้วยความที่เรานำเข้าสินค้าทุกชิ้นและเป็นสินค้าคุณภาพดี ทำให้ต้นทุนสูงกว่าเจ้าอื่นๆ ในตลาด แต่เราก็ยอมแลก เพื่อซื้อความ Professional ซื้อความสบายใจ เพราะสินค้าที่นำเข้ามา เรากล้าพูดได้เลยว่า ส่งมา 100 ตัว ไม่มีปัญหาเลยสักตัว เราจ่ายแพงก็จริง แต่เราสบายใจมากเวลาขาย ไม่ต้องกังวลว่าลูกค้าจะเจอปัญหาเลย”

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่

Line: @Chawcher
Facebook: Chawcher
Website: www.chawcher.com
Tel: 095-490-3174

Hari Ora

Happy living กับดีไซน์โค้งมน ที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร

เมื่อแรกเห็นเฟอร์นิเจอร์ของ Hari Ora (ฮาริ โอรา) บางคนอาจรู้สึกอบอุ่น อาจเป็นเพราะเส้นสายที่โค้งมนของตัวเฟอร์นิเจอร์เองหรือไม่ก็เพราะชื่อแบรนด์ที่ออกเสียงแล้วดูร่าเริงเป็นกันเอง นั่นคือแนวคิดหลักที่ได้รับการถ่ายทอดลงสู่ชิ้นงาน ฝีมือการออกแบบของคุณยีน-ชญานิน ศักดิกุล และคุณอ๊อฟ-ณัฐดนัย ศิริบงกช เจ้าของแบรนด์ Hari Ora

Hari Ora มาจากภาษาฮาวายที่มีความหมายว่า Happy living เราจึงตั้งใจใช้ชื่อนี้ให้เป็นเหมือนคำอวยพรให้ผู้ใช้มีความสุข งานดีไซน์เน้นใช้เส้น “โค้งมน” ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตร มากกว่าการใช้เส้นตรง และในขณะเดียวกันในการใช้งานจริง ความโค้งมนไม่มีเหลี่ยมคมก็จะช่วยลดความอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้อีกด้วย

คุณยีนและคุณอ๊อฟ จบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีพื้นฐานในเรื่ององค์ประกอบศิลป์เป็นอย่างดี ในช่วงแรกงานมีความ minimal เน้นการใช้งานง่าย ยังไม่มีลูกเล่นที่ซับซ้อน หลังจากนั้นมีพัฒนาการจากการได้พูดคุยกับลูกค้า ทำให้ได้รับฟีดแบ็กความต้องการของเขาที่มาช่วยในการพัฒนาชิ้นงานให้ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตมากขึ้น อย่างไรก็ตามแนวคิดหลักของแบรนด์ยังคงอยู่ นั่นก็คือเรื่องที่ว่าทำอย่างไรให้ผู้ใช้รู้สึกมีความสุขตั้งแต่แรกเห็น

“ยีนดูเรื่องภาพรวมของงาน ส่วนอ๊อฟดูเรื่องรายละเอียด เมื่อคิดแล้วก็ต้องดูด้วยว่าใช้งานได้จริงหรือไม่ ต้องใช้เวลาในการทดสอบคุณภาพของสินค้า ไม่ใช่แค่ว่าทำไปแล้วเมื่อไม่แข็งแรงก็หาไม้มาเสริมมาประกอบเข้าไปใหม่ แต่ต้องวางแผนคิดไว้ตั้งแต่เริ่มแรกเลยว่าความแข็งแรงและความสวยงามต้องควบคู่กันไป” คุณชญานินกล่าว

ในยุคที่มีแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้เกิดขึ้นมากมาย วัสดุพื้นฐานที่นำมาใช้ก็เหมือนๆ กัน แบรนด์นี้ใช้วิธีรักษาคุณภาพของงานเรา ใส่ใจความต้องการของลูกค้า พยายามคิดสินค้าใหม่ๆ ให้ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน มีการส่งงานประกวดเพื่อสร้างการยอมรับในวงการเดียวกัน

อย่าง ก้านกล้วย เสาแขวนของที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปืนก้านกล้วย ที่ทำจากก้านของกล้วยเพียงก้านเดียว ฝานตรงตัวก้านเป็นรอยบากหลายๆ รอย ที่สามารถกางออกและพับเก็บได้ และก้อม ม้านั่งตัวเล็กๆ สำหรับใช้สอยภายในบ้าน ที่สามารถถอดประกอบออกมาเป็นม้านั่งได้ 4 ชิ้น ต่างได้รับรางวัลการประกวดงานดีไซน์ DEmark Award ของประเทศไทยและรางวัล G-Mark ที่มอบให้กับผลงานดีไซน์ที่มีความโดดเด่นในสาขางานเฟอร์นิเจอร์ ณ ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว

“เราไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ แต่การอยู่ระยะยาวถึงจะเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ 4 ปีกับการอยู่ในวงการนี้ถือว่าไม่นาน เพราะทุกปีจะมีเรื่องใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้ทำให้เราได้โตขึ้นเรื่อยๆ จากการพัฒนาและแก้โจทย์ปัญหาที่ผ่านเข้ามา”

 

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่

Facebook: HariOraLiving
Website: www.hariora-living.com
Tel: 097 248 1805

Pana object

เปลี่ยนของใช้ธรรมดาให้กลายเป็นงานมีดีไซน์

พูดถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ กันไปพอสมควรแล้ว ร้านสุดท้ายนี้เป็นของใช้ทำจากไม้ที่มีดีไซน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร เมื่อนำเอาไปจัดวางหรือตกแต่งตรงมุมไหน ก็ดูเข้ากับสถานที่นั้นๆ ได้ไม่ยาก คุณภัทรพงศ์ พรพนาพงศ์ 1 ใน 7 ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Pana object บอกว่า อยากให้งานไม้ของ Pana ทำให้ชีวิตของคุณมีชีวาและมีความหมายมากขึ้น

“Pana ออกเสียงว่า “พนา” มีความหมายว่าป่า เพราะเราพยายามจะสื่อว่าแบรนด์ของเราเป็นของใช้ที่ดีไซน์มาจากธรรมชาติ โดยแบรนด์นี้เกิดจากการรวมตัวกันของเพื่อนที่เรียนดีไซเนอร์มาด้วยกัน 7 คน ประกอบกับที่บ้านผมปลูกต้นสักทองอยู่ที่สุรินทร์ ในเมื่อเราจบด้านดีไซเนอร์มาเลยอยากจะพัฒนาสินค้าที่ทำจากไม้ขึ้นมา เราตกหลุมรักกับเสน่ห์ตามธรรมชาติของไม้และเรามั่นใจว่าคุณคงรู้สึกเช่นเดียวกัน” คุณภัทรพงศ์ กล่าว

ในช่วงแรกเรามองจากสิ่งรอบตัว นึกถึงตัวเราเป็นหลักก่อนว่า หากเป็นตัวเองจะชอบงานแบบใดหรืออยากได้ของใช้แบบไหนเข้าไปในบ้าน โดยนึกถึงหลักการดีไซน์ ดูความต้องการแต่ละเรื่อง function แต่ละแบบ ที่มาตอบโจทย์เรื่องต่างๆ ว่าควรจะเป็นอย่างไร รวมไปถึงมีลูกเล่นไหนที่จะสามารถสอดแทรกเข้าไปในของเดิมที่มีอยู่แล้วในท้องตลาดได้บ้าง ทุกๆ รายละเอียดและความคิดสร้างสรรค์จะได้รับการถ่ายทอดไปสู่งานไม้ของเรา

สินค้าที่โดดเด่นของคือนาฬิกาไม้ รุ่นแรกที่ออกมาคือรุ่น shady ด้วยความที่เราเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ ก็เลยอยากจัดเต็มกับสินค้า เลยออกแบบงาน 3 มิติ ที่เล่นกับแสงเงา ซึ่งเป็นชิ้นงานที่ผลิตยากมากและหาคนผลิตไม่ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เราเรียนรู้วิธีในการผลิตเอง โดยมีเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์มาเป็นตัวช่วย เอามาผสมกับงานช่างไม้ ทำให้เราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตัวเอง

คอลเลคชั่นนาฬิกาเป็นสินค้าขายดี อย่างตัวล่าสุดชื่อว่า “All day” เป็นนาฬิกาที่มีตัวเรือนสีดำด้าน มีตัวเลขเล็กๆ สีเหมือนทองแดงอยู่รอบๆ โดยสีของตัวเลขที่เห็นนั้นเกิดจากการใช้เลเซอร์สกัดเอาสีของเนื้อไม้จริงออกมา ซึ่งเข้ากันกับเข็มนาฬิกาสีทองแดงพอดี ให้ความรู้สึกถึงความเป็นแฟชั่นที่มากขึ้น นอกจากการโชว์ลายไม้เพียงอย่างเดียว

ไม้ที่ใช้เป็นไม้บีช เมเปิ้ล และวอลนัท โดยเราเลือกจากความชอบส่วนตัวประกอบกับความเหมาะสมกับชิ้นงาน ทั้งนี้ไม้ที่นำเข้ามาเป็นไม้เนื้อแข็งที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการขึ้นรูป และการใช้งานใน function ต่างๆ อย่างที่เปิดฝาขวด หากเราใช้ไม้เนื้ออ่อนก็จะมีความแข็งแรงไม่เพียงพอในการใช้งาน (งัดฝาขวด) นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการขยายเสียงที่ดีกว่าไม้เนื้ออ่อน นั่นคือเสียงมีความหนักแน่นและกังวาล

จุดเด่นของแบรนด์อยู่ตรงการใช้วัสดุธรรมชาติประกอบกับดีไซน์สมัยใหม่ที่สามารถเข้ากับบ้านได้หลายรูปแบบ เราพยายามตอบโจทย์ในเรื่องการเติมเต็มความต้องการของลูกค้า เปลี่ยนจากของใช้ธรรมดาให้กลายเป็นงานมีดีไซน์ โดยต้องมีคอลเลคชั่นใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าได้ติดตามและตื่นเต้น

คุณภัทรพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลเป็นสิ่งที่ทำให้ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด การทำอะไรใหม่ขึ้นมาสักอย่าง เราต้องมีข้อมูลอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นการถามผู้รู้หรือศึกษาจากอินเทอร์เน็ต แล้วนำมาประมวลว่าอะไรที่สามารถนำมาใช้พัฒนาและแก้ปัญหาของเราได้บ้างเวลาทำธุรกิจบางทีก็ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องที่ไม่เคยเรียนมาจากห้องเรียนมาก่อนเราก็ต้องแก้และผ่านมันไปให้ได้

Facebook: pana.objects
Website: www.pana-objects.com
Tel: 088 499 8090

หลักสูตรเปิดร้านอาหาร...ไม่ให้เจ๊ง (Restaurant Feasibility Study) รุ่นที่ 4

  • เรียนจากกูรูตัวจริง ทดลองทำจริง ไม่ขาดทุน
  • ตอบโจทย์ทุกเรื่องที่คนทำร้านอาหารต้องรู้
  • ช่วยให้วางแผนทำร้านได้อย่างเป็นระบบ
  • ยินดีเป็นที่ปรึกษาให้จนกว่าจะเปิดร้านได้จริง!
  • เหมาะกับทั้งผู้ที่กำลังวางแผนเปิดร้านอาหาร และเจ้าของร้านที่ต้องการพัฒนาระบบหรือขยายสาขา

ระยะเวลาอบรม : 2 วัน วันที่ 17-18 ก.ค. 61
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย! http://amarinacademy.com/2578/course/2578/

SHARE
Pitch
เราคือพื้นที่รวบรวมความรู้และเรื่องราวจากประสบการณ์จริง ของผู้ประสบความสำเร็จจากธุรกิจร้านอาหาร พร้อมที่จะมา "สอนคุณให้เป็นมวย" สมัครสมาชิกวันนี้ เพื่อรับข้อมูลฟรีเกี่ยวกับการจัดการร้านอาหาร